'พีระพันธุ์' จี้ มท. ยกเครื่องกฎหมายปืน ปกป้องสุจริตชน แนะศธ.เพิ่มบทบาทครูแก้ปัญหาเด็ก

'พีระพันธุ์' จี้ มท. ยกเครื่องกฎหมายปืน ปกป้องสุจริตชน แนะ ศธ.เพิ่มบทบาทครู-โรงเรียน ดูแลเด็กเผชิญแรงกดดันด้วยความเข้าใจ นอกเหนือจากวิชาการ

14 ส.ค. 2569 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงหลักการป้องกันตัวกรณีถูกบุกรุกหรือคุกคามว่า ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ประกอบ “โดยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 หากเข้าองค์ประกอบการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ ย่อมไม่ถือเป็นความผิด” ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าขณะเกิดเหตุมีภัยคุกคามถึงขั้นอาจเกิดอันตรายร้ายแรงหรือไม่ และการตอบโต้เหมาะสมกับสถานการณ์เพียงใด

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หากผู้ก่อเหตุมีปืนและกำลังจ่อหรือพยายามยิง การยิงสวนเพื่อหยุดการกระทำอาจถือเป็นการป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ แม้กระสุนถูกอวัยวะสำคัญจนเสียชีวิต ขณะที่หากผู้ก่อเหตุไม่มีอาวุธและไม่ได้อยู่ในภาวะที่จะทำอันตรายถึงชีวิต แต่เจ้าของบ้านกลับยิงจนเสียชีวิต ก็อาจเข้าข่ายป้องกันเกินกว่าเหตุ

พร้อมย้ำว่า แม้ผู้ก่อเหตุใช้สิ่งอื่น อาทิ ชะแลงหรือมีด หากพยายามฟาดศีรษะหรือแทงอวัยวะสำคัญจนมีโอกาสถึงแก่ชีวิต การใช้ปืนป้องกันตัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกินกว่าเหตุโดยอัตโนมัติ เพราะต้องดูพฤติการณ์และความร้ายแรงของอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่พิจารณาจากชนิดของอาวุธเพียงอย่างเดียว

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวเสนอให้รัฐบาลเร่งทบทวน พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยเห็นว่ากฎหมายปัจจุบันล้าหลังและไม่ทันต่อสถานการณ์ ควรปรับปรุงให้ครอบคลุมทั้งการดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน การพกพาอาวุธโดยไม่มีเหตุอันสมควร และการนำอาวุธของผู้อื่นที่มีใบอนุญาตไปใช้ เช่นกรณี “บีบีกัน” ซึ่งตามกฎหมายถือเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน จึงไม่อยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตเช่นเดียวกับอาวุธปืนจริง และที่ผ่านมาเคยถูกนำไปดัดแปลงใช้ก่อเหตุรุนแรงหลายครั้ง โดยเสนอเพิ่มโทษ “ประหารชีวิต” ผู้ที่นำอาวุธไปทำร้ายหรือเอาชีวิตผู้อื่น พร้อมเห็นว่าการแก้ปัญหาต้องทำควบคู่ทั้งการปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยฝ่ายปกครองและตำรวจต้องตรวจสอบและปราบปรามอาวุธผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนไม่ควรมองเฉพาะเรื่องการใช้อาวุธ แต่ต้องพิจารณาแรงกดดันที่เด็กเผชิญ ทั้งจากครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคม จึงควรให้ผู้ปกครองใส่ใจและรับฟังเด็กมากขึ้น ขณะที่โรงเรียนและครูต้องเป็นที่พึ่ง โดยกระทรวงศึกษาธิการควรอบรมครูให้เข้าใจและสามารถดูแลปัญหาของเด็กได้ ไม่เน้นเฉพาะด้านวิชาการ จึงเสนอให้ทบทวนหลักสูตรและการแข่งขัน ที่อาจสร้างแรงกดดันมากเกินไป เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถในการรับแรงกดดันต่างกัน หากรับมือไม่ไหวอาจนำไปสู่ปัญหาที่กระทบทั้งเด็ก ครอบครัว และสังคมได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิรุตม์' หนุน 'นายกฯ' คุม 'พกปืนผิดกฎหมาย' แต่ต้องไม่เว้นใคร ทำให้มั่นใจว่ารัฐคุ้มครองได้

'วิรุตม์' หนุน 'นายกฯ' คุม 'พกปืนผิดกฎหมาย' แต่ต้องไม่เว้นใครและทำให้ผู้คนมั่นใจว่ารัฐคุ้มครองได้ จี้ควบคุมตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าใครได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำผิดกฎหมายสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษได้ทันที จะได้ไม่เกิดความคับแค้นใจหันไปแสวงหาความยุติธรรมนอกกฎหมาย

นายกฯ ลั่นมีทางออก สั่ง 3 ฝ่าย สางปัญหา นักกีฬายิงปืน เปลี่ยนรางวัล 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน'

นายกฯ เผย สั่ง 3 ฝ่าย สางปัญหานโยบายเข้มอาวุธปืน กระทบนักกีฬายิงปืนฝึกซ้อมไม่ได้ มอบปกครองแล้ว เปลี่ยนรางวัล 'กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน' บอกไม่ยากหรอก หากเป็นเจ้าหน้าที่พกอาวุธในเวลาทำงาน สะท้อนถึงผู้บังคับบัญชา ออกแผนงานปฏิบัติได้เลย

ตำรวจเอาจริง! สั่งกวาดล้างปืนเถื่อนลั่นดำเนินคดีเด็ดขาดไม่มีละเว้น

'บิ๊กหวาน' สั่งกวาดล้างปืนเถื่อน ปืนผิดมือ ดำเนินคดีเด็ดขาดไม่มีประนีประนอมไม่เว้นแม้นักการเมือง พร้อมเพิ่มโทษให้หนัก ยันยังตั้งด่าน ตรวจค้น เร่งปิดกั้นวงจรซื้อขายปืนออนไลน์

รองโฆษกปชป. วอนนายกฯใช้สติแก้ปัญหาอาวุธปืน แนะเซ็ตซีโร่วางระบบคัดกรองเข้มข้น

'ศิริภา' รองโฆษกปชป. วอนนายกฯใช้สติแก้ปัญหาอาวุธปืน แนะเซ็ตซีโร่วางระบบคัดกรองเข้มข้น มีระบบการออกใบอนุญาตที่มีประสิทธิภาพ ติงอย่าล้มเหลวเหมือน 'กัญชาเสรี'

'นักเขียนซีไรต์' เห็นใจ 'อนุทิน' พูดเรื่องยิงโจรในบ้าน แนะใช้วิธี 'พล.อ.เปรม' ตอบคำถามนักข่าว

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงคำพูดทที่ว่ายิงโจรในบ้านก็ผิด อาจจะสื่อสารสั้นไป แต่จุดประสงค์คือไม่อยากให้ทุกคนอยู่ใกล้อาวุธปืน ว่า