
กกต.งานเข้า มวลชน 3 กลุ่ม คปท.- สว.สำรอง - เจ๊แมว บุกจี้ให้ยึดมติอนุฯ26 ฟันคดีฮั้ว สว.229 คนต้องส่งถึงศาลฯ เตือนหากรับใช้การเมืองจะซ้ำรอย 'กกต.3' หนา
19ส.ค. 2569 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (ศปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล และนายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เขายื่นหนังสือเข้ายื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีฮั้วสว. อย่างโปร่งใส โดยนายพิชิตระบุว่า กกต.ใช้เวลากว่า 2 ปีถึงจะพิสูจน์เรื่องนี้ได้ อุปกรณ์ตั้งอนุกรรมการไต่สวนชุดที่26 ขึ้นมาซึ่งมีองค์ประกอบชัดเจน มีการประชุมหลายครั้ง มีรายงานหลายร้อยหน้า และมีมติให้ส่งฟ้องศาล 200 กว่าคนแต่วันนี้กกต.กลับตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาใช้คนไม่กี่คนมาเปลี่ยนมติของอนุฯชุดที่ 26วันนี้ได้ข่าวว่าจะส่งของไม่กี่คนและไม่ใช่สว.ชุดปัจจุบันด้วยเป็นผู้เกี่ยวข้องแบบปลายแถวด้วยซ้ำไปดังนั้นฮั้วครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฮั้วการเลือกตั้งสว.แต่ยังกลายเป็กกต. ฮั้วกันเองด้วยคือใช้อนุฯ36ลบล้างอนุ26 มันไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้ นี่คือมหกรรมของการฮั้ว ๆเท่ากับโกงซึ่งไม่ต่างจะโกงเลือกตั้งหรือโกงสอบท้องถิ่น วันนี้จึงต้องการให้กกต. ใช้ดุลพินิจพิจารณายืนตามความเห็นของอนุฯชุดที่ 26 พี่มีรายงานชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของสังคม
"อยากเตือนไปยังกกต.ให้คำนึงถึงกรณีของพลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต.ที่เคยต้องจำคุก โดยกกต.อย่าไปรับใช้ฝ่ายการเมืองมากเพราะไม่เช่นนั้นปลายทางจะอยู่ที่เรือนจำแบบพลตำรวจเอกวาสนา วันนี้กกต.จึงต้องตอบปัญหาสังคมให้ได้ว่าทำไมเปลี่ยนแปลงความเห็นจากที่ยึดอนุฯชุด26 มาเป็นอนุฯชุดที่ 36 ทั้งที่การที่ก่อนหน้านี้มีคำแถลงของตัวเองชัดเจนเพราะถ้าดำเนินการแบบนี้พวกเราคปทก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป"
ด้านนายแพทย์ตุลย์ เรียกร้องให้กกต. ยึดมติอนุชุดที่ 26 เท่านั้นการที่ตั้งอนุฯที่ 36 ซึ่งเป็นคณะพิเศษ ถือว่ามีพิรุธ และถ้ากกต.ใช้วิธีการที่จะยื่นต่อศาลน้อยกว่า 229 คนก็ถือว่ามีพิรุธเช่นกัน
"ถ้ากกต.ชุดนี้ไม่อยากเดินตามชุดของพลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภที่ต้องคำพิพากษาจำคุกก็ขอให้เร่งพิจารณาและใช้มติของอนุชุดที่ 26 เป็นหลัก นี่คือสิ่งที่พวกเรามานำเสนอวันนี้ และถ้าเกิดมีคำวินิจฉัยใดๆขอให้พิจารณาว่าองค์กรอิสระที่ถูกตั้งโดยสว. ชุดนี้ซึ่งน่าจะเป็นโมฆะเกินกว่าครึ่งหนึ่งของสภา ซึ่งอยากให้พิจารณาว่าองค์กรอิสระที่ถูกตั้งในช่วงนี้ควรจะเป็นโมฆะไปด้วยหรือไม่"
ขณะที่กลุ่มสว.สำรอง นำโดยพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะ ก็ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. เร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาวินิจฉัยตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเห็นว่ากระบวนการพิจารณาของกกตมีความยืดเยื้อล่าช้ากว่า 2 ปี 2 เดือนนับแต่การเลือกสว. ปัจจุบันสำนวนยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล ทั้งที่มีข้อร้องเรียนและพยานหลักฐานปรากฏอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ กกต. ชี้แจงความคืบหน้าให้ชัดเจน
นอกจากนี้ คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน ประกอบด้วย นักการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง และสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 138 คน ถือเป็นคดีที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง จึงต้องการให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เร่งส่งสำนวนให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยตามกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าการออกมาเรียกร้องไม่ได้เป็นการตัดสินความผิดของบุคคลใดล่วงหน้า แต่ต้องการให้พยานหลักฐานเข้าสู่การตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ
ภายหลังการยื่นเรื่องต่อ กกต. ทางกลุ่มได้เดินทางไปยื่นหนังสือเพิ่มเติมที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีพิเศษที่ 24/2568 ในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน ซึ่งทางอัยการเคยส่งสำนวนกลับมาให้สอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงได้ยื่นหนังสือเร่งรัดในเรื่องเดียวกันไปยัง สำนักงานอัยการสูงสุด และ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (คกพ.) เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ด้านนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท หรือ "เจ๊แมว" ก็เดินทางมายังสำนักงาน กกต. พร้อมโชว์หมายศาล เพื่อยื่นเรื่องขอรับเอกสารสำนวนคำวินิจฉัยสำคัญจาก นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยยืนยันว่าตนเองและทีมทนายความขอรับหมายศาลมาดำเนินการส่งด้วยตนเอง เพื่อความรวดเร็วในการประกอบการพิจารณาคดี โดยเอกสารที่มาขอในวันนี้คือ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการชุดที่ 26 ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เคยชี้มูลความผิดบุคคลจำนวน 229 คน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและคดียุบพรรคภูมิใจไทย รวมถึงกรณีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และบุคลากรภายในพรรคภูมิใจไทย
"เอกสารของอนุฯชุดที่ 26 เป็นชุดที่ชี้มูลความผิดชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุด หาก กกต. ไม่ส่งศาล หรือจะส่งชุดอื่นอย่างของอนุฯชุดที่ 36 ทางเราก็นำเอกสารของอนุฯชุดที่ 26 นี้ไปดำเนินการฟ้องเองตามมาตรา 144 ได้ เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองประโยชน์ของประชาชน" นางกุสุมาลวตี กล่าว
ทั้งนี้ นางกุสุมาลวตี ระบุเพิ่มเติมว่า ศาลได้นัดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 9 ต.ค. ที่จะถึงนี้ จึงต้องรีบนำเอกสารหลักฐานชุดดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาคดี โดยขั้นตอนในวันนี้เป็นการนำหมายศาลมาลงรับและยื่นส่งแก่ กกต. อย่างเป็นทางการการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พึ่งศาลรธน.รื้อคดีฮั้วสว. บี้‘กกต.’สังคายนาตัวเอง
กระหึ่ม! เวทีราชบัณฑิตยสภา กกต.เสียงข้างน้อยยืนยันฮั้ว สว.ผิดชัดเจนจาก "โพยสั่งการ"
'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ
"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์
'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'
"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย
'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
กกต.จ่อใช้เครื่อง แทนบัตรเลือกตั้ง
กกต.เล็งดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แทนกาบัตร นำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น-แทนตำแหน่งว่าง

