'สว.ภิญญาพัชญ์' จี้รัฐลุยตรวจ 'ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ' ไร้มาตรฐาน หวั่นซ้ำรอยกรงเหล็ก แนะ 4 มาตรการเร่งด่วนปราบ 'ภูเขาน้ำแข็ง'
08 ต.ค.2569 - น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงข่าวเรื่องศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไร้มาตรฐาน ว่า ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา จำเป็นต้องออกมาส่งเสียงและเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง ต่อกรณีความเดือดร้อนและวิกฤตสิทธิมนุษยชนที่กำลังเกิดขึ้นในสถานดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย เนื่องจากภาพข่าวที่ปรากฏในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชที่จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมีการกั้นกรงเหล็กครอบเตียงคนไข้เหมือนกับห้องขัง ที่เรื่องราวมาจากกรณีคุณแม่ท่านหนึ่งที่ถูกหลอกนำมาส่งขังไว้นานกว่า 2 ปีครึ่ง ถือเป็นสิ่งที่ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง และสร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่เคสเดียว และไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญ ล่าสุด มีเบาะแสจากการขยายผลและกรณีที่สื่อมวลชนรายงานข่าวว่า พบศูนย์พักพิงอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใน ถนนติวานนท์ ซึ่งมีลักษณะและพฤติกรรมส่อว่าจะเป็นการกักขัง และเมื่อทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับพบพฤติการณ์ที่มีพิรุธอย่างยิ่ง เจ้าของศูนย์ไหวตัวทัน ปิดประตูเงียบไม่ยอมให้สื่อมวลชนหรือผู้ใดเข้าไปตรวจสอบ และที่น่าสงสัยที่สุดคือ มีการรีบถอดตู้แดงหน้าบ้านออกทันที
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมความพยายามปิดบัง ซ่อนเร้น และไหวตัวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบแบบนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่ายังมีภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำ สังคมไทยยังคงมีสถานดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยจิตเวชที่เปิดดำเนินกิจการโดยไร้มาตรฐาน ละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจมีการกักขังทรมานผู้สูงอายุในชุมชนต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยที่ภาครัฐไม่เคยรับรู้หรือเข้าไม่ถึง ตนเองเห็นแล้วก็เศร้าใจ ดูข่าวแล้วก็น้ำตาไหลออกมา
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ ทำงานในลักษณะตั้งรับรอให้เกิดเรื่อง รอให้ครอบครัวไปร้องเรียนสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ถึงจะขยับลงพื้นที่ไปตรวจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ข่าวเงียบลง หรือผู้ประกอบการดำเนินการต่อ และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน จึงได้ยื่นข้อเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ต่อรัฐบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้ 1.ใช้มาตรการเชิงรุกสุ่มตรวจ โดยส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หากพบแห่งใดปิดประตูขัดขวางหรือมีพฤติกรรมต้องสงสัย ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบทันที 2.ลงโทษเด็ดขาดและดำเนินคดีอาญา หากพบการใช้กรงเหล็ก ตะแกรง หรือการกักขังจำกัดอิสรภาพอย่างผิดหลักวิชาการ ให้เพิกถอนใบอนุญาต สั่งปิดสถานที่ทันที และดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารทุกคนในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทารุณกรรม
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า 3.จัดทำระบบข้อมูลเปิด สร้างระบบออนไลน์ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์ที่ได้รับใบอนุญาต ประวัติการถูกร้องเรียน และผลการประเมินมาตรฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกสถานที่อย่างปลอดภัย และ 4.จัดตั้งสายด่วนคุ้มครองผู้สูงอายุ เปิดช่องทางให้ผู้สูงอายุและพลเมืองดีสามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เป็นข่าว
