เปิดวิสัยทัศน์ “พล.อ.เนอดา เมี๊ยะ” ทายาท นายพลโบเมี๊ยะ ผู้ประกาศสร้าง “ประเทศกอทูเล” กลางสมรภูมิเมียนมา
จากลูกชายผู้นำกะเหรี่ยงในตำนาน สู่ผู้นำรุ่นใหม่ที่ประกาศสร้างรัฐด้วยการศึกษา เศรษฐกิจ และการพัฒนาคน ตามแนวคิดในหลวง รัชกาลที่ 9 ของไทย
ตลอดเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ชื่อของชนชาติกะเหรี่ยงมักถูกจดจำผ่านภาพของสงคราม การต่อสู้ และความขัดแย้งกับรัฐบาลเมียนมา แต่สำหรับ พล.อ.เนอดา เมี๊ยะ ผู้นำกองกำลัง Kawthoolei Army (KTLA) ในฐานะประธานาธิบดี ผู้ประกาศแนวคิด “ประเทศกอทูเล” ภาพอนาคตที่เขาพยายามสร้างกลับไม่ได้เริ่มต้นจากสนามรบ หากเริ่มต้นจากคำว่า “ประเทศ”
“ผมไม่ได้อยากสร้างกองกำลังกะเหรี่ยง แต่ผมอยากสร้างประเทศที่ชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกอยากกลับมาพัฒนา”
คือประโยคที่สะท้อนแก่นความคิดของเขาได้ชัดเจนที่สุด
สำหรับ พล.อ.เนอดา กอทูเลไม่ใช่เพียงชื่อเรียกทางการเมือง แต่คือภาพฝันของแผ่นดินที่ชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากเฝ้ารอ หลังผ่านความขัดแย้ง การอพยพ และความสูญเสียมาหลายชั่วอายุคน
“กอทูเล” ดินแดนแห่งสิ่งดีงาม
“กอทูเล” หรือ Kawthoolei เป็นคำที่ชาวกะเหรี่ยงใช้เรียกดินแดนของตนเองมายาวนาน โดยในความหมายที่ พล.อ.เนอดา อธิบาย คือ “ดินแดนที่ไม่มีสิ่งไม่ดี มีแต่สิ่งที่ดีงาม”
สำหรับเขา กอทูเลไม่ได้หมายถึงพื้นที่เล็ก ๆ แห่งใดแห่งหนึ่งในรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา แต่หมายถึงดินแดนทั้งหมดที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และการดำรงอยู่ของชนชาติกะเหรี่ยง
ระหว่างการสนทนา พล.อ.เนอดา กางแผนที่ขนาดใหญ่และลากนิ้วไปตามแนวลุ่มแม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาค ทั้งแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำอิรวดี และลุ่มน้ำโขง เพื่ออธิบายรากเหง้าของชนชาติกะเหรี่ยงตามความเชื่อและความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ที่เขายึดถือ
เขาเชื่อว่าบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยงอพยพลงมาจากดินแดนทางตอนใต้ของจีน ผ่านมณฑลยูนนาน เมื่อ 2,700 กว่าปี ก่อนจะกระจายตัวตามลุ่มน้ำต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมแนวชายแดนไทย–เมียนมา รวมถึงบางส่วนของภูมิภาค
“เราใช้ภาษาใกล้เคียงกัน มีวัฒนธรรมเดียวกัน และมีรากเหง้าร่วมกัน”
ในมุมมองของเขา นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวกะเหรี่ยงมีอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของตนเอง และมีสิทธิที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง
ถอดประวัติ “เนอดา เมี๊ยะ” จากลูกชายโบเมี๊ยะ สู่ผู้นำกอทูเลรุ่นใหม่
เบื้องหลังบทบาทของ พล.อ.เนอดา เมี๊ยะ คือชีวิตที่เติบโตขึ้นท่ามกลางประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชนชาติกะเหรี่ยง
เขาเป็นบุตรชายของ พล.อ.โบเมี๊ยะ (Bo Mya) อดีตผู้นำระดับตำนานของขบวนการกะเหรี่ยง และอดีตผู้นำคนสำคัญของ Karen National Union (KNU) ซึ่งมีบทบาทอย่างสูงต่อการต่อสู้ของชนชาติกะเหรี่ยงตลอดหลายทศวรรษ
