กมธ.ทหาร เรียกกองทัพเรือชี้แจงปมปืนฟาลังซ์ เรือหลวงภูมิพลฯ ใช้งานไม่ได้ พบไม่มีอะไหล่เหตุปืนตกรุ่น แนะก่อนเซ็นสัญญาต่อเรือฟริเกตลำใหม่ ให้ต่อรองฮันวาจบปัญหาเดิมก่อน โยนทัพเรือพิจารณายึดเงินประกันไว้ก่อน ขู่ส่งเรื่อง สตง. ตรวจสอบ หากไม่ส่งรายละเอียดสัญญาใน 14 วัน
10 กันยายน 2569 - ที่รัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ. ภายหลังเชิญตัวแทนจากกองทัพเรือมาชี้แจงประเด็นปืนฟาลังซ์ CIWS (ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบอัตโนมัติ) ของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ที่ไม่สามารถใช้การได้ ว่า วันนี้มีผู้แทนจากกองเรือยุทธการมาให้ข้อมูล โดยที่ประชุมได้ซักถามเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง พบว่าปัญหาของระบบฟาลังซ์ บนเรือหลวงภูมิพล เป็นความรับผิดชอบของซัพพลายเออร์ คือ บริษัท DSME ซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท ฮันวา โอเชี่ยน ซึ่งกองทัพเรือได้แจ้งเคลมประกันก่อนหมดระยะประกันประมาณ 1 เดือน หลังตรวจพบว่ามีความผิดปกติ ดังนั้นบริษัทฮันวาต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมทำให้กับกองทัพเรือ และที่ผ่านมาทางกองทัพเรือได้ประสานกับบริษัทฮันวา มาโดยตลอด แต่เขาไม่ใช่ผู้ผลิตปืนฟาลังซ์ ซึ่งผู้ผลิตคือบริษัทในประเทศสหรัฐอเทริกา โดยได้มาสำรวจและนำอุปกรณ์กลับไปซ่อมที่ประเทศต้นทางแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นการส่งแบบกลับไปกลับมา 3 รอบ เป็นการซ่อมแบบไม่จบไม่สิ้น
ทั้งนี้ กองทัพเรือชี้แจงสาเหตุที่ใช้เวลาซ่อมยาวนาน ว่าเกิดจากปัญหาโควิด และเมื่อนำอุปกรณ์กลับมาติดตั้งคืนในเรือแล้ว ก็พบว่ามีความเสียหาย โดยกองทัพเรือได้มีการปรึกษาหารือกับบริษัทฮันวา และบริษัทผู้ผลิต แต่ก็เกิดปัญหาว่า 2 บริษัทนี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งกองทัพเรือเคยทำหนังสือไปสอบถามคณะที่ปรึกษาทางการทหารของสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หรือ JUSMAG และได้รับคำตอบว่าปืนระบบฟาลังซ์ที่กองทัพเรือจัดหาเป็นรุ่นเก่า ไม่มีอะไหล่แล้ว ทำให้กองทัพเรือไม่สามารถจัดหาอะไหล่มาเตรียมไว้ได้ และขณะนี้แทบทุกประเทศที่ใช้งานปืนระบบฟาลังซ์ ได้มีการปรับปรุงหรืออัปเกรดรุ่นแล้ว จึงแนะนำให้กองทัพเรืออัปเกรดรุ่นปืนเป็นรุ่นปัจจุบัน
นายเอกราช กล่าวต่อว่า คำถามสำคัญก็คือในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาของปืนระบบฟาลังซ์ กลายเป็นของตกรุ่น ก็อยากถามกองทัพเรือว่าทราบหรือไม่ เวลาขณะนั้นที่มีการทำสัญญาต่อเรือกำลังซื้อของตกรุ่น ถ้าทราบเหตุใดจึงไม่จัดเตรียมอะไหล่ไว้ แต่ถ้าไม่ทราบ ทางบริษัทฮันวา ได้แจ้งให้ทราบหรือไม่ ทั้งหมดจึงเป็นคำถามเรื่องการจัดการ
ด้าน นายอนาลโย กอสกุล ที่ปรึกษา กมธ.ทหาร กล่าวว่า ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเรือฟริเกต จะต้องมีการยึดบอน (ริบหลักประกัน) เอาไว้ ซึ่ง 10% ของมูลค่าสัญญาคือ 1500 ล้านบาท แต่กรณีนี้กองทัพเรือยังไม่ได้คืนบอนให้กับบริษัทฮันวา จึงมีการพูดคุยกันว่าจะต้องยึดบอนไว้หรือไม่ และหากยึดบอน จะทำให้บริษัทฮันวา ตกอยู่ในสถานะผู้ทิ้งงานได้ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ เพราะบริษัทที่ชนะการประมูลก็คือฮันวา เมื่อเป็นเช่นนี้จะไปซ้ำรอยกับเรือดำน้ำหรือไม่ เพราะก็มีปัญหาเครื่องยนต์ ที่จ่ายมัดจำไปแล้ว ไม่กล้ายกเลิกสัญญา เพราะกลัวเงินมัดจำจะหาย ในกรณีของปืนฟาลังซ์ก็เช่นกัน ทำให้การประชุมในวันนี้มีความกังวลว่ากองทัพเรือยังคงเชื่อมั่นในบริษัทฮันวา โอเชี่ยน หรือไม่ เพราะเรือภูมิพลก็ยังมีปัญหา ซึ่งใน กมธ. จึงมีข้อเสนอไปยังกองทัพเรือว่า ก่อนที่จะเซ็นสัญญาต่อเรือฟริเกตลำใหม่ ควรต่อรองกับฮันวา ให้มีการซ่อมปืนฟาลังซ์ให้แล้วเสร็จก่อน
