
"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่ายังมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยังมีการอภิปรายไว้วางใจว่า รัฐบาลยืนยัน ก็อยู่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ประชุมหารือกันแล้ว และตอนนี้มีข้อกำหนดที่ไม่ตรงกัน ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าอย่างไรก็เอาตามนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ในช่วงเดือน พ.ย. นายกฯ มีตารางงานแน่น นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องไปถามประธานสภาผู้แทนราษฎร
ถามว่า ฝ่ายค้านอยากให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือแจ้งมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะสะดวกให้อภิปรายช่วงใด นายกฯ กล่าวว่า ตามความจริง ครม.สัปดาห์หน้าสะดวกที่สุดแล้ว เราก็พร้อมตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ซึ่งรัฐมนตรีหลายท่านโดยเฉพาะผู้ที่ถูกอภิปรายก็อยู่ในประเทศทุกคน เลื่อนงานทุกอย่างไปหมดแล้ว ในเมื่อฝ่ายค้านไม่ยอมตกลงตามที่เขาต้องการ รัฐบาลก็ต้องหาวันใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะมันมีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 33 (APEC 2026) ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 49 (49th ASEAN Summit) ที่เขตมหานครมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเดินทางเยือนไทย และมีการประชุมคณะทำงานร่วมรัฐบาลไทยและเลขาธิการ OECD ย้ำว่าถ้าว่างจริงๆ ก็เป็นสัปดาห์หน้า เพราะเราคิดว่าน่าจะตกลงกันได้ แม้แต่การประชุม ครม.ก็เลื่อนมาเป็นเช้าวันจันทร์ที่ 26 ต.ค. เพื่อที่จะได้แถมวันจันทร์ให้อภิปรายอีกวันหนึ่ง แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้นก็ต้องหาวันกันใหม่
เมื่อถามว่า นายกฯ ยังพอมีเวลาให้ใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบสั้นๆ ว่า "ยาก"
ซักว่ามองไว้เป็นช่วงเวลาไหน นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะรัฐมนตรีแต่ละท่านต้องมีภารกิจ และเท่าที่ทราบทุกคนก็เลื่อนไว้รอสัปดาห์หน้า ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวทางประธานสภาผู้แทนราษฎรคงไปหารือ เพราะท่านก็บอกว่าตอนนี้ก็อยู่ที่ท่านแล้ว
ถามอีกว่า มีโอกาสที่จะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธว่า ไม่ทราบ เพราะเราก็พร้อมอยู่แล้ว เราก็อยากให้ทุกอย่างมันจบ
วันเดียวกันนี้ นายอนุทินให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงกระแสจับตาความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม มีความเป็นไปได้ในการเพิ่มพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ในทางการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด แต่การตัดสินใจต้องไม่เกิดขึ้นเพื่อสยบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องมองประโยชน์ประเทศเป็นหลัก
เมื่อถามว่า รัฐบาลซึ่งมีพรรคร่วมหลัก 2 พรรค มีโอกาสเพิ่มพรรคที่ 3 หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การเป็นรัฐบาลนอกจากทำงานให้ประชาชนและประเทศแล้ว ยังต้องสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพ เพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด
“ในทางการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด แต่ไม่ใช่เพื่อเป็นการสยบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐบาล ความมีเสถียรภาพให้สูงสุด เพื่อที่เราจะได้ผลักดันนโยบายต่างๆ ของเราให้เป็นรูปธรรม” นายอนุทินกล่าว
ไม่มีคลื่นใต้น้ำในรัฐบาล
ถามถึงกระแสความร่วมมือกับพรรคกล้าธรรม นายกฯ เผยว่า ต้องพิจารณาทั้งสถานการณ์ ความจำเป็น ความร่วมมือ ความเข้าใจ รวมถึงผลลัพธ์ว่าประเทศและประชาชนจะได้อะไร รัฐบาลจะแข็งแรงขึ้นหรือไม่ และคนที่จะเข้ามามีศักยภาพช่วยงานเพียงใด โดยหากเงื่อนไขดังกล่าวเข้าเป้าหมายหลักทั้งประโยชน์ประเทศ ประโยชน์ประชาชน และความเข้มแข็งของรัฐบาลโอกาสที่มันเกิดขึ้นก็มี แต่ยังไม่ควรตั้งสมมุติฐานล่วงหน้า เพราะทุกการตัดสินใจต้องมีเหตุและสถานการณ์ประกอบ ก่อนจะนำไปสู่ผลทางการเมือง
ส่วนหากพรรคกล้าธรรมลงมติไว้วางใจรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น จะถือเป็นการเปิดประตูสู่การเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ต้องรอให้เหตุเกิดขึ้นก่อน จึงค่อยพิจารณาผลที่ตามมา
นายอนุทินยังกล่าวอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือว่าเป็นกระบวนการตามระบบรัฐสภา และเป็นสิทธิของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมเลือกใช้ผลงานและสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการเป็นคำตอบต่อประชาชนมากกว่าเปิดการปะทะทางการเมือง