พล.อ.เนอดา เล่าว่า ครอบครัวของเขามีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เป็นผู้ชาย 4 คน และผู้หญิง 3 คน แต่ปัจจุบันเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่พี่สาวและน้องสาวทั้งสามคนยังมีชีวิตอยู่ครบ
วัยเด็กของเขาเติบโตขึ้นท่ามกลางสภาวะสงคราม โดยมีบิดาเป็นผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงในช่วงเวลาที่การสู้รบยังคงดำเนินอยู่ตามแนวชายแดนเมียนมา อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตของเขาแตกต่างจากภาพจำของผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์ทั่วไป
ในช่วงวัยเยาว์ เขาเดินทางมาใช้ชีวิตและศึกษาในประเทศไทย โดยเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติย่านเอกมัย กรุงเทพมหานคร เป็นเวลาประมาณ 5–6 ปี ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับสังคมไทย ระบบการศึกษา และวิถีชีวิตสมัยใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากนั้น เขาเดินทางไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง และการบริหารจัดการ
ประสบการณ์จากประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ส่งผลต่อวิธีคิดของเขาอย่างชัดเจน
ตลอดการสนทนากว่า 1 ชั่วโมง เขาแทบไม่ได้พูดถึงยุทธวิธีทางทหารหรือชัยชนะในสนามรบ หากแต่พูดถึงเรื่องการศึกษา การสร้างผู้นำ การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาคนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สำหรับเขา อนาคตของกอทูเลไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนอาวุธหรือกำลังพล แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชน คุณภาพของสถาบัน และความสามารถในการสร้างประเทศที่ประชาชนอยากกลับมามีส่วนร่วม
จุดเปลี่ยนหลังยุคนายพลโบเมี๊ยะ
พล.อ.เนอดา มองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของขบวนการกะเหรี่ยงเกิดขึ้นหลังการเสียชีวิตของ พล.อ.โบเมี๊ยะ ในปี 2006 ในมุมมองของเขา ช่วงเวลาดังกล่าวนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในขบวนการกะเหรี่ยง ทั้งในเรื่องแนวทางการต่อสู้และอนาคตทางการเมือง
ต่อมาเมื่อเกิดกระบวนการสันติภาพ และการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Agreement : NCA) เมื่อปี 2015 ความแตกต่างทางความคิดภายในขบวนการยิ่งชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ KNU ปรับเป้าหมายไปสู่แนวทาง “สหพันธรัฐประชาธิปไตย” ภายในเมียนมา พล.อ.เนอดา กลับมองว่าแนวทางดังกล่าวไม่สามารถนำพาชาวกะเหรี่ยงออกจากวงจรปัญหาเดิมได้
“เราต่อสู้มา 70 กว่าปีแล้ว แต่ยังติดอยู่ที่เดิม” เขากล่าว
จาก KNDO สู่ KTLA
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ที่พื้นที่วาเลย์ (Waw Lay) เขตเมียวดี ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงภายในขบวนการกะเหรี่ยงอย่างรุนแรง
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พล.อ.เนอดา ถูกปลดจากตำแหน่งใน Karen National Defence Organisation (KNDO) เมื่อปี 2022 จากนั้นเขาได้จัดตั้งกองกำลังใหม่ในชื่อ Kawthoolei Army (KTLA) ก่อนจะพัฒนาแนวคิดไปสู่การจัดตั้ง “รัฐบาลกอทูเล” และการประกาศแนวคิด “ประเทศกอทูเล” ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ แนวคิดดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่มีการถกเถียง และยังไม่ได้รับการรับรองในฐานะรัฐเอกราชจากนานาชาติ
