ยันคันกั้นน้ำด่าน 'ปทุม-นนทบุรี-กทม.' รับไหว มวลน้ำเหนือถึงอยุธยา

แฟ้มภาพ

“รองเลขาฯ สทนช.” เผย มวลน้ำเหนือถึงอยุธยาวันนี้ ส่งผลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา – แม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้น 10 ซม. “เขื่อนศรีนครินทร์” น้ำใกล้เต็มความจุเขื่อน 99.55 %  ลุ่มน้ำเพชร ยังน่าห่วง ต้องเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน

4 ต.ค.2569 – นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำล่าสุดว่า  ลุ่มน้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำที่ลงมายัง จ.นครสวรรค์ น้ำในแม่น้ำปิง และแม่น้ำน่านมีปริมาณลดลง โดยในเวลา 09.00 น ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำที่ จ.นครสวรรค์ที่สถานี C.2 หรือสถานีวัดปริมาณน้ำบนแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ที่บริเวณค่ายจิระประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ประมาณ 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังโครงการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ยังมีปริมาณอยู่ โดยคาดว่า 2-3 วัน ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังจะลดลงและสามารถระบายน้ำได้คงที่

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำไหลเข้า กับปริมาณน้ำไหลออกเท่ากัน ดังนั้น การระบายน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 450 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้บริเวณเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำอยู่ที่ 655 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะมีพื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยอาจจะมี ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 10 เซนติเมตร

“เนื่องจากมวลน้ำที่เดินทางจากเขื่อนเจ้าพระยาจะถึงบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยาในวันนี้ โดยมวลน้ำก้อนดังกล่าวจะเข้ามายัง จ.ปทุมธานี นนทบุรี  กทม. และสมุทรปราการ แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เนื่องจากระดับคันกั้นน้ำของ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และ กทม.ยังสูงกว่าค่อนข้างมากในบางจุด แต่อาจจะมีบางพื้นที่ลุ่มต่ำ ชานแม่น้ำหรือนอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ” นายไพฑูรย์ ระบุ

นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า ส่วนฝั่งตะวันตก เขื่อนวชิราลงกรณ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 83 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายอยู่ที่ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันนี้มีปริมาณน้ำเข้า 45 ล้านลูกบาศก์เมตร และในปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลเข้าและไหลออกจำนวนเท่ากัน ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนคงที่ ด้านเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 99.55% ยังสามารถรับน้ำได้อีก 700 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนท้ายเขื่อนแม่กลองระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 1,189 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลอง กลับเข้าสู่ตลิ่งเกือบทุกจุด ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม โดยเฉพาะอ.บางคนที และอ.อัมพวา น้ำจะไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำแม่กลอง คาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นและลงของทะเล

รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์น้ำลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฝนจะตกหนักที่ อ.แก่งกระจาน มีแนวโน้มที่จะทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน อาจจะต้องมีการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทาน ได้ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ ในการที่จะชี้แจงข้อมูลให้กับประชาชนได้รับทราบ ในด้านภาคตะวันออก พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น และ อ.องครักษ์ จ.นครนายก มีประเด็นเรื่องของการระบายน้ำ โดยโครงการชลประทานคลองรังสิตใต้ หรือ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ และกทม.ช่วยในการระบายน้ำ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการภาพรวมทุกพื้นที่ ประกอบกับการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ในส่วนวันที่ 5 – 8 ต.ค.นี้ น่าจะไม่ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและเขื่อนแม่กลองเพิ่มขึ้นมาก ยังสามารถบริหารจัดการได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,100 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

กรมชลประทาน แจ้งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 นครสวรรค์ 1,889 ลบ.ม./วินาที

แนวโน้มคลี่คลาย! กรมชลฯ ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังยังคงเร่งสูบและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง รับมือฝนช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

เฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังฝนเติม

รองโฆษกรัฐบาล เผยหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย แต่ยังเฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังมีฝนเติมช่วง 10-12 ต.ค. เขื่อนเจ้าพระยาจ่อลดการระบายเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที