ศธ.เร่งช่วยเหลือครูผู้ประสบเหตุรุนแรงในสกลนคร ย้ายไปช่วยราชการในภูมิลำเนาเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ ควบคู่กับการนำเด็กผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการประเมิน บำบัด และฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
17 มิ.ย.2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อเหตุใช้มีดทำร้ายครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดสกลนคร กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันที โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริง ประเมินผลกระทบ และให้ความช่วยเหลือผู้เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและการคุ้มครองทางสังคม เพื่อดูแลทั้งด้านความปลอดภัยและการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย
สำหรับครูผู้ประสบเหตุ กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานให้ย้ายไปช่วยราชการในสถานศึกษาอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบด้านจิตใจและสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย พร้อมพิจารณาแนวทางให้สามารถไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ภูมิลำเนา เพื่อให้ได้รับการดูแลจากครอบครัวอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข จัดทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินและเยียวยาสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของนักเรียนผู้ก่อเหตุ ซึ่งยังเป็นเด็กและมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับปัจจัยด้านครอบครัวและภาวะทางอารมณ์ กระทรวงศึกษาธิการได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการตามหลักการคุ้มครองเด็ก โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเด็กเข้าสู่กระบวนการประเมิน บำบัด และฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการติดตามพฤติกรรมและเตรียมความพร้อมก่อนกลับเข้าสู่การเรียนและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรหรือมีครูผู้หญิงปฏิบัติงานเพียงลำพัง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะนำข้อมูลจากกรณีดังกล่าวมาพิจารณาแนวทางจัดสรรกำลังสนับสนุนและยกระดับระบบเฝ้าระวังในสถานศึกษา เพื่อให้ครูสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ และนักเรียนทุกคนได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แก้ปัญหาสภาพคล่องโรงพยาบาล สธ.–สปสช.จ่ายค่ารักษา 2,812 ล้าน!ให้ 894 รพ.
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่องโรงพยาบาล สธ.–สปสช. เร่งจ่ายค่ารักษา 2,812 ล้านบาท ให้ 894 โรงพยาบาล พร้อมบริหารเงินล่วงหน้า 4,299 ล้านบาท ย้ำไม่กระทบการรักษาประชาชน
รัฐบาลฟุ้งผลสำเร็จพัฒนาเส้นทางบินไทย-จีนแบบตัดตรง!
รัฐบาลเผยผลสำเร็จการพัฒนาเส้นทางบินไทย - จีน แบบตัดตรง ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า 40 ล้านบาท ลด CO₂ ได้ถึง 2,561 ตันต่อปี เดินหน้าผลักดันการเติบโตภาคการบินของไทยสู่ความยั่งยืน
รัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์ 'อุดรธานีโมเดล' นำร่องอีสานเหนือ 5 จังหวัด!
รัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์ 'อุดรธานีโมเดล 2570–2574' นำร่องอีสานเหนือ 5 จังหวัด ลุยแก้จน – มอบสิทธิทำกิน สร้างอาชีพกลุ่มเปราะปาง
ผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่านตรวจสอบแล้วเตรียมส่ง กกต. รับรอง 5 พ.ย.
รองโฆษกรัฐบาล เผย ผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่านการตรวจสอบแล้ว เตรียมส่ง กกต. รับรอง 5 พ.ย. ก่อนเสนอแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ 1 พฤศจิกายน 2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การคัดเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเข้าสู่คณะกรรมการประกันสังคมกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ หลังสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ตรวจสอบผลคะแนนจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เสร็จสิ้นแล้ว โดยกำหนดนำส่งผลการเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาตรวจสอบและรับรองในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เมื่อผ่านการรับรองจาก กกต. แล้ว จะนำรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ต่อไป กระบวนการดังกล่าวจะดำเนินไปภายใต้หลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้อง โปร่งใส และเปิดให้ตรวจสอบได้ เพื่อให้การได้มาซึ่งผู้แทนทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างเรียบร้อย
'ลลิดา' สอนเด็กส้มอย่ามองข้ามปากท้อง SME
รองโฆษกรัฐบาล สวน 'ภาวุธ' ปมลดค่า GP ชี้อย่ามองข้ามปากท้อง SME เพียงเพราะมาตรการไม่ใช่คำตอบระยะยาว ย้ำลดต้นทุนวันนี้ไม่ต้องรอแก้โครงสร้าง คาดช่วยร้านค้าประหยัด 1,930 ล้านบาทใน 6 เดือน
รัฐบาลขึงขัง! สั่ง คพ.แจ้งความเอาผิดทิ้งขยะอุตสาหกรรมที่หนองปรือ
รัฐบาลเอาจริงปราบลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม พบของเสียต้องสงสัยปนเปื้อนโลหะหนักในพื้นที่ชลบุรีกว่า 7 ไร่ กรมควบคุมมลพิษแจ้งความดำเนินคดี เร่งสืบหาต้นตอและผู้รับผิดชอบ

