ลูกเรือ 3 รายยื่นฟ้องบริษัทเจ้าของเรือและผู้เกี่ยวข้อง เรียกค่าเสียหาย หลังเผชิญเหตุเรือถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ จนมีผู้เสียชีวิตและเกิดภาวะ PTSD อ้างนายจ้างไม่เยียวยาค่ารักษา-ชดเชยตามสัญญาจ้าง ด้านศาลแรงงานกลางรับคำฟ้อง นัดกำหนดประเด็นข้อพิพาท 28 ก.ย.นี้
10 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลแรงงานกลาง ถนนพระรามที่ 4 นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความ นำนายปณิธิ ตุ้มแก้ว อายุ 42 ปี นายนพดล วงศ์สุวรรณ อายุ 33 ปี และนายสุรเดช แม่นปืน อายุ 32 ปี ลูกเรือของเรือ “มยุรี นารี” (M/V Mayuree Naree) จำนวน 3 ราย เดินทางมายื่นฟ้องบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) (PSL) บริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด เจ้าของเรือมยุรี นารี บริษัท เกรท เซอร์เคิล ชิปปิ้ง เอเยนซี่ จำกัด และนายสถาพร หกสี่ กัปตันเรือ
โดยฟ้องในข้อหาละเมิด กรณีนำลูกจ้างเข้าสู่ภาวะอันตราย พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายจากการเจ็บป่วย และผลกระทบที่ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในอนาคต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 425 รวมถึงฟ้องคดีแรงงานกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 หลังเรือ “มยุรี นารี” ถูกโจมตีระหว่างเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยก่อนหน้านั้นกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ได้ประกาศมาตรการควบคุมการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว
เหตุการณ์โจมตีส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และสร้างผลกระทบทางจิตใจแก่ลูกเรือหลายราย โดยลูกเรือทั้ง 3 คนที่มายื่นฟ้องในวันนี้ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะ PTSD หรือโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล หวาดกลัวต่อเสียงดัง และไม่สามารถกลับไปทำงานบนเรือได้ตามปกติ
นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความ กล่าวว่า ลูกเรือเดินทางมายื่นฟ้องเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งเหตุการณ์ที่เรือถูกโจมตี มีผู้เสียชีวิต และผลกระทบด้านสุขภาพจิตของลูกเรือ
“ลูกเรือทั้ง 3 คนได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็น PTSD ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยเจรจากับบริษัทแล้ว แต่ทางบริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าลูกเรือควรได้รับการคุ้มครองอย่างไร ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และความเสียหายที่เกิดขึ้น” นายกัณต์พัศฐ์ กล่าว
ทนายความระบุว่า จากการประเมินอาการของลูกเรือทั้ง 3 ราย เชื่อว่าอาจไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพคนประจำเรือได้อีก เนื่องจากยังมีความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ถูกโจมตี และมีอาการสะเทือนใจจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำงานในอนาคต
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้บริษัทนายจ้างได้จ่ายเงินช่วยเหลือด้านรายได้ให้ลูกเรือทั้ง 3 ราย เป็นเวลา 2 เดือน คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ก่อนแจ้งยกเลิกสัญญาจ้างในเดือนเมษายน โดยบริษัทเห็นว่าเป็นการชดเชยแล้ว แต่ฝ่ายลูกเรือเห็นว่าสัญญาจ้างมีระยะเวลา 9 เดือน จึงควรได้รับเงินชดเชยตามเงื่อนไขของสัญญา
ด้านนายปณิธิ ตุ้มแก้ว ลูกเรือที่ยื่นฟ้อง กล่าวว่า ตนทำงานกับบริษัทดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2558 รวมระยะเวลา 11 ปี และได้รับเงินเดือนตามสัญญาจ้างมาโดยตลอด
นายปณิธิ กล่าวว่า เหตุผลที่บริษัทเลิกจ้างระบุว่าเพื่อให้ตนได้พักรักษาอาการป่วยจาก PTSD แต่จนถึงขณะนี้อาการยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต มีความกังวล ตกใจง่ายเมื่อได้ยินเสียงดัง และยังต้องอยู่ภายใต้การติดตามรักษาของแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเริ่มงานใหม่ได้
ภายหลังศาลแรงงานกลางได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ร 2990/2569 และนัดกำหนดประเด็นข้อพิพาทในวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
CAATสั่งคุมเข้มห้ามใช้สถานะลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่นทุกกรณี
’CAAT‘ออกประกาศกำหนดมาตรการควบคุมสัมภาระลูกเรืออย่างเข้มงวด ห้ามใช้สถานะลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่นทุกกรณี พร้อมให้สายการบินจัดระบบตรวจสอบ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อการบินพลเรือนไทยตามมาตรฐานสากล
ยกระดับ 'สนามบินไทย' ใช้ Zero Trust ปิดช่องลอบขนยาเสพติด
รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยสนามบินไทย ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคนเท่าเทียม ปิดช่องขบวนการลักลอบขนยาเสพติด