“ตรงนั้นเป็นกระบวนการในระบบรัฐสภา ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ ผมถือว่าพวกเขาใช้สิทธิของพวกเขา ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ” นายอนุทินกล่าว
เขากล่าวถึงความสัมพันธ์ภายในรัฐบาล หลังถูกถามถึงกระแสคลื่นใต้น้ำ โดยยืนยันว่าไม่มีปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนกล่าวอย่างอารมณ์ขันว่า หากมีคลื่นก็เป็นระบบจากุซซี ที่ช่วยสนับสนุนให้การทำงานเดินหน้า ไม่ใช่ความขัดแย้งภายใน
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลชุดนี้มีพรรคหลัก 2 พรรค แต่เมื่อเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ทุกโครงการที่ต้องผ่านมติ ครม. ถือเป็นผลงานของรัฐบาลร่วมกัน ไม่มีการแบ่งว่าเป็นผลงานของพรรคใด เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือประชาชนและประเทศ ไม่ใช่การแข่งขันกันเอาหน้าทางการเมือง
ผมคิดการเมืองก่อนไม่ได้
นายอนุทินได้ยกตัวอย่างโครงการป่าสัก-เจ้าพระยา-อ่าวไทย วงเงิน 165,000 ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้นเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่า หากรัฐบาลมัวคิดว่าเป็นผลงานของพรรคใด โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้อาจเดินหน้าไม่ได้ แต่รัฐบาลเลือกผลักดันเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว
“วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดการเมืองก่อนไม่ได้ ผมต้องคิดถึงบ้านเมืองก่อน ไม่ใช่การเมือง”
นายอนุทินกล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีมืออาชีพจากภายนอกว่า เป็นที่น่าพอใจ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม แต่ละคนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
โดยมองว่าจุดแข็งของ ครม. คือการผสมคนจากภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคมืออาชีพเข้าด้วยกัน คนจากการเมืองมีความใกล้ชิดประชาชน ขณะที่คนจากระบบราชการและวิชาชีพเข้าใจข้อจำกัดของกฎหมายและกลไกรัฐ สามารถช่วยกันหาทางออกเพื่อผลักดันนโยบายได้
นายกฯ กล่าวยืนยันด้วยว่า ตลอดการประชุม ครม. ไม่เคยมีความขัดแย้งจนเป็นปัญหาต่อการทำงาน และพรรคร่วมฯ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยมองว่าความมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสามารถวางนโยบายระยะกลางและระยะยาว รวมถึงผลักดันมาตรการต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น
เช้าวันเดียวกันนี้ นายอนุทินได้เชิญ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
เสิร์ฟโอเลี้ยง
พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.), นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายกรณินทร์ กาญจโนมัย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมรับประทานอาหารเช้าบนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมพูดคุยถึงการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยเป็นการพูดคุยหารือเรื่องความคืบหน้าการทำงานตามปกติ ไม่ได้มีการกำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเสิร์ฟโอเลี้ยงบนโต๊ะอาหารด้วย ซึ่งโอเลี้ยงได้เป็นไวรัลดังในโซเชียล เนื่องจากนายกฯ เคยพูดบนเวทีเปิดงานเสวนา CNN Global Perspectives: In Bangkok แนะนำชาวต่างชาติให้ลองกินโอเลี้ยง
ด้านนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ออกจากการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย) ว่า ทำไมวันอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเป็นเรื่อง!? วอล์กเอาต์วงหารือเพราะเวลาไม่พอ หรือไม่พร้อมอภิปราย? ขอฝ่ายค้านกลับมาเจรจา ถอยคนละก้าว อยู่บนความเป็นจริง
นายร่มธรรมกล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน แต่การกำหนดวันและเวลาที่เหมาะสมต้องผ่านการเจรจาและเห็นชอบร่วมกัน เนื่องจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องร่วมกันเป็นองค์ประชุม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องมาตอบชี้แจงข้อกล่าวหา โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2026 ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ขอเวลาอภิปราย 60 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาชี้แจงของ ครม. และเวลาการควบคุมการประชุม) รวม 5 วันอภิปราย + 1 วันลงมติ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งคณะรัฐมนตรีแจ้งกลับว่าสะดวกเข้าชี้แจงระหว่างวันที่ 27-29 ต.ค.2026 คือ 3 วันอภิปราย + 1 วันลงมติ
