"นพ.สมิทธิ์" กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" ชี้การยกเลิกการจัดสรรภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง จะทำให้ประเทศเสียประโยชน์ปีละเกือบหมื่นล้านบาท ขณะที่ผลประโยชน์ตกแก่บริษัทบุหรี่และสุราโดยตรง
3 ตุลาคม 2569 - ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแจ้งเรื่องด่วนที่ประชาชนทุกคนควรทราบ โดยสรุปสั้นๆ ว่า “รัฐบาลกำลังแก้ไข พรบ. จนทำให้บริษัทบุหรี่และเหล้าไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเข้า กองทุนสี่กองทุน ได้แก่ ThaiPBS, สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งรวมๆ เป็นเงินเกือบหมื่นล้านบาท โดยการแก้แบบนี้ประโยชน์ตกแค่บริษัทบุหรี่และเหล้า ประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์อะไร”
ขออธิบายยาวๆ ตามนี้นะครับ
1. ปกติบริษัทบุหรี่และเหล้าต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตให้ประเทศมานานแล้ว จนประเทศไทยในปี พ.ศ. 2544 ริเริ่มให้มีภาษีบาปหรือภาษีสุขภาพ ก็คือ ให้บริษัทบุหรี่และเหล้าต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 2% จากภาษีสรรพสามิตที่ตนต้องจ่าย (คือภาษีสรรพสามิตก็จ่ายให้ประเทศเท่าเดิม แต่บังคับให้บริษัทต้องจ่ายเพิ่มอีก)
2. ภาษีนี้ ปัจจุบัน จะจ่ายให้สี่กองทุน ได้แก่ ThaiPBS, สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยรวมๆ แล้ว สี่กองทุนนี้จะได้รวมกันหมื่นล้านบาทต่อปี
3. แต่ล่าสุด ฝั่งรัฐบาลจะออกร่างแก้ไข พรบ. ที่มีผลต่อทั้งสี่กองทุน ทำให้ ทั้งสี่กองทุน ไม่ได้ภาษีนี้ แล้วให้ทั้งสี่กองทุนได้งบประมาณจากทางรัฐบาลเอง พูดง่ายๆ คือ บริษัทบุหรี่และเหล้าไม่ต้องเสียเงินให้ประเทศหมื่นล้านบาท แต่ประเทศต้องเสียประโยชน์เพราะรัฐบาลต้องโยกงบอื่น มาให้ทั้งสี่กองทุนนี้
4. คำถามคือ ทำไปทำไม เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ปีละหมื่นล้าน นอกจากนี้การเก็บภาษี หรือ sin tax แบบนี้ ก็มีวิจัยมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้คนเจ็บป่วยและตายลดลงตาม paper นี้ https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8173601/
5. กรณีไม่เห็นด้วยกับระบบการใช้จ่ายของแต่ละกองทุน ก็ให้แก้ไขกฎหมายวิธีการจัดการ ไม่ใช่ตัดการรับภาษีแบบนี้ออกไปจากระบบในประเทศไทยเลย เช่น ปัจจุบันบางกองทุนก็กำหนดลิมิตการรับภาษีนี้ แล้วที่เหลือส่งคืนคลัง
สุดท้ายผมจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งในคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อให้มีการคัดค้านให้ชัดเจน
ส่วนประชาชนคนไหนอยากช่วย ก็มาช่วยลงความเห็นคัดค้านการแก้ไข พรบ. ของทั้งสี่กองทุนนี้ ตามลิ้งก์นี้ https://www.parliament.go.th/section77/survey_list77.php โดยให้เลือก พรบ. ทั้งสี่ ตามในรูปผมนะครับ หมดเขตวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ครับ
วิธีการไม่เห็นด้วย ทำได้โดย กดเข้าไปในแต่ พรบ. แล้วเค้าจะให้ใส่เลขบัตรประชาชน ก็ใส่ไป แล้วจะมีให้ติ้ก ก็ให้ไม่เห็นด้วย ทุกอย่าง รวมทั้งต้องแสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยด้วยครับ ตัวกฎหมายอาจจะอ่านเข้าใจยาก แต่หลักการคือตามผมบอกครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สื่อสาธารณะ' ที่อยากเห็น!
วันนี้ขอพักซองไว้ก่อนครับ มีเรื่องค้างจากวันก่อนที่อยากคุยต่อ
'ศุภชัย' กางกฎหมายโต้ 'บรรเจิด' ยันปรับภาษีสรรพสามิตทำได้จริง ไม่ใช่วาทกรรมหลอกประชาชน
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ให้ความเห็นคัดค้านการยกเลิก Earmarked Tax โดยเฉพาะข้อสังเกตว่า หากยกเลิกเงินบำรุงแล้ว จะไม่สามารถออกกฎกระทรวงปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อทดแทนได้ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรพิจารณา
“หมอประกิต” ไม่เชื่อ รัฐบาลแก้ พ.ร.บ.สสส. เพราะ NCDs ไม่ลด ปลุกทุกฝ่ายให้ตื่น การควบคุม NCDs ต้องทำด้วยกัน หวังให้หน่วยงานเดียวทำให้สำเร็จไปไม่รอด
จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่รัฐบาลจะแก้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544
นักวิชาการ หนุนหมอเอกรื้อการปรับอัตราภาษียาสูบปี 60 มาตรวจสอบใหม่ ตั้งคำถามหาต้นตอคนรับผิดชอบ ตั้งแต่ปี 60 รัฐสูญภาษีปีละ 2 หมื่นล้าน
จากกรณีนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล ตั้งคำถามถึงการปรับโครงสร้างภาษียาสูบ ปี 2560 ที่เปลี่ยนจากภาษีอัตราเดียวที่ไทยใช้มาตลอด เป็น 2 อัตรา
'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้
นักวิชาการ แนะ TPBS เปิดให้ปชช.เห็นคุณค่าสาธารณะ คำว่า 'ปรสิตทางงบประมาณ' จะหมดไป
'อ.สุวินัย' ชี้ 'ไทยพีบีเอส' เป็นสื่อสาธารณะ มีอิสระจากตลาดต้องรับผิดขอบต่อประชาชนมากขึ้น แต่เมื่อองค์กรคิดกลับหัว งบประมาณไม่เป็นเครื่องมือของภารกิจ จึงกลายเป็น 'ปรสิตทางงบประมาณ' ย้อนถามบุคคลากรจำนวนมากความสามารถเพิ่มหรือลดลง เหตุใดจากบุคคลภายนอก แนะเปิดให้ประชาชนเห็นคุณค่าสาธารณะ คำว่า 'ปรสิตทางงบประมาณ' จะหมดไปเอง