"ดิฉันอยากให้ยึดหลักง่ายๆ ว่าถ้าเป็นพ่อแม่ของท่านเอง อยากให้เขาได้รับการดูแลแบบไหน ขอให้ใช้มาตรฐานนั้นในการดูแลผู้สูงอายุทุกคน เพราะเรื่องการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่การกักขังละเลยและไม่ควรเป็นช่องว่างในการหาประโยชน์จากความอ่อนแอของใคร" น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายนี้ขอส่งสัญญาณไปถึงผู้ประกอบการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศว่าการดูแลผู้สูงอายุคือการดูแลชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ใช่ธุรกิจการกักขังเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน หากพบเห็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีลักษณะต้องสงสัย มีการปิดบัง หรือมีพฤติกรรมไร้มาตรฐาน โปรดช่วยกันแจ้งเบาะแสเข้ามายังหน่วยงานรัฐหรือกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทันที
เมื่อถามว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ากรณีที่จังหวัดนนทบุรีไม่ได้มีการล่ามโซ่ไว้ มองอย่างไร น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่อาจจะปัดความรับผิดชอบได้ ถามแบบปกติ ถ้าสมมุติไปสุ่มตรวจแล้วสถานประกอบการบอกว่าที่นี่มีโซ่ มีเตียง มีกรง ท่านจะให้ผ่านหรือไม่ ท่านจะต้องมีการสุ่มตรวจโดยที่ไม่ให้ตั้งตัว เพื่อจะดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไม่ควรตรวจเมื่อตอนขออนุญาตหรือทิ้งห่างมาหลายปี ขอให้เก็บกรณีมีไว้ศึกษาและปรับปรุงแก้ไข
เมื่อถามว่า มองว่าเจ้าหน้าที่ละเลยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้รับการแก้ไขจากการร้องเรียนจากสื่อ น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐอาจจะเข้าไม่ถึงและละเลยจริง ตนต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ทำหน้าที่เป็น Watch dog ช่วยการดูแลสังคม ซึ่งเรื่องนี้ไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ว่าดูแลไม่ทั่วถึง เพราะเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการออกใบอนุญาตควบคุมดูแลสถานประกอบการ ดังนั้น ควรจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเวลาเกิดเรื่อง ส่วนหนึ่งที่เจ้าของศูนย์บอกว่ามีการตรวจแล้วได้รับการอนุญาตจริง ตรงนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบควรมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สบส. สั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วง หลังโดนร้องกักขัง เผยนาทีถูกจับนอนเตียงกรงเหล็ก
ความคืบหน้ากรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิงในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังถูกร้องเรียนเรื่องการดูแลและกล่าวหาว่ามีการกักขังหรือทารุณกรรม ล่าสุดวันที่ 7 ต.ค. 2569 พบว่าญาติทยอยเดินทางมารับผู้ป่วยกลับไปดูแลที่บ้าน หลังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีคำสั่งปิดศูนย์ฯ และเร่งจัดหาสถานที่ดูแลที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยที่ไม่มีครอบครัวรับกลับ
กองปราบ บุกตรวจศูนย์ดูแลผู้ป่วยจิตเวชเมืองกาญจน์ เจ้าของแจงปมกรงเหล็ก-ลวดหนาม ยันไม่ได้ทำร้าย
ตำรวจกองปราบลงพื้นที่ศูนย์ฯดูเเลผู้สูงอายุเเละผู้ป่วยพึ่งพิง(จิตเวชเเละฟื้นฟู) จ.กาญจนบุรี พบอดีต “ร.อ.”หญิง เป็นเจ้าของ มีคนป่วย 92 ราย อ้างส่วนใหญ่เป็นผู่ป่วยจิตเวชต้องติดลูกกรงเหล็กป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วยด้วยกัน
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้ปริศนาพูลแมนโจทย์ใหญ่คดีฮั้ว สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'รมว.สุชาติ' ห่วงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทองผาภูมิขาดการติดต่อ สั่งเร่งค้นหาเต็มกำลัง ก่อนพบปลอดภัยครบ 3 นาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 3 นาย ซึ่งขาดการติดต่อระหว่างออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการลักลอบกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
เกิดเหตุระทึก! รถเก๋งพุ่งชน 'ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก' อบต.แก่งเสี้ยน เด็กเจ็บกว่า 10 ราย
เกิดเหตุรถยนต์เก๋งสีดำพุ่งชนกำแพงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งเสี้ยน บ้านหนองสองตอน ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นบริเวณห้องนอนของเด็กนักเรียน
สว.ชิบข้องใจ 'ศูนย์สุขภาพอันดามัน' ถูกดองงบยาว 6 ปี!
งบบานปลาย! 'สว.ชิบ' ข้องใจ 'ศูนย์สุขภาพอันดามัน ภูเก็ต' ถูกดองงบยาว 6 ปี ทำประชาชนเสียโอกาส ค่าใช้จ่ายโครงการพุ่ง1.3 พันล้าน