เราอยากพัฒนาแบบสิงคโปร์
หนึ่งในประเด็นที่ พล.อ.เนอดา กล่าวซ้ำมากที่สุดระหว่างการสัมภาษณ์ คือแนวคิดเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ
เขาระบุอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่พึ่งพากาสิโน การพนันออนไลน์ หรือธุรกิจสีเทาตามแนวชายแดน ในมุมมองของเขา โมเดลดังกล่าวอาจสร้างรายได้ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประชาชนได้
“เราอยากพัฒนาแบบสิงคโปร์” เขากล่าวซ้ำหลายครั้ง
สำหรับ พล.อ.เนอดา ความสำเร็จของสิงคโปร์ไม่ได้เกิดจากขนาดของประเทศหรือทรัพยากรธรรมชาติ หากเกิดจากกฎหมาย การศึกษา การบริหารจัดการ และคุณภาพของประชาชน
“ประเทศเล็กก็พัฒนาได้ ถ้ามีระบบที่ดี”
สร้างประเทศด้วยคน ไม่ใช่ปืน
วิสัยทัศน์ที่เขาพูดถึงตลอดการสนทนา คือการสร้างประเทศผ่านการพัฒนาคน
เขาเชื่อว่าอนาคตของกอทูเลจะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสนามรบเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกกำหนดด้วยห้องเรียน มหาวิทยาลัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้ และมองว่าชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และยุโรป คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของอนาคต
“พวกเขาเป็นแพทย์ วิศวกร นักธุรกิจ นักวิชาการ วันหนึ่งพวกเขาจะกลับมาช่วยพัฒนาประเทศ” พล.อ.เนอดา กล่าวพร้อมย้ำว่า สำหรับเขาแล้ว อนาคตของกอทูเลจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยกองกำลังเพียงอย่างเดียว แต่จะเกิดจากการรวมพลังของชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกที่ยังคงผูกพันกับบ้านเกิด
แรงบันดาลใจจากในหลวง รัชกาลที่ 9
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดช่วงหนึ่งของการสนทนา คือการที่ พล.อ.เนอดา กล่าวถึงบุคคลต้นแบบทางความคิดของเขา
นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เขาระบุว่าแนวทางการพัฒนาประเทศของพระองค์เป็นสิ่งที่เขาศึกษาและพยายามนำมาปรับใช้กับวิสัยทัศน์ของกอทูเล
“ผมต้องคิดแบบในหลวงรัชกาลที่ 9 เราต้องพัฒนาประเทศ เราต้องพัฒนาคน”
สำหรับเขา ความสำเร็จของประเทศไม่ได้เกิดจากอำนาจหรือกำลังทหาร แต่เกิดจากการสร้างโอกาส การศึกษา การพัฒนาชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชน
สี่เสาหลักแห่งกอทูเล
ตลอดการสัมภาษณ์ พล.อ.เนอดา พูดถึงแนวคิดหลัก 4 ประการซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้แก่
- การฟื้นฟูอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของกอทูเล
- การสร้างรัฐและโครงสร้างการเมืองของตนเอง
- การดึงชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกกลับมาพัฒนาบ้านเกิด
- การสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ไม่พึ่งพากาสิโนและธุรกิจสีเทา
ในมุมมองของเขา การสร้างประเทศไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องค่อย ๆ เดินไปทีละขั้น คือการ “สร้างคน สร้างผู้นำ สร้างเศรษฐกิจ สร้างการศึกษา และสร้างการปกครองที่ดี”
อีกไม่นาน โลกจะได้เห็นกอทูเล
ก่อนจบบทสนทนา เราถามว่า หากมีโอกาสฝากข้อความถึงชาวโลก เขาอยากบอกอะไร
