คอลัมนิสต์เครือผู้จัดการโพสต์ตอบโต้กรณีมีการกล่าวอ้างเรื่องรีดเงินเดือนละ 5 ล้านบาท ระบุแม้ไม่มีการเอ่ยชื่อบุคคลใดโดยตรง แต่สังคมจำนวนมากตีความเชื่อมโยงไปยัง “บ้านพระอาทิตย์” และ “สนธิ ลิ้มทองกุล” พร้อมตั้งคำถามว่าหากมีการกรรโชกทรัพย์รัฐมนตรีจริง เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี ย้ำข้อพิพาทควรวัดกันด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐาน
9 มิถุนายน 2569 - นายสุรวิชช์ วีรวรรณ คอลัมนิสต์ประจำเครือผู้จัดการและรองประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กว่า
#สนธิร้อนตัวหรือถูกกล่าวหา
พลันที่โจ มณฑานี ตันติสุข อดีตดีเจรุ่นฟันน้ำหมากผู้ผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์การเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่า
“รู้จากวงในมานานแล้วแต่อุบไว้ กลุ่มคนดีย์ที่รุมขุดคุณพิพัฒน์และ PT เพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้าน แต่แกมีศักดิ์ศรี-แกไม่ให้ คุณขิงต้องสู้กลับ อย่ายอม”
หลังจากนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เข้าไปคอมเมนต์ว่า “ขอบคุณสำหรับอีกมุมมองหนึ่ง” ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาคอมเมนต์ว่า “อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าใคร”
ถ้าเข้าไปดูคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของมณฑานี จะเห็นว่า มีการพุ่งเป้ามาที่บ้านพระอาทิตย์และสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างชัดเจน
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
เพราะคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องพลังงานในช่วงนี้ก็คือ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และเครือข่ายของคุณรสนา โตสิตระกูล ขณะที่โจ มณฑานี ระบุอย่างชัดเจนว่า “คุณขิงต้องสู้กลับ อย่ายอม”
ดังนั้น แม้โพสต์ของโจ มณฑานี จะไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลหรือองค์กรใดโดยตรง แต่เมื่อพิจารณาจากคอมเมนต์ใต้โพสต์และบริบททางการเมืองในขณะนี้ ย่อมเข้าใจได้ไม่ยากว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเชื่อมโยงข้อกล่าวหานี้มายังบ้านพระอาทิตย์
แต่สนธิก็ไม่ได้แสดงอาการเดือดร้อนอะไรในตอนแรก เพียงแต่ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า โจ มณฑานี มีหลักฐานหรือไม่ และถ้ามีเหตุใดจึงไม่ไปแจ้งความดำเนินคดี
จากนั้นโจ มณฑานี จึงโพสต์ตอบว่า
“เรียนคุณสนธิ ดิฉันเอ่ยถึงคุณสนธิหรือคะเรื่องตบทรัพย์เดือนละ 5 ล้าน?
ถ้าดิฉันไม่ได้เอ่ย ไม่ได้ใบ้ ไม่ได้บอกชื่อย่อ ไม่ได้ชี้เป้า และคนในเมนต์ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าดิฉันหมายถึงใคร นอกจากท่านนายกและคุณพิพัฒน์
แล้วคุณสนธิมาถามหลักฐาน 5 ล้านทำไมคะ ถ้าคุณสนธิไม่เคยรีด ไม่เคยรับ? และถ้าคุณสนธิไม่ใช่คน ๆ นั้น? ในเมื่อมันไม่ใช่เรา!
ทั้งที่ย้อนกลับไปดู สนธิไม่ได้พูดในลักษณะเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย เพียงแต่ตั้งคำถามว่า มีหลักฐานหรือไม่ และเหตุใดจึงไม่ไปแจ้งความ แต่คำถามดังกล่าวกลับเหมือนไปจี้จุดสำคัญบางอย่าง จนทำให้โจ มณฑานี ต้องออกมาโพสต์ตอบยาวเหยียด
นอกจากนั้น โบว์ ณัฏฐา ยังออกมาตอกย้ำอีกว่า
“สื่อตบทรัพย์มีเยอะมั้ยไม่รู้ แต่จะมีเจ้านึงที่เขารู้กันทั้งวงการ เพราะทำมาจนเป็นตำนาน ใครไม่อยากโดนเต้าข่าวด่าทุกวันก็จ่ายมา”
พร้อมทิ้งท้ายว่า
“ยังไม่ทันไรก็ร้อนตัว”
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ตกลงสนธิร้อนตัวจริงหรือ?