ทั้งนี้ เพื่อให้ปัญหาเรือหลวงภูมิพลหมดไป ทาง กมธ.ทหาร มีข้อสรุปให้ขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง คือ สัญญาต่อเรือ และรายละเอียดการพูดคุยระหว่างกองทัพเรือกับฮันวา รวมถึงบริษัทผู้ผลิตปืนฟาลังซ์ด้วย โดยหากใน 14 วันไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ ทาง กมธ. จะมีการทำหนังสือไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ รวมทั้งจะบรรจุเพื่อพิจารณาว่าบริษัทฮันวา ยังเป็นบริษัทที่มีความสำนึกรับผิดชอบ และมีคุณสมบัติที่เพียงพอที่จะรับงานต่อเรือฟริเกตลำใหม่หรือไม่
เมื่อถามว่าทางกองทัพเรือได้ชี้แจงหรือไม่ ว่าปืนฟาลังซ์สามารถใช้งานจริงได้หรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า ตนขอแสดงอาการแทนผู้ชี้แจงได้หรือไม่ ว่า “ยังตอบไม่ได้” โดย 7-8 เดือน ก่อนหน้านี้ที่จะมีการขอเคลมประกัน เข้าใจว่าช่วงนั้นน่าจะใช้งานได้ แต่จะใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่เมื่อผู้ชนะโครงการประมูลเรือฟริเกตลำใหม่ เป็นบริษัทเดียวกับที่ต่อเรือหลวงภูมิพล นายเอกราช กล่าวว่า เราสนับสนุนกองทัพเรือให้มีการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ก็อยากให้กองทัพเรือสร้างอำนาจต่อรองในการพูดคุยเจรจา เพื่อจบปัญหาเรือหลวงภูมิพลเสียก่อน เพราะหากปืนฟาลังซ์ยังไม่สามารถจบได้ จะทำให้ขาดความเชื่อมั่นในการได้รับสัญญาที่ 2 ซึ่งตนในฐานะตัวแทนประชาชน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินภาษีของประชาชนจะไม่เกิดปัญหาซ้ำรอย แต่ถ้าสามารถต่อรองได้ก็ถือว่าเป็นคุณูปการของกองทัพเรือและประเทศชาติ ที่ได้ใช้เงินทุกเม็ดอย่างคุ้มค่า
ส่วนกระแสข่าว เรือฟริเกตลำใหม่ จะมีการเปลี่ยนระบบปืนฟาลังซ์ จากของอเมริกาเป็นฝรั่งเศส สะท้อนอะไรหรือไม่ นายเอกราช กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องนี้กองทัพเรือจะแถลงรายละเอียด ซึ่งความจริงแล้ววันนี้ทาง กมธ. ได้เชิญคณะผู้ร่าง TOR รวมถึงกรมสรรพาวุธทหารเรือ มาชี้แจง แต่น่าเสียดายที่ กรมสรรพาวุธทหารเรือไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เพราะก็จะถามเรื่องนี้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบริษัทต่อเรือภูมิพลคือ บริษัท DSME หรือ แดวู ซึ่งปัจจุบันก็คือบริษัทฮันวา ซึ่งกองทัพเรือได้ประกาศผลการคัดเลือกให้บริษัทดังกล่าวต่อเรือฟรีเกต ในงบประมาณปี 2569 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
นายกฯ ติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
“สุชาติ” ร่วมภารกิจตรวจเยี่ยมการฝึกกองทัพเรือ ติดตามความพร้อมภารกิจความมั่นคงทางทะเล
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เวลา 09.45 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมภารกิจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ ณ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความพร้อมและขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนศักยภาพของยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล
นายกฯ ขึ้นเรือหลวงจักรีนฤเบศร ตรวจความพร้อมรบ จัดหายุทโธปกรณ์เพิ่มแทนปลดระวาง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สวมชุด อส.ในฐานะนายกองใหญ่ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือให้การต้อนรับ
กลาโหม-กองทัพไทยแจง 'USS Abraham Lincoln' แวะไทย 2-6 ก.ย.
กลาโหม-กองทัพไทย ยืนยันเรือ USS Abraham Lincoln ของสหรัฐ แวะไทย 2-6 ก.ย. เพื่อพักและฟื้นฟูกำลังพล หลังปฏิบัติภารกิจตะวันออกกลางนาน 250 วัน ไม่ได้มาฝึกร่วมหรือเติมกระสุน ชี้ไม่กระทบความสัมพันธ์อิหร่าน พร้อมยืนยันไทยเปิดรับเรือจากทุกประเทศเท่าเทียม ทั้งสหรัฐ จีน และรัสเซีย
อาวุธเขมรทะลัก ยึดAKกระสุนอื้อ
กองทัพเรือผนึกกำลังตำรวจน้ำ จับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ลำเลียงจากฝั่งกัมพูชา ยึด AK-47 พร้อมกระสุนกว่า 24,000 นัด ปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดด่าน 100%”
ทัพเรือ-ตำรวจน้ำสกัดอาวุธสงครามข้ามชาติ ยึด AK-47 กระสุนกว่า 2.4 หมื่นนัด
กองทัพเรือผนึกตำรวจน้ำตราด ขยายผลขบวนการลักลอบขนของเถื่อนทางทะเล ก่อนรวบชาย 1 รายที่ท่าเรือใน จ.ตราด ยึด AK-47 จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุน 24,405 นัด พ

