“โฆษกรัฐบาล” จวก สส.กทม. บิดเบือนเงินหมด ทำปชช.ตื่นตระหนก เข้าแถวรอเงินเยียวยา เหน็บ ตจว. ใช้ระบบเดียวกัน แต่ไร้ปัญหา ทำได้เร็ว เหตุ สส. - ท้องถิ่น ลงพื้นที่สำรวจเอง ถามดังๆ ทำไมตัวแทนเมืองกรุงทำไม่ได้
20 ตุลาคม 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติงบกลางปี 2570 จำนวน 10,508 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและ ครม.ให้ความสนใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และให้ความเห็นอย่างหลากหลาย รวมถึงสิ่งที่เห็นในสื่อโซเชียล ตลอดจนการนำเสนอข่าวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่หลายเรื่อง ขอชี้แจงว่า ในระบบการจัดการเยียวยา เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล หรือ กทม. ร่วมกับท้องที่คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือสำนักงานเขต จะต้องไปสำรวจความเสียหาย สำรวจผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ขึ้นทะเบียนผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือผู้ประสบอุทกภัย แล้วนำข้อมูลมาเสนอยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่จะรวบรวมรายชื่อเสนอของงบฯ ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือก่อนหน้านั้นกว่าจะได้เงินเยียวยาต้องใช้เวลาอย่างน้อยเร็วสุดเป็นเดือน อย่างช้า 2-3 เดือน
นายเอกภพ ระบุว่า แต่รอบนี้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.ย. ขณะที่วันที่ 30 ก.ย. เป็นวันสิ้นปีงบประมาณงบกลางเหลืออยู่ 4,700 กว่าล้านบาท ครม.เห็นชอบให้นำเงินก้อนนี้มาเตรียมการไว้สำหรับเยียวยาตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ให้เยียวยาและดำเนินการโดยเร็วที่สุด จึงมีมติ ครม.เมื่อ 29 ก.ย. ให้นำเงินเหลือจากงบกลางปี 2569 ตั้งไว้สำหรับเยียวยาเบื้องต้น เพราะถ้าเงินก้อนนี้ไม่ถูกกันไว้ จะถูกนำส่งคืนคลังตามระบบงบประมาณ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเตรียมการ และเมื่อมีการสำรวจข้อมูลผู้ประสบภัยและยื่นคำขอ ปภ.จึงได้ดำเนินการเร่งรัดจ่าย ซึ่งมีการสั่งจ่ายไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเรื่องส่งมาจากจังหวัด มาถึง ปภ. ใช้เวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 1 วัน โดยตรวจสอบแค่บัตรประชาชนถูกต้อง ไม่ใช่เอาชื่อผู้เสียชีวิตมาเบิก ไม่ให้มีการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน แล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังธนาคารออมสิน จากเดิมใช้เวลา 3 วันแต่นายกฯสั่งการให้ลดระยะเวลาลง เหลือ 1 วัน ดังนั้น จาก ปภ.มาถึงธนาคารใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็จะได้รับเงิน ดังนั้น ประชาชนจึงได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุด แต่กลับถูกบิดเบือนว่าเงินหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องโกหก บิดเบือนไม่จริง ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ ปัญหาคือ ไปต่อแถว เพราะกลัวไม่ได้เงิน
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า เมื่อมีคำขอเข้ามาและประชาชนยังไม่ได้รับเงินเยียวยาอีกกว่า 1 ล้านครัวเรือน ครม.จึงมีมติ อนุมัติงบกลางปี 70 แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเงินหมด อย่างนี้คือ การบริหารจัดการอย่างเป็นรูปแบบ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่มีการบิดเบือนว่าการลงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐทำให้ช้าไม่ได้เงินหรือไม่ เป็นข้อมูลที่ผิด ทางรัฐเป็นช่องทางที่ประชาชนลงทะเบียนและข้อมูลทุกอย่าง จะอยู่ในระบบ สีเขียวคือ คนที่เคยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยมาแล้วและประสบภัยซ้ำ และอาจจะเป็นคนที่ติดเงื่อนไขต่างๆ ที่รัฐกำหนดไว้ แต่รายชื่อทั้งหมดจะอยู่ในระบบท้องถิ่นหรือเทศบาล อบต. หรือ กทม.จะเห็นข้อมูล ซึ่งท้องถิ่นทั่วประเทศจะต้องไปตรวจสอบว่าจะอนุมัติจ่ายหรือไม่ รายชื่อเหล่านั้นหากถูกอนุมัติจัดส่งไปยัง ปภ. สั่งจ่ายได้ภายใน 2 วัน
“ความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ทำไมต่างจังหวัดทั่วประเทศทำได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ทำไมเขาทำได้ ตรงไหนท่วมหรือไม่ท่วม ทำไมกทม.ไม่รู้ ทำไมสมาชิกเทศบาล หรือสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และ สส.ต่างจังหวัด ถึงรู้เรื่อง แต่ทำไม สก.หรือ สส.ในกทม.ไม่รู้เรื่อง ตรงนี้เป็นจุดที่ต้องสอบถามหรือไม่ ทำไมต่างจังหวัดจึงได้รับการดูแลดีกว่ากทม. ไม่ใช่ว่าใช้ระบบไม่เหมือนกัน แต่เป็นการใช้ระบบเดียวกัน แต่คนที่ประสานงานให้ประชาชน เขาเข้าใจงาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”นายเอกภพ ระบุ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ในการขอเงินเยียวยาเงินทดรองราชการ เป็นเงินก้อนที่ใช้สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน กทม.ไม่ได้เปิด Application Programming Interface (API) เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางรัฐ ทางรัฐทำได้แค่เป็นทางเข้าตรวจสอบตัวบุคคล ซึ่งต้องไปถามทาง กทม.ว่าเหตุใดจึงไม่เชื่อมโยงกัน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าแอปพลิเคชันทางรัฐมีปัญหา แต่ระบบหรือคนที่อยู่หน้างานมีปัญหา ทำไมต่างจังหวัดถึงให้คนไปหาชาวบ้าน ลงพื้นที่น้ำท่วมได้ แต่ กทม.และคนที่ทำงานเพื่อประชาชน ถึงลงไปหาและสำรวจไม่ได้ ตรงนี้เป็นจุดแตกต่างที่ทำให้ กทม.แม้จะได้รับความช่วยเหลือ ที่อาจจะติดขัด แต่กทม. มีข้อมูลว่า ได้รับความช่วยเหลือเยียวยามากที่สุด เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น เมื่อข้อมูลทุกอย่างถึงธนาคารถือว่าตรวจสอบแล้ว แต่สุดท้ายข้อมูลจากคำของบประมาณ งบกลาง เห็นว่า กทม. ขอมาทั้งสิ้นไม่มีการคัดกรอง 1 ล้านกว่าหลังคาเรือน โดยมีการจ่ายไปแล้วกว่า 3 แสนหลังคาเรือน รวมทั้งหมด 1,300,000 ครัวเรือน
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำ กทม.และผู้ที่ทำงานเพื่อประชาชนต้องทำงานเพื่อชาว กทม. ช่วยกันตรวจสอบค้นหาดำเนินการ คนที่ได้จริงต้องได้ ไม่ใช่หน้าที่ ปภ.หรือธนาคารต้องไปตรวจสอบ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของท้องถิ่น เทศบาล กทม. และ อบต. ที่ต้องดำเนินการ ตรงนี้ไม่อยากให้ผู้ที่มีสถานะเป็นตัวแทนของประชาชนออกมาให้ข้อมูลบิดเบือน และสร้างความตระหนกให้กับชาว กทม. ต้องไปต่อคิว ต่อแถว ต้องไปรอการเยียวยาวว่าจะได้หรือไม่ ตรงเป็นการดำเนินการที่ไม่สมกับเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร็วที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ซัดคนพูดงบน้ำท่วมหมด เป็นพวกไม่รู้ความ-ตั้งใจให้ร้าย
นายกฯ แจงปมเงินเยียวยาน้ำท่วมหมด ซัดคนไม่รู้ความ พูดให้ร้ายรัฐบาล ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี 69 ต้องคืนคลัง แต่เกิดน้ำท่วมจึงนำมาจ่ายอย่างรวดเร็ว-มีประสิทธิภาพ
รัฐบาลปลื้ม! เวที IMF–World Bank 2026 พิสูจน์ศักยภาพไทย
'เอกภพ' ชี้ปิดฉาก IMF–World Bank 2026 พิสูจน์ 'มาตรฐานไทย' เวทีระดับโลกทำได้จริง พร้อมต่อยอดชื่อเสียงสู่โอกาสเศรษฐกิจ การลงทุน ท่องเที่ยว และงานนานาชาติ
ปภ. เล็งขอวงเงินเยียวยาน้ำท่วมเพิ่ม 10,508 ล้าน คาดเข้า ครม. 20 ต.ค.นี้ แจงก้อนเดิม 5 พันล้านใกล้หมด
อธิบดี ปภ. แจงปมงบเยียวยาน้ำท่วม ยืนยันคำนวณตามข้อมูลจริง เตรียมเสนอ ครม. ขยายวงเงินเพิ่ม 10,508 ล้านบาท เดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือไม่สะดุด
'ภราดร' ซัด 'ศุภณัฐ' เป็น สส. ไม่ใช่อินฟลู หยุดปั่นข้อมูลมั่วเรื่องงบเยียวยาน้ำท่วม
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลคำนวณงบเยียวยาน้ำท่วมพลาดว่า อย่ามุ่งร้าย สร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจผิด ทำให้สังคมปั่นป่วน จนเกิดจลาจลได้
'หมอเอก' สวน 'ส.ส.ส้ม' อยากได้ซีน ได้แสง โพสต์ข้อมูลผิด ยันงบช่วยน้ำท่วมมีอีก
นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความตอบ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน ที่ออกมาร
โฆษกรัฐบาล เหน็บ 'การดี ปชป.' จั่วหัวซักฟอก 'โง่-ห่วย-เลว' แค่สร้างกระแส-แย่งซีนกันเองในฝ่ายค้าน
"เอกภพ" สวน "การดี" จั่วหัวซักฟอก "โง่-ห่วย-เลว" ชี้หน้าคนอื่นต้องย้อนดูตัวเอง พร้อมยกผลงานรัฐบาลปราบสแกมเมอร์-นอมินี ดัน GDP เดินหน้าเข้า OECD ย้ำจัดประชุมการเงินโลกได้ดี จน “กรณ์” ยังชม