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ลองย้อนกลับไปอ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ของโจ มณฑานี ว่าผู้ติดตามของเธอเข้าใจว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงใคร และกำลังกล่าวหากลุ่มใด
เมื่อรวมเข้ากับโพสต์ของโบว์ ณัฏฐา ที่โจนำมาแชร์ต่อ ภาพทั้งหมดจึงเริ่มเชื่อมโยงเจือสมเข้าหากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะในสายตาของคนจำนวนมาก ข้อกล่าวหาเรื่องรีดเงินเดือนละ 5 ล้านบาท ถูกโยงไปยังบ้านพระอาทิตย์และสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นฝ่ายที่กำลังเคลื่อนไหวตรวจสอบเรื่องพลังงานอยู่ในขณะนี้
ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่ใช่ประเด็นของการ “ร้อนตัว” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการที่มีคนจำนวนมากตีความว่า บ้านพระอาทิตย์กำลังถูกกล่าวหาอยู่ต่างหาก
ยิ่งไปกว่านั้น ในทางกฎหมาย การหมิ่นประมาทไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่ามีการเอ่ยชื่อหรือไม่ แต่ยังพิจารณาด้วยว่าข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้หรือไม่ว่าหมายถึงใคร และทำให้บุคคลนั้นได้รับความเสียหายหรือไม่
ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ยังมีคำถามอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน
ซึ่งน่าแปลกใจว่า แม้นายพิพัฒน์จะไม่ได้โพสต์ยืนยันข้อเท็จจริงโดยตรง แต่เมื่ออนุทินเข้ามาคอมเมนต์ในลักษณะที่สังคมตีความได้ว่ารู้ว่าหมายถึงใคร ก็ยิ่งเกิดคำถามตามมาว่า หากมีการกรรโชกทรัพย์หรือเรียกผลประโยชน์จากรัฐมนตรีจริง เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี
และหากมีการกระทำผิดร้ายแรงถึงขนาดนี้จริง เหตุใดจึงปล่อยให้เรื่องเงียบมาจนถึงทุกวันนี้ การที่รู้ว่า มีคนกรรโชกทรัพย์เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นถึงรัฐมนตรีหากเพิกเฉยจะทำผิดมาตรา 157 หรือไม่
เรื่องนี้สนธิจึงไม่ได้ “ร้อนตัว” แต่กำลังถูกกล่าวหาในสายตาของผู้คนจำนวนมากอย่างชัดแจ้ง
เพราะคนที่เคลื่อนไหวเรื่องพลังงาน ซึ่งโจ มณฑานี เอ่ยถึง “คุณขิง” นั้น เชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายที่กำลังเคลื่อนไหวร่วมกับบ้านพระอาทิตย์ในเวลานี้
ขณะเดียวกัน สนธิและทีมงานสื่อบ้านพระอาทิตย์ก็กำลังเปิดประเด็นตรวจสอบรัฐบาลและระบอบสีน้ำเงินในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเขากระโดง ฮั้ว ส.ว. กักตุนน้ำมัน โครงการ TH-AI Passport รวมถึงเรื่องล่าสุดประวัติการศึกษาของลูกเทพ และอีกหลายประเด็นที่กำลังเป็นข่าว
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมองออกว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความพยายามสาดโคลนหรือป้ายสีฝ่ายที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
ท้ายที่สุดแล้ว ระหว่างบ้านพระอาทิตย์กับฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไอโอสีน้ำเงิน ใครถูกใครผิด คงไม่ได้ตัดสินกันด้วยการโพสต์เฟซบุ๊กหรือการตอบโต้กันไปมา
แต่จะต้องตัดสินกันด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐาน
เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สุดท้ายแล้วความจริงย่อมเป็นสิ่งเดียวที่หลีกหนีไม่ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โบว์’ แฉพฤติกรรม ‘สื่อดาวไถ’ อ้างตั้งเรื่องกดดัน ก่อนเรียกเงินรายเดือน
“โบว์ ณัฏฐา” เล่าพฤติกรรมที่เรียกว่า “สื่อดาวไถ” กล่าวหาว่าใช้การตีข่าวกดดันเป้าหมาย ก่อนเรียกรับผลประโยชน์ทั้งแบบจ่ายครั้งเดียวและรายเดือน พร้อมชวนสังคมใช้วิจารณญาณและตรวจสอบข้อมูลรอบด้านก่อนเชื่อข่าว
ปชป. เดือด! จ่อฟ้องบิดเบือนคำพูด 'อภิสิทธิ์' ปมระบอบสีน้ำเงิน
'ประชาธิปัตย์' เร่งเก็บหลักฐาน จ่อดำเนินคดีผู้บิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ 'อภิสิทธิ์' ปมนิยาม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ยันต้องปกป้องความจริง สร้างบรรทัดฐานใหม่ หยุดใส่ร้ายป้ายสี
‘โสภณ’ ปรับโฉมสื่อรัฐสภา เปิดพื้นที่เยาวชน สร้างความเข้าใจประชาธิปไตย
ประธานรัฐสภาเดินหน้าวางทิศทางสื่อในเครือรัฐสภาให้ทันยุค ผสานวิทยุ โทรทัศน์ และออนไลน์เข้าด้วยกัน ชูจุดแข็งข้อมูลถูกต้อง โปร่งใส เข้าถึงประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมสภาจำลองและรายการสร้างสรรค์ หวังปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยตั้งแต่รุ่นใหม่
ย้ำทุกฝ่ายลดความตึงเครียด หยุดสื่อสารบิดเบือนกระทบความไว้วางใจ
ศูนย์แถลงข่าวฯ ย้ำทุกฝ่ายยึดมาตรการลดความตึงเครียด ชี้การสื่อสารบิดเบือนกระทบความไว้วางใจ ยันเดินหน้ากลไกสันติวิธีแก้ปัญหา
ข้อคิดและงดงาม ‘พิธีกรดัง’ สื่อสารถึง ‘พี่พุทธครับ’ กรณี ‘นัทปง‘
‘ปู’ จิตกร บุษบา สื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุ มีรายละเอียดดังนี้