ฝ่ายค้านไม่พร้อมซักฟอก
ขณะที่วันที่ 21 ต.ค.2569 มีประชุมวิปร่วมวันแรก ซึ่งมีรองประธานสภาฯ วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านเข้าร่วมหารือ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า การอภิปราย 5 วัน พร้อมเวลาเฉพาะฝ่ายค้าน 60 ชั่วโมง เป็นไปไม่ได้ภายใต้ข้อจำกัดที่มี ขณะเดียวกันการอภิปรายเพียง 3 วันก็ไม่สอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายค้าน จึงเสนอให้แต่ละฝ่ายกลับไปพิจารณาความเป็นไปได้ในการลดวันอภิปรายเหลือ 4 วัน ถ้าจะขออภิปรายในช่วงเดือนพฤศจิกายนรัฐบาลสะดวกวันไหน
เขากล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 22 ต.ค.2569 มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เมื่อฝ่ายรัฐบาลได้ประสานกับคณะรัฐมนตรีและเสนอขยายวันอภิปรายเพิ่มเป็น 4 วัน ลงมติอีก 1 วัน ในวันที่ 26-29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. ให้เวลาฝ่ายค้านอภิปราย 45-48 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่มากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. และในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ท่านนายกฯ และรัฐมนตรีหลายท่านมีภารกิจสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่สามารถจัดเวลาติดกัน 5 วันได้ ซึ่งทางฝ่ายค้านก็ยังยืนยันว่าหากเป็นสิ้นเดือน ต.ค.จะขออภิปราย 5 วัน 60 ชั่วโมง เพราะไม่สามารถลดเวลาผู้อภิปรายได้ทัน หากจะลดเหลือ 4 วัน ก็จะขอเป็นช่วงเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค. ซึ่งฝ่ายค้านก็ได้เสนอให้ประธานส่งหนังสือไปยัง ครม. เพื่อจัดหาวันใหม่อีกครั้ง โดยระหว่างที่การประชุมหารือได้ดำเนินไประยะหนึ่ง ฝ่ายค้านก็ได้วอล์กเอาต์ และบอกให้จัดการกันไปได้เลย ทำให้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ
นายร่มธรรมกล่าวต่อว่า ถ้าถามว่าทำไมวันอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเป็นเรื่อง ก็อาจเป็นเพราะฝ่ายค้านไม่ได้ตั้งใจจะหารือเพื่อกำหนดช่วงวันและเวลาการอภิปรายตั้งแต่ต้น ซึ่งที่จริงแล้วเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เมื่อเดินมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ขอยืนยันว่าทางฝั่งคณะรัฐมนตรีและ สส.ฝ่ายรัฐบาลเราพร้อมที่จะร่วมประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราพยายามจัดหาวันที่เป็นไปได้ และขยายเวลาให้เท่าที่เป็นไปได้ที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่มองไม่เห็นคือความพยายามของฝ่ายค้านในการหาทางออกร่วมกัน ทำความเข้าใจข้อจำกัดที่มี และลดเวลาการอภิปรายลงมาให้อยู่ในช่วงวันที่ฝั่งของตัวเองต้องการอภิปรายตั้งแต่แรกได้ จนบางคนตั้งคำถามว่าเป็นเพราะฝ่ายค้านไม่พร้อมอภิปรายหรือไม่ ซึ่งตนไม่เชื่อเช่นนั้น
“ท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็จะต้องมาจบลงที่การพูดคุย เจรจากันอยู่ดี ผมขอให้เราได้รีบกลับมาหารือกันต่ออย่างจริงใจ ถอยกันคนละก้าว และอยู่บนความเป็นจริง ผมเชื่อว่าเราจะหาทางออกที่เหมาะสมกับทุกฝ่ายได้” นายร่มธรรมกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วธ.เมินคืน‘โบราณวัตถุ’ ‘ทบ.’จับตาหนังเขมรปั่น
“ซาบีดา” ลั่นไม่คืนโบราณวัตถุที่พบในปราสาทคนาให้กัมพูชา ยันเป็นของไทย
WHOจี้‘อนุทิน’ คงสถานะสสส. มหิดลร่วมหนุน
WHO ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ อนุทิน หนุนรัฐบาลไทยคงเสถียรภาพการเงินการคลังของกองทุน สสส. แนะคงภาษีเหล้า-บุหรี่ อธิการบดีมหิดลเห็นพ้อง แนะรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีฟังเสียงประชาชน
นายกฯชูจุดขายนักลงทุน ‘ปชช.’ยี้สวัสดิการยุคหนู!
“อนุทิน” ย้ำชัดไทยไม่ใช่ปลายทางแรงงานราคาถูก แต่มีจุดขายทั้งความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน-ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงตลาดอาเซียน 700 ล้านคน
ขู่ฟ้องศาล!ปมนํ้าท่วม
“อธิบดี ปภ.” โต้รีด กทม. 200 ล้านเยียวยาน้ำท่วม แจงวิธีปฏิบัติปกติตามหลักสำนักงบฯ
ซัดรบ.เงื่อนไขเยอะ สาทิตย์ชี้สาหัสกว่าสมัยแม้ว/26ต.ค.ฝ่ายค้านถกวันซักฟอก
"ธนกร" แจงรัฐบาลพร้อมเปิดให้ซักฟอกเต็มที่ในกรอบวันเวลาที่เหมาะสม แต่ฝ่ายค้านยื้อจะเอา 5 วันให้ได้ "สาทิตย์" โวย 31 ปีในสภาไม่เคยเจอ รัฐบาลเงื่อนไขเยอะ
นายกฯ โชว์ภาพคู่ควงภริยานมัสการพระธาตุดอยสุเทพ
นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา พร้อมข้อความระบุว่า “นมัสการพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่”