พล.อ.เนอดา หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “อีกไม่นาน โลกจะได้เห็นกอทูเล” สำหรับเขา ความฝันไม่ใช่การสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือการสร้างบ้านที่ชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกอยากกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง
ตลอดเวลากว่า 1 ชั่วโมงของการสนทนา ชายผู้เติบโตจากเงาของผู้นำกะเหรี่ยงในตำนาน แทบไม่ได้พูดถึงชัยชนะในสนามรบเลย สิ่งที่เขาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ การศึกษา การพัฒนาคน การสร้างผู้นำ การลงทุน การสร้างรัฐธรรมนูญ การสร้างเศรษฐกิจ และการสร้างประเทศ เพราะในสายตาของ พล.อ.เนอดา มยา อนาคตของกอทูเลจะไม่ได้ถูกกำหนดด้วยปืนหรือกระสุน หากจะถูกกำหนดด้วยคุณภาพของประชาชน คุณภาพของผู้นำ และความสามารถในการสร้างบ้านที่ผู้คนอยากเรียกว่า “บ้าน” อีกครั้ง
“ถ้าอยากอยู่รอด คุณต้องสู้ เพราะถ้าคุณสู้ คุณจะตายแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าคุณไม่สู้ คุณจะตายไปตลอดชีวิต” คือประโยคสุดท้ายที่สะท้อนทั้งชีวิต การต่อสู้ และวิสัยทัศน์ของชายผู้ประกาศสร้าง “กอทูเล” ท่ามกลางหนึ่งในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.อานนท์' เปิดความจริง 'รพ.อุ้มผาง' ที่เห็นกับตาตัวเอง
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเข้าใจว่าพี่น้องชาวไทยหลายคนรู้สึกไม่ดีที่โรงพยาบาลอุ้มผาง รักษาพี่น้องชาวพม่าเยอะมาก
กะเหรี่ยง KNU ไม่ให้น้ำหนักการสถาปนาเอกราช 'สาธารณรัฐกอทูเล'
กะเหรี่ยง KNU ไม่ให้น้ำหนักการสถาปนาเอกราช "สาธารณรัฐกอทูเล" ของ TKLA ชี้เป็นเรื่องน่าอับอายเพียงเพื่อของบสนับสนุนจากต่างชาติ นักวิชาการเผยไร้คุณสมบัติเป็นรัฐอิสระ-แค่โหนกระแสอเมริกาบุกเวเนซุเอลา
กองทัพเมียนมาโจมตีหนัก! ทิ้งบอมบ์ 20 ลูก ถล่ม KNU ชาวบ้านหนีตายเข้าไทย
สถานการณ์ชายแดนไทย - เมียนมา ด้านตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ใช้เครื่องยบิน Y12 ทิ้งระเบิดใกล้กับกองบัญชาการกองพลที่ 7
'รองอธิบดีอุทยานฯ' นำทีมจับ 'ลัทธิประหลาด' ตั้ง 3 ข้อหา
'รองอธิบดีกรมอุทยานฯ' นำทีมจับ 'ลัทธิประหลาด' กะเหรี่ยงผมยาว บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ พบต่างด้าว 29 ราย คนไทย 1 คน
นายกฯ ลงพื้นที่สังขละบุรี ตรวจเยี่ยมชายแดนตามกำหนดการเดิม หลังเกิดเหตุปะทะฝั่งเมียนมา
นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี เปิดเผยต่อกรณีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ใช้อาวุธหนักโจมตีเมืองพญาตองซู ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และระหว่างเกิดเหตุมีผู้หลบหนีกว่า 100 คน ข้ามชายแดนมาอาศัยอยู่ตามริมถนนพื้นที่บ้านพระเจดีย์สามองค์เป็นการชั่วคราว
ชายแดนเมืองกาญจน์ระอุ! ปิดด่านเจดีย์สามองค์ชั่วคราว เหตุปะทะเดือด ชาวเมียนมาแห่หนีเข้าฝั่งไทย
บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่9 อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เขตชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมา อ.พญาตองซู หลังจากมีเหตุเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหาร KNLA ปะทะBGF กองกำลังพิทักษ์ชายแดนสหภาพเมียนมา






