'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล

โฆษกรัฐบาล โต้ “กรณ์” อย่าด่วนสรุปด้วยอคติ ย้ำรัฐใช้ทุกกลไกทางกฎหมายลดราคาน้ำมัน ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

วันที่ 8 กรกฎาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่ประกาศลดราคาน้ำมันทุกชนิดลงกว่า 2.50 บาทต่อลิตร ถือเป็นการปรับลดราคาพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยเกิดจากมาตรการเชิงนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังเดินหน้ามาตรการต่างๆ ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างราคาพลังงานในทุกมิติ ที่ต้องใช้เวลาและแก้ไขข้อระเบียบต่างๆ โดยในสัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรีจะนั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 2/ 2569 ในวันที่ 15 กรกฏาคม นี้ด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ามาตรการสำคัญที่รัฐบาลดำเนินการผ่านกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย

1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานใช้อำนาจตามพระราชกำหนดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด พ.ศ. 2516 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย กำหนดให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลต้องไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร หากราคาตลาดไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง รัฐบาลสามารถกำหนดเพดานราคาเพื่อคุ้มครองประชาชนได้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไทยใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันอย่างชัดเจน

2. กระทรวงพลังงานนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นกลับมาแบ่งเบาภาระประชาชน โดยรอบล่าสุดสามารถนำเงินกลับคืนสู่ระบบได้ประมาณ 1,700 ล้านบาท และเมื่อรวมกับการดำเนินการก่อนหน้านี้ มีการนำผลประโยชน์ส่วนเกินกลับมาช่วยประชาชนแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อให้กำไรส่วนเกินในห่วงโซ่พลังงานกลับมาสร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งประเทศ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การตรวจสอบรัฐบาลเป็นเรื่องที่ทำได้และเป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตย แต่การวิพากษ์วิจารณ์ก็ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่ลดทอนหรือมองข้ามความพยายามของหน่วยงานที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน เพราะท้ายที่สุด ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้คือประชาชนทุกคน

“รัฐบาลพร้อมใช้ทุกเครื่องมือทางกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ปล่อยให้กลไกตลาดที่บิดเบือนทำงานเพียงฝ่ายเดียว เพราะราคาพลังงานไม่ใช่เพียงตัวเลขบนป้ายหน้าสถานีบริการน้ำมัน แต่เป็นต้นทุนค่าครองชีพของทุกครอบครัว และเป็นต้นทุนของเศรษฐกิจทั้งประเทศ รวมทั้งประชาชนพอใจ” นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนูโปรยยาหอม ทำ งานถวายหัว ป้องนํ้าท่วม‘ใต้’

นายกฯ นำทัพลงสงขลา ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง บอกไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี ยาหอมพร้อมทำงานถวายหัว “ภราดร”

โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ มอบ 8 นโยบายขับเคลื่อนชายแดนใต้ ให้ทุกหน่วยทำงานเชิงรุกไม่ต้องรอสั่งการ

นายกฯ อนุทิน มอบ 8 นโยบายขับเคลื่อนชายแดนใต้ ย้ำ “ความมั่นคงต้องเดินคู่เศรษฐกิจ” ต่อยอดความร่วมมือไทย–มาเลเซีย สร้างภาคใต้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสและสันติสุข

'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย

ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

มติศาล รธน. 7:2 ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

"ศาลรัฐธรรมนูญ" ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงินวิกฤตพลังงาน พ.ศ. 2569 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 โดยประเด็นเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ศาลมีมติเห็นพ้องเป็น “เอกฉันท์” ขณะที่งบลงทุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ผ่านฉลุยด้วยมติ “เสียงข้างมาก 7 ต่อ 2” หลังตุลาการเสียงข้างน้อยมองว่ายังไม่จำเป็นเร่งด่วน