'เชษฐา' มองภาพวงอาหารอินเดีย 'ธรรมนัส' เลือกแล้วจับมือ ภูมิใจไทย เดินแผนร่วมรัฐบาล

22 ต.ค.2569-ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์ภาพการร่วมรับประทานอาหารอินเดียระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ว่า ภาพดังกล่าวมีนัยสำคัญทางการเมืองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิศทางการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมต่อสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า การปรากฏตัวร่วมกันของแกนนำทั้งสองพรรค ถือเป็นสัญญาณว่า ร.อ.ธรรมนัสได้ตัดสินใจเลือกทิศทางทางการเมืองแล้ว โดยมีแนวโน้มที่จะยืนเคียงข้างพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่เฉพาะการสนับสนุนรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความร่วมมือทางการเมืองในระยะต่อไปด้วย

ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ อาจรวมเสียงกันเพื่อตั้งรัฐบาล โดดเดี่ยวพรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อพิจารณาจากความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ร.อ.ธรรมนัส ต้องยอมรับว่าสูตรการเมืองดังกล่าวแทบจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือ Mission Impossible ไปแล้ว
ทั้งนี้ เพราะการเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางความร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยมากกว่าการกลับไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย

ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมอาจมีความเข้าใจหรือข้อตกลงทางการเมืองบางประการร่วมกัน ซึ่งอาจครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนรัฐบาลในสถานการณ์สำคัญ การเปิดทางให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคต ไปจนถึงความเป็นไปได้ในการรวมพรรคการเมืองเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ยังเป็นการประเมินความเป็นไปได้ทางการเมือง ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าทั้งสองพรรคได้บรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

นักรัฐศาสตร์รายนี้มองอีกว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังมีนัยเป็นการส่งสัญญาณถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เพราะก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยพยายามใช้สถานการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมืองของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการขอนิรโทษกรรม ในห้วงเวลาที่มีประเด็นคดีภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปที่ต้องเผชิญ

ผศ.ดร.เชษฐา ตั้งข้อสังเกตว่า จังหวะทางการเมืองดังกล่าวอาจทำให้พรรคเพื่อไทยคาดหวังว่าจะสามารถใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเครื่องมือเพิ่มแรงกดดันและอำนาจต่อรองกับรัฐบาล รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ

แต่เมื่อพรรคกล้าธรรมส่งสัญญาณเลือกยืนอยู่ข้างพรรคภูมิใจไทย สมการต่อรองทางการเมืองจึงเปลี่ยนแปลงไป เพราะแม้รัฐบาลจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย แต่หากยังมีเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรม ก็มีเสียงเพียงพอสำหรับรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลได้

นั่นหมายความว่า พรรคเพื่อไทยอาจต้องกลับไปทบทวนยุทธศาสตร์ทางการเมืองของตัวเองใหม่ เพราะอำนาจต่อรองที่เคยคาดหวังจากการรวมเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ อาจไม่เป็นไปตามแผน

ผศ.ดร.เชษฐา ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัสกับพรรคเพื่อไทยว่า ต้องไม่ลืมว่า ร.อ.ธรรมนัสเคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยมาแล้ว และในมุมมองของตน ร.อ.ธรรมนัสมักอยู่ในสถานะที่ต้องทำงานภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยมากกว่าจะมีบทบาทกำหนดทิศทางทางการเมืองอย่างเต็มที่ พูดง่ายๆ ว่าเป็นลูกน้องเขา

ด้วยเหตุนี้ จึงมองว่าเป็นเรื่องยากที่ ร.อ.ธรรมนัสจะตัดสินใจกลับไปทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปัจจุบันมีทางเลือกในการสร้างความร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับพรรคกล้าธรรมได้มากกว่าเดิม
“สถานการณ์ตอนนี้อาจกลายเป็นว่า พรรคเพื่อไทยต่างหากที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย เพราะเมื่อพรรคกล้าธรรมเลือกทิศทางแล้ว อำนาจต่อรองของแต่ละพรรคก็ย่อมเปลี่ยนไป” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวในเชิงวิเคราะห์

สำหรับกระแสข่าวความเป็นไปได้ในการรวมพรรคกล้าธรรมเข้ากับพรรคภูมิใจไทยนั้น ผศ.ดร.เชษฐา มองว่า ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายของการเมืองไทย เพราะการรวมกลุ่มทางการเมือง การย้ายพรรค หรือการควบรวมพรรค ล้วนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตามเงื่อนไขและผลประโยชน์ทางการเมืองในแต่ละช่วงเวลา

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาโครงสร้างของพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มการเมืองที่มี ร.อ.ธรรมนัสเป็นแกนนำ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเองก็มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มอยู่แล้ว

ดังนั้น หากในอนาคตจะมีการนำกลุ่มการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัสเข้ามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติในทางการเมือง และไม่จำเป็นต้องมองว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นจนเกินไป เพราะรูปแบบการรวมตัวเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในระบบพรรคการเมืองไทย

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ทางการเมือง หากพรรคภูมิใจไทยจะเปิดรับกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัสเข้ามาร่วมงานนั้น ผศ.ดร.เชษฐา มองว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สามารถถกเถียงกันได้ แต่ในทางการเมืองยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงจากผลการเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละพรรคได้รับด้วย เพราะจำนวน สส. เป็นตัวสะท้อนฐานสนับสนุนและอำนาจต่อรองในระบบรัฐสภา ซึ่งอาจแตกต่างจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ปรากฏในโลกออนไลน์

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพวงอาหารอินเดียครั้งนี้จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการพบปะรับประทานอาหารระหว่างนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพที่สามารถนำมาวิเคราะห์ทิศทางความสัมพันธ์และการจัดวางขั้วอำนาจทางการเมืองในระยะต่อไปได้

โดยเฉพาะท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งในมุมมองของตน ถือว่าส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นว่า พรรคกล้าธรรมกำลังเลือกเดินไปกับพรรคภูมิใจไทย มากกว่าการย้อนกลับไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย ขณะที่ความร่วมมือในอนาคตจะพัฒนาไปถึงขั้นเข้าร่วมรัฐบาลหรือรวมพรรคหรือไม่นั้น ยังต้องติดตามการตัดสินใจของแกนนำทั้งสองพรรคต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันวิชิต' ชี้ไร้ดีลลับ 'หนู-นัส' แค่ส่งสัญญาณการเมืองถึง เพื่อไทย สกัดแตกแถวศึกซักฟอก

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นกรณีเผยแพร่ภาพรับประทานอาหารค่ำระหว่าง น

'อนุทิน' สักการะศาลหลักเมือง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนลุยศึกซักฟอก

"อนุทิน" สักการะศาลหลักเมือง "เอาฤกษ์-เอาชัย" ก่อนศึกซักฟอกเข้ากลาโหม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกินข้าวกับ "บิ๊กดุลย์" ขอบคุณกองทัพช่วยประชาชนฟื้นฟูช่วงน้ำท่วม

'ศิริโชค' แจงดีเอสไอ พบพิรุธอื้อ 'สส.ไอเดียร์' รู้สามีเอี่ยวเว็บพนัน จี้สอบผลประโยชน์ทับซ้อน

"ศิริโชค" หอบหลักฐานคุ้ยเว็บพนันคริปโท "Shuffle.com" ส่งดีเอสไอ แฉเส้นเงินคนไทยสะพัด 118 ล้าน จี้รับคดีพิเศษสอบผลประโยชน์ทับซ้อน ซัด "สส.ไอเดียร์" รู้อยู่แล้วสