'อัษฎางค์' ซัด 'ก้าวหน้า-ก้าวไกล' สมองกลวงเรียกร้องให้ไทยลดกำลังทหาร

10 มี.ค.2565 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กว่า "ไม่มีวันที่เศรษฐกิจของชาติและการกินดีอยู่ดีของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ หากกองทัพอ่อนแอ" ประเทศทั่วโลกแข่งขันกันเพิ่มกำลังทางทหาร เพื่อส่งเสริมอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมือง

ส่วนคณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล สวนทางกับทั้งโลกด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยลดกำลังทหาร แล้วไทยจะเหลืออำนาจอะไรไว้ต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมืองกับใครได้อีก นี่คือวิสัยทัศน์ของคณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล ที่ต้องการสร้างไทยให้อ่อนแอลงใช่หรือไม่?

สงครามรัสเซีย-ยูเครน คือตัวอย่างการแสดงพลังทางการทหาร เพื่อต่อรองและครอบครองอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง
……………………………………………………
สรุปเหตุการณ์สำคัญในสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าแสนยานุภาพทางการทหารมีผลสัมพันธ์กับอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้

องค์กรนาโต้ ที่มีอเมริกาและอังกฤษเป็นกำลังสำคัญ ผลักดันให้นาโต้รับยูเครนเป็นสมาชิก เพื่อหวังกดดันรัสเซีย

ผู้นำยูเครนซึ่งเป็นอดีตดาราตลกตกหลุมพลางของนาโต้ ชักนำยูเครนให้เดินตามเกมการเมืองของนาโต้ ซึ่งเท่ากับชักนำประเทศของตนให้เข้าสู่สงครามที่ไม่มีวันชนะ และจะจบลงด้วยเดือดร้อนของประชาชนพร้อมกับหานนะของบ้านเมือง

รัสเซียส่งกองทัพบุกยูเครนเพื่อตอบโต้ยูเครนและนาโต้ นาโต้และอเมริกาบอยคอดรัสเซีย

รัสเซียปิดท่อแก๊สซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของทั้งยุโรป เพื่อตอบโต้การบอยคอด
ไม่มีประเทศมหาอำนาจตะวันตกแม้แต่ประเทศเดียวกล้าส่งกองทัพไปช่วยยูเครนรบกับรัสเซีย ซึ่งเป็นเรื่องผิดวิสัยอย่างมาก ที่ปกติประเทศมหาอำนาจตะวันตกมักร่วมมือกันส่งกองทัพไปช่วยประเทศที่ตนสนับสนุน
……………………………………………………
คำถามคือ เพราะอะไร อเมริกาและนาโต้กลัวอะไร คำตอบคือ อเมริกาและนาโต้กลัวอำนาจทางการทหารของรัสเซีย ซึ่งมีแสนยานุภาพเทียบเท่ากับอเมริกาหรือนาโต้ ซึ่งแสนยานุภาพของกองทัพและอำนาจทางการทหารนี่เอง ที่ช่วยส่งเสริมอำนาจการต่อรองทางการเมืองและเศรษฐกิจ

สงครามรัสเซีย-ยูเครน คือตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ว่า การส่งเสริมศักยภาพของกองทัพให้แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ จะช่วยป้องกันการข่มขู่และคุกคามจากคู่ต่อสู้ ทางการทหาร การเมืองและเศรษฐกิจ ถ้าต้องการให้สงครามครั้งนี้ยุติมีเพียงทางเดียวเท่านั้น กล่าวคืออเมริกาและนาโต้ จะต้องยอมถอยไปอย่างน้อย 1 ก้าวให้กับรัสเซีย
……………………………………………………
สงครามครั้งนี้แสดงให้เราคนไทยและโลกทั้งโลกเห็นเป็นตัวอย่างว่า แสนยานุภาพทางของกองทัพและอำนาจทางการทหารทหาร ส่งเสริมอำนาจต่อรองทางการเมืองและเศรษฐกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ความเด็ดเดี่ยว เด็ดขาดและเข็มแข็งของผู้นำ จะนำพาชาติให้วัฒนาถาวร
……………………………………………………
“ไม่มีวันที่เศรษฐกิจของชาติและการกินดีอยู่ดีของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ หากกองทัพอ่อนแอ”
ด้วยสมการ….กำลังทหาร + แสนยานุภาพของกองทัพ = ความมั่นคงทางการเมือง + ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของชาติ = การกินดีอยู่ดี + ความผาสุกของประชาชน ทั้งนี้ ต้องอยู่บนพื้นฐานการปราศจากการคอรัปชั่นและความซื้อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง
……………………………………………………
ถ้าวิสัยทัศน์การลดงบประมาณทางการทหาร จะทำให้เศรษฐกิจของชาติและการกินดีอยู่ดีของประชาชนดีขึ้นจริง
ทำไมสหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ เยอรมันนี ฝรั่งเศส อิตาลี จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบียและออสเตรเลีย ถึงมีงบประมาณทางการทหารสูงลิ่วตลอดมานับตั้งแต่วันที่ตัวเราและพ่อแม่ปู่ย่าตายาวของเราเกิดมาจนถึงปัจจุบัน

ตามีไว้ดู หูมีไว้ฟัง สมองมีไว้คิดวิเคราะห์ จงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ไม่ใช่ปิดหูปิดตาปิดใจ แล้วเปิดปากพูดตามคนที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าก้าวไกล กลวงๆ !!!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลเอกประยุทธ์ แจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี สัปดาห์หน้าไม่อยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเริ่มการประชุมนายกฯ ได้เข้าพูดคุยนอกรอบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

'โรม' รู้ทัน 'บิ๊กตู่' ไม่รีบยุบสภา วางแผนนั่งนายกฯ สมัย 3

'โรม' เชื่อ 'บิ๊กตู่' ไม่ยุบสภา เหตุยังไม่พร้อมเลือกตั้ง ซัดรัฐบาลหยุดโบ้ยฝ่ายค้านทำสภาล่ม ข้องใจเสียงเกินครึ่ง หายไปไหนกันหมด

'แรมโบ้' ตบปาก 'สุทิน' ไล่ดูพรรคตัวเองก่อน เผ่นหลายคน

'แรมโบ้' ฟาด 'สุทิน' วิจารณ์รัฐบาลแตกแยก ยุบสภาปลายปี ไม่เป็นความจริง ยันพรรคร่วมยังทำงานร่วมกันได้ดี แนะดูคนในเพื่อไทยก่อน ได้ข่าวเตรียมเผ่นหลายคน

‘บิ๊กตู่’ รับฟังความเห็นทุกฝ่าย ที่เหมือนใจร้อน เพราะคิดแต่เรื่องงาน

‘อนุชา’ เผยเสียงวิจารณ์‘บิ๊กตู่’เป็นคนไม่ฟังใครเป็นสิ่งที่คนภายนอกมักเข้าใจผิด ยันนายกฯ รับฟังความเห็นทุกฝ่าย ที่เหมือนใจร้อนเพราะคิดแต่เรื่องงาน