“อรรถวิชช์” จี้ ก.อุต ทบทวนไฟเขียว ซิน เคอ หยวน เปิดกิจการ แฉ ไม่ได้ตรวจคุณภาพเหล็กทุกเตาหลอม -โรงงานลักไก่ไร้เตาปรุง ทำเหล็กไร้คุณภาพ เตือน ห้ามใช่เหล็ก IF สร้างตึก-โครงสร้างพื้นฐานประเทศ ถาม รมต.อุตฯ ใครจะรับผิดชอบ
9 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยตัวแทนจากสมาคมผู้ค้าเหล็ก แถลงกรณีความกังวลที่กระทรวงอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด สามารถประกอบกิจการผลิตเหล็กเส้นต่อไปได้ ว่า บริษัทดังกล่าวอักษรย่อ SKY เป็นเหล็กตัวหนึ่งที่อยู่ในการก่อสร้างตึก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และถล่มช่วงแผ่นดินไหวที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจสอบเหล็กมาแล้วรอบหนึ่ง แต่ยังไม่ได้มีบทสรุปว่าเกิดอย่างไรบ้าง
แต่ปรากฏว่าวันนี้กลับมาเปิดโรงงาน จึงสร้างความกังวลใจแก่ประชาชนจำนวนมาก ในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งตนมองว่าการเปิดโรงงานซิน เคอ หยวน มีพิรุธหลายอย่าง โดยโรงงานเคยเกิดไฟไหม้ และมีการแก้ไขระบบในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันได้รับการแก้ไขแล้ว ในเรื่องของความปลอดภัย แต่สาระสำคัญไม่ใช่เรื่องของความปลอดภัยแต่คือเรื่องของมาตรฐาน
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า โรงงานซิน เคอ หยวน เป็นโรงงานผลิตเหล็กประเภทเหล็กแบบ IF (Induction Furnace) ซึ่งเหล็กแบบนี้โดยหลักการแล้ว เศษเหล็กมีคุณภาพอย่างไรก็จะออกมาอย่างนั้น หรือเข้าใจง่ายๆว่าถ้าเศษเหล็กเลว เหล็กเส้นที่ออกมาก็จะเลวตามไปด้วย ขึ้นอยู่กับเศษเหล็ก และสาระสำคัญคือต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace หรือ Ladle Refining Furnace: LRF) โดยสมัยที่ตนอยู่ในทีมสุดซอย และเคยเป็นประธานที่ปรึกษาของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรม ในขณะนั้น ไปตรวจสอบบริษัทดังกล่าวพบว่าไม่มีเตาปรุง แปลว่าไม่สามารถดึงแร่ธาตุบางตัวออกจากเหล็กได้ หากดึงออกมาไม่ได้ เหล็กก็จะไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งก็จะเป็นไปตามคุณภาพของเหล็กที่เข้าไป
นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า การทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ระบุว่ามีเตาปรุง ซึ่งหมายถึงตอนขออนุญาต มีเตาปรุงแต่ปัจจุบันไม่มี จึงเกิดคำถามว่าแล้วเปิดได้อย่างไร ซึ่งวันที่ไปตรวจได้ตรวจเรื่องความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งของตัวพนักงานหรือคนทำ แต่มาตรฐานไม่มีเตาปรุง
ส่วนข้อพิรุธ คือ 1. ปัจจุบันเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงอุตสาหกรรมคือให้ตรวจทุกเตาหลอม แต่ปรากฏว่ากรณีของบริษัทดังกล่าว ไม่ได้ตรวจทุกเตาหลอมก่อนเปิด ซึ่งสมัยทีมสุดซอยเข้าไปยึดเหล็ก ได้ยึดหลายล็อตมากเพื่อนำไปตรวจ ซึ่งมีอยู่ 1 ล็อต ถือเป็นล็อตใหญ่ที่สุดมีจำนวน 40,000 เส้น แต่เหล็กล็อตดังกล่าว มีการตรวจปล่อยช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐมนตรีจากนายเอกนัฏ มาเป็นนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นช่วงตะเข็บต่อกัน เป็นช่วงที่นายนายเอกนัฏ ออก นายธนกร กำลังจะเข้ามาแต่ยังไม่ทันเข้า ได้ไปตรวจเหล็ก 40,000 เส้นดังกล่าว แล้วให้ผ่านด้วยวิธีการสุ่มตรวจ แต่ไม่ได้ตรวจทุกเตา
เวลาต่อมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกเกณฑ์ว่าต่อไปนี้หากมีการตรวจต้องตรวจทุกเตา แต่กฎนี้ไม่ได้ใช้กับบริษัทซิน เคอ หยวน ปัจจุบันเหล็ก 40,000 เส้นได้ออกสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันนี้โรงงานกลับมาเปิดและขายเหล็กได้เต็มรูปแบบแล้ว
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า หลังจากที่กลับมาเปิดโรงงานก็มีการเข้าไปตรวจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพ ซึ่งการตรวจคุณภาพของเหล็กก็ไม่ได้ตรวจทุกเตาหลอมอีก และที่สำคัญคือไม่ได้ส่งสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยตรวจ ซึ่งตอนขออนุญาต ได้ผ่านกับเครื่องตรวจสอบของสถาบันเหล็กฯ แต่รอบนี้บริษัทซิน เคอ หยวน ขอให้ไปตรวจสถาบันอื่น กระทรวงอุตสาหกรรมก็ให้ไปตรวจสถาบันอื่น ทำไมถึงไม่ตรวจที่สถาบันเหล็กฯ เพราะขออนุญาตที่ไหนก็ควรตรวจที่เดิม นี่คือพิรุธที่เกิดขึ้น
นายอรรถวิชช์ ขอเรียกร้องว่า 1. บริษัทซิน เคอ หยวน สามารถเปิดโรงงานได้แต่ต้องขายไม่ได้ เพราะจะต้องมีเตาปรุงให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมคิดเรื่องของมาตรฐานโดยต้องให้มีเตาปรุง รวมถึงโรงเหล็กทั่วประเทศไทย ไม่ใช่แค่ซิน เคอ หยวน ทีเดียว ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะมีความเสี่ยง 2. เหล็กประเภท IF จะต้องไม่อนุญาตให้ใช้ก่อสร้างตึกสูงในประเทศไทยอีกต่อไป ต้องไม่อยู่ในตึกสูงของประเทศไทยอีกต่อไป และต้องไม่อยู่ในงานโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในงานสาธารณะ สะพานต่าง ๆ ที่ราชการเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง เจ็บต้องจำ เจ็บแล้วจำคือคน ซึ่งเรื่องมาตรฐานเป็นประเด็นที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องทำให้มีความชัดเจน
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตนหนักใจ และรู้สึกผิดหวังเพราะเคยเป็นที่ปรึกษา และอยู่ทีมสุดซอย ผิดหวัง ถ้าวันนี้คำสั่งได้ออกไปแล้วขอให้มีการทบทวน และไปถามว่าใครรับผิดชอบเรื่องนี้บ้าง และเกิดอะไรขึ้นกับกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งงานกันข้ามช็อตแบบไหน ถึงเปิดโรงงานนี้ได้โดยที่ไม่มีเตาปรุง ซึ่งตนจะรอสัญญาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ฝากช่วยตอบด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อรรถวิชช์' ชูจุดยืนหนุน 'แลนด์บริดจ์' รองรับอุตสาหกรรมใหม่สู้วิกฤตพลังงาน
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ “แลนด์บริดจ์” ซึ่งมีเป้าหมายเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย

