
18 ส.ค.2569-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการควบคุมอาวุธปืนว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้มีการควบคุมอาวุธปืน และให้ตนดูแลปรับปรุงข้อกฎหมายใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค. กระทรวงมหาดไทยได้มาขอหารือนอกรอบเบื้องต้น เพื่อกลับไปประสานงานกับทางเลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลต้องทำงานร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายละเอียดที่สังคมเป็นห่วงเกี่ยวกับการครอบครองปืน และการพกพาจะต้องดูทั้งหมดใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า อย่างที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์คือ ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทาง การนำเข้า การจำหน่าย การมีไว้ในครอบครอง เรื่องใบอนุญาต รวมถึงการนำไปใช้ต่างๆ สุดท้ายไม่ใช่เรื่องของปืนอย่างเดียว ยังรวมถึงเรื่องกระสุนปืน จะต้องสัมพันธ์กับประกาศที่จะมีการใช้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ที่มีการใช้ปืนต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่ให้กระสุนรั่วไหลไปที่อื่น เราต้องมีการตรวจสอบอยู่ตลอด และระบบการอนุญาตต้องมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาทำด้วยมือ ออกคนละใบสองใบก็ไม่รู้อยู่ตรงไหนแน่ ต้องทำให้พบยอดได้ทั้งหมด ซึ่งถ้านำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จะทำให้การอนุมัติอนุญาตเร็วขึ้น สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้น และดูได้ว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง
เมื่อถามว่า ปืนที่ขณะนี้มี 10 ล้านกระบอกในประเทศ จากนี้จะไม่ได้เพิ่มไปมากกว่านี้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้จะไม่มีอนุมัติเพิ่ม เมื่อถามอีกว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะต้องนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ขอแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ร้านปืน ที่ต้องมีความรับผิดชอบในการดูแลการขายปืน ต้องมีควบคุมเหมือนในต่างประเทศ ที่ควบคุมตั้งแต่ร้านขายปืน ไม่ใช่อยู่ที่เจ้าหน้าที่อย่างเดียว ถ้าร้านได้รับการอนุญาตให้ขาย คนขายก็ต้องช่วยรัฐดูแลด้วย ว่าจะขายให้ใคร และเรื่องของสุขภาพจิตต่างๆ ต้องมีการตรวจสอบด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีการดูแลกันตรงนี้ ซึ่งในต่างประเทศเขาดูหมด และในเรื่องของตัวเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลกำกับให้เข้มข้นขึ้น แต่มันยาก เพราะระบบที่ผ่านมาปืนรั่วไหลไปในท้องตลาด อยู่ในมือของผู้คนเยอะไปหมด ฉะนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือ บอกให้ประชาชนอย่าใช้อารมณ์กันมาก ซึ่งเรื่องที่จะให้เอาปืนมาคืนก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ คล้ายๆ ว่าถ้ามีปืน แต่ไม่มีใบอนุญาต ป.4 ให้นำปืนมามอบคืนกับทางราชการก็จะไม่มีความผิด กระทรวงมหาดไทยเสนอมาอยู่เหมือนกัน อยู่ในสิ่งที่กำลังทำ
รองนายกฯ กล่าวว่า ในต่างประเทศที่ออสเตรเลียมีเหตุการณ์กราดยิงที่หาดบอนได รัฐบาลกลางของออสเตรเลียก็ออกกฏหมายมาคือ การซื้อปืนคืนจากผู้ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังเป็นกฎหมายที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะมีบางรัฐไม่ยอมรับกฎหมายฉบับนี้ เช่น นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ส่วนบางรัฐก็โอเค ไม่มีปัญหา ทำได้ แต่ราคาที่ซื้อก็อีกราคาหนึ่ง เช่น ซื้อมาแพงแต่รัฐรับซื้อในราคาถูกกว่าประมาณ 1,000 เหรียญ ซึ่งไม่รู้ว่า จะประสบความสำเร็จหรือไม่ อันนี้เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ ที่จะพยายามควบคุม ไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยประเทศเดียว มันอยู่ที่คนใช้ปืนถ้ามีสติสัมปชัญญะ ไม่ใช้อารมณ์วู่วามก็จะไม่เกิดปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเซ็ตระบบเรียบร้อย ผู้ที่มีปืนไม่สามารถนำปืนไปจำนำได้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า โดยหลักปืนจำนำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะปืนออกให้เฉพาะตัวผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น ตรงนี้ชาวบ้านไม่รู้ เอาปืนมาวางแล้วเอาเงินไปจำนำไว้ผิด ซึ่งคนรับจำนำไว้ผิดกฎหมาย และขณะนี้ถือว่า ผิดกฎหมายอยู่ ถึงได้บอกว่า ถ้าเอาปืนไปจำนำแล้วผิดกฎหมายเอามาคืนหลวงดีกว่าหรือไม่ หรือเอาไปให้เจ้าหน้าที่ได้เลย ไปแสดงความบริสุทธิ์ใจได้เลย ไม่ต้องรอกฎหมายออกว่าเราครอบครองปืนโดยมิชอบ
ถามย้ำว่า รวมถึงปืนเถื่อนด้วยหรือไม่ ที่ต้องเอามาไว้กับรัฐ นายปกรณ์กล่าวว่า ทั้งหมด ปืนอะไรก็ตามถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยิ่งปืนเถื่อนยิ่งหนัก สมัยตอนตนเด็กๆ มีสงครามเวียดนาม สงครามในกัมพูชาที่เขารบกันเอง ปืนทะลักเข้ามาในบ้านเราเต็มไปหมด หาง่ายจะตาย ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามให้เขานำสิ่งเหล่านี้มาคืน และออกกฏหมายมา ถ้าใครเอาปืนมาให้ทางราชการ สิ่งที่ไม่ชอบก็ไม่เป็นความผิด ซึ่งทำมาแล้ว 8 หน แต่รับได้บางส่วนเท่านั้นเอง มันไม่ได้เยอะ เพราะระบบการอนุมัติอนุญาตล้าสมัยอยู่แค่นั้นเอง
ซักว่า จะมีการนำการปรับปรุงกฎหมายของต่างประเทศมาศึกษาด้วยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า นโยบายปืนไม่เหมือนกันในทุกประเทศ แต่ละประเทศมีกฎหมายไม่เหมือนกัน อย่างที่สหรัฐฯก็จะเสรีปืนตามรัฐธรรมนูญ มีการซื้อขายปืนโดยเสรี มีกระทั่งปืนอาวุธสงคราม เพียงแต่ร้านขายปืนได้รับการอนุมัติอนุญาตในการขายปืน ดังนั้น ตัวร้านจะมีส่วนช่วยกับรัฐในการดูแลอย่างมาก ทั้งในเรื่องตัวปืน เครื่องกระสุนปืน พฤติกรรมของผู้ซื้อ เพราะมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ขายปืนให้ใครก็ได้ ถึงแม้คุณจะมีใบอนุญาตเขาก็มีสิทธิ์ปฏิเสธ ตรงนี้เป็นประเทศที่เสรี ส่วนในประเทศที่มีการควบคุมมากๆ อย่างที่ออสเตรเลียเขาควบคุมปืนอยู่แล้ว ปืนทุกกระบอกต้องมีใบอนุญาต แต่บางคนก็มีเหมือนบ้านเราคือ มี 30-40 กระบอก เพราะบางคนชอบ ห้ามไม่ได้ แต่คนพวกนี้มักไม่เอาไปทำอะไรใคร แต่คนมักจะไปทำอะไรใครคือ คนที่มีปืนเถื่อน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' คึก! ลั่นพร้อมตอบฝ่ายค้านตั้งแต่วันนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวถูกซักฟอก
‘ยศชนัน’ ลั่นพร้อมตอบฝ่ายค้านตั้งแต่วันนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวหากถูกซักฟอกเรื่อง อว. บอก ทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอน
'ลลิดา' แจงยิบมาตรการคุมเข้มปืน! ครอบคลุมทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน
รองโฆษกรัฐบาล แจงมาตรการคุมปืน ย้ำจัดการทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน เข้มการครอบครอง พกพา และใช้อาวุธ เพื่อความปลอดภัยประชาชน
'ปกรณ์' แจงยุบธนาคารที่ดินไม่กระทบสิทธิประชาชน เร่งยกระดับ 'โฉนดชุมชน' ให้จบภายใน 1 เดือน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แถลงถึงการแก้ไขปัญหาที่ดิน (โฉนดที่ดินชุมชน) ของรัฐบาลว่า ต้องขอบคุณขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่ได้ประชุมร่วมกันกับภาครัฐ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
'ทรงศักดิ์' ยัน มีงบฯรับมือ 'เอลนีโญ' ทั้งป้องกัน - เยียวยา ถ้าไม่พอมีงบฯกลาง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ
‘ตู่’ แนะ ‘หนู’ ออก พรก.คืนปืนเถื่อน
มั่นใจ ภท.ไม่ดูด กธ. เชื่อ สส.มากล้นเกินครึ่งสังคมหวั่นวิตก กลัวมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ชี้ ปวศ.การเมืองระบุ รบ.พรรคเดียวล้มเหลวไม่เป็นท่ามาแล้ว แนะ “หนู” ออก พรก.คืนปืนเถื่อน ใช้เทคโนโลยีตรวจพกปืนเข้มข้น
ใจกว้าง! ทำแผน ‘ภาครัฐระบบเปิด’ ฉบับแรกของไทย เปิดประชาชนตรวจสอบงบ
รบ.เดินหน้าทำแผน "ภาครัฐระบบเปิด" ฉบับแรกของประเทศ ประชาชนตรวจสอบงบ-ลดทุจริต หนุนไทยสู่สมาชิก OECD

