18 มิ.ย.2569 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ““โพยไม่ผิด” แล้วจบจริงหรือ? ส่องปมร้อน “ฮั้ว สว.” เมื่อกฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทางกัน!” ระบุว่า กลายเป็นมหากาพย์ระดับประเทศที่สังคมไทยกำลังตั้งคำถามตัวโต ๆ เกี่ยวกับประเด็น "โพยเลือก สว." ยิ่งล่าสุดเมื่อมีการเปิดคลิปวิดีโอแฉขบวนการเลือกตั้ง สว. จนนำไปสู่การตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้กันอย่างดุเดือด เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่มิติตัวบทกฎหมายทื่อ ๆ เท่านั้น แต่ยังมีเงื่อนงำทางพฤติกรรมศาสตร์ และวิกฤตศรัทธาขององค์กรอิสระซ่อนอยู่ชวนให้เราต้องคิดตาม!
ฝั่ง สว. นำร่องกางตำราโต้: "มีโพยไม่ใช่ความผิด"
การแถลงข่าวของ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ และ พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สมาชิกวุฒิสภา ถือเป็นหัวใจหลักของฝั่ง สว. เสียงข้างมากที่ยื่นยันว่า "การมีโพยไม่ผิดกฎหมาย" โดยงัดเหตุผลและกลยุทธ์มาสู้ดังนี้:
• มีคำสั่งศาลคุ้มครอง: อ้างคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า กฎหมายไม่ได้บัญญัติห้ามนำโพยหรือเอกสาร (สว. 3) เข้าสถานที่เลือกตั้ง (อท 13/2568) ดังนั้นประชาชนย่อมมีเสรีภาพที่จะทำได้เพื่อความสะดวกในการจำหมายเลข
• โจมตีที่มาของหลักฐาน: ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายเปิดโปง (พรรคประชาชน) ว่า ไปเอาคลิปวิดีโอมาจากไหน? ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? หรือขโมยมาจากสำนวนเพื่อเน้นทำคอนเทนต์ "เอายอดไลก์ยอดแชร์"
• เธอก็ทำ ฉันก็ทำ (Whataboutism): พล.ต.ต.สุนทร แฉกลับว่า ฝั่ง สว. เสียงข้างน้อยเองก็มีโพยและมีการนัดประชุมจัดตั้งที่โรงแรมเช่นกัน ดังนั้นหากจะตรวจสอบ ก็ต้องตรวจให้เป็นธรรม "ทั้งสองฝั่ง" ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ
ช่องว่างระหว่าง "เทคนิคกฎหมาย" กับ "โลกความจริง"
ในแง่หนึ่ง ข้อโต้แย้งของ กกต. และ สว. มีน้ำหนักทางกฎหมายเชิงเทคนิค (Legal Loophole) เพราะไม่มีกฎหมายแม่บทเขียนห้ามไว้ แต่ในโลกความเป็นจริง สังคมกำลังมองว่า "เรากำลังเดินกันคนละเรื่อง"
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: โพยก็เหมือน "มีดพับปอกผลไม้" ในทางกฎหมายใคร ๆ ก็พกได้ไม่ผิด แต่ถ้าคนนับร้อยพกมีดรุ่นเดียวกัน เดินเข้าตึกเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน พร้อมมีสลิปโอนเงินโผล่มา... การบอกว่า "แค่พกมาปอกผลไม้" ย่อมขัดต่อสามัญสำนึก!
ดังนั้น ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่อง "กระดาษหนึ่งแผ่น" แต่แยกออกเป็นสองมิติ:
1.โพยในฐานะสิทธิ: ทุกคนจดเพื่อกันลืมได้ (ไม่ผิดกฎหมาย)
2. โพยในฐานะพยานหลักฐาน: หากโพยนั้นลงล็อกกับคะแนนที่ออกมาอย่างเป็นระบบ (Block Vote) ชนิดที่ขัดหลักสถิติคณิตศาสตร์ บวกรวมกับเส้นทางการเงินแปลก ๆ (เช่น ค่าฉีดทุเรียน, ค่าบูชาไอ้ไข่) โพยนั้นจะกลายเป็น
"พิมพ์เขียว" หลักฐานมัดตัวขบวนการจัดตั้งทันที!
คำชี้แจงของ กกต. กับ "วิกฤตอัมพาตทางความศรัทธา"
ที่ผ่านมา แถลงการณ์ของสำนักงาน กกต. มักตอบเฉพาะมุมกฎหมายว่าตน "ไม่มีอำนาจห้าม" แต่สังคมยังคาใจว่า ทำไมในอดีต กกต. เคยออกระเบียบห้าม (ก่อนโดนศาลปกครองเพิกถอน) สะท้อนว่า กกต. เองก็เคยรู้ว่าพฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการทุจริต แต่พอศาลสั่งเพิกถอน กกต. กลับไม่มีมาตรการเชิงรุกมาป้องกันความเสี่ยงเลย
ยิ่งไปกว่านั้น การเกิด "มติขัดกันเองภายใน" ระหว่าง:
คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 (+DSI): เห็นว่ามีมูลความผิดชัดเจน เสนอเซ็นสอย สว. 138 คน และส่งผลกระทบอีก 91 ราย รวมทั้งสิ้น 229 ราย
คณะอนุกรรมการชุดที่ 36: กลับมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ "ยกคำร้องทั้งหมด"
ประกอบกับข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ กกต. บางท่านมาจาก สว. ชุดที่ถูกล่าวหา ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการ "ฟอกขาว" จนเกิดสภาวะอัมพาตทางความศรัทธา
ผ่าทางตัน: ทางออกเดียวเพื่อกู้คืนระบบ
หาก กกต. ต้องการหลีกเลี่ยงข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157) และกู้ศรัทธากลับคืนมา นักวิชาการและสังคมได้เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมไว้ 3 ข้อ:
1.ส่งคดีให้ศาลฎีกาชี้ขาด: โยนสำนวนและหลักฐาน (รวมถึงโพยที่ริบมาได้) ให้สถาบันตุลาการกระแสหลักเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเป็นทางลงที่สง่างามที่สุด
2. ขยายผลเส้นทางการเงิน: ต้องชี้แจงให้ชัดว่า โพยที่ยึดมาได้โยงไปถึงสลิปการโอนเงินในกลุ่มจัดตั้งหรือไม่
3. ใช้บรรทัดฐานดิจิทัลมาเทียบเคียง: ในเมื่อศาลเคยสั่งตัดสิทธิ 10 ปีคดีทุจริตจากการส่งขอคะแนนผ่านแอปฯ Line มาแล้ว โพยกระดาษที่มีเจตนาจัดตั้งก็ไม่ควรถูกยกเว้น
บทสรุป: คำถามที่ยังรอคำตอบ
บทสรุปของมหากาพย์นี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า "โพยผิดกฎหมายไหม" เพราะฝั่ง สว. และ กกต. เคลียร์คัตในมุมแคบ ๆ ไปแล้ว... แต่คำถามตัวโต ๆ ที่ประชาชนยังรอฟังคือ:
"พยานหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่มีอยู่ เพียงพอหรือยังที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า วุฒิสภาชุดนี้ได้มาอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสจริง ๆ ?"
คำตอบสุดท้ายนี้ คงไม่ได้จบลงที่หน้าไมค์บนเวทีแถลงข่าว แต่อยู่ที่ "ความกล้าหาญทางจริยธรรม" ขององค์กรตรวจสอบ ว่าจะกล้าเปิดเผยความจริงให้สังคมยอมรับได้อย่างแท้จริงหรือไม่!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้ 4 ปัจจัยทำเกราะทองคำกระทำโดยสุจริตของ กกต.เสี่ยง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'อดีตผู้พิพากษาฯ' ยกเคส 'ศิริโชค' อธิบายชัด เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ
วัส ติงสมิตร โพสต์เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ? เมื่อข้อพิพาทไม่ได้อยู่แค่เรื่อง เอกสารลับ แต่อยู่ที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
มหากาพย์ 'สว.สีน้ำเงิน' เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด
'อดีตผู้พิพากษา' ชี้กลุ่มผู้สมัคร สว. แฉหลักฐานมัดตัว กกต.จะ 'เป่าคดีฮั้ว สว.' เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โอกาส 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน 2 คนจะเขียนโพยฃตรงกัน ปิดประตูความบังเอิญ หาก กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 'ไม่มีมูล' เข้าข่ายมาตรา 157 เต็มๆ กลายเป็น'ใบเสร็จรับเงินคุก'
'พริษฐ์' รับยื่นหนังสือ แฉหลักฐานมัด กกต. เป่าคดีฮั้ว สว. ตั้ง 4 ข้อพิรุธ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับหนังสือจากกลุ่มผู้สมัคร สว. และพ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งในปี 2567 เพื่อร้องเรียนถึงข้อพิรุธการเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมาและข้อพิรุธการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเรื่องสว. ครั้งที่ผ่านมา
เมื่อ 'ภูมิใจไทย' ถอนชื่อ บททดสอบการแก้รธน.ระหว่าง 'หลักการประชาธิปไตย' กับ 'สมการการเมือง'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ : บททดสอบการแก้รัฐธรรมนูญระหว่าง "หลักการประชาธิปไตย" กับ "สมการการเมือง" มีเนื้อหาดังนี้
'ดร.กิตติธัช' บอกพรรคส้มยามนี้ระเบิดเป็นโกโก้ครั้นเลย!
ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ

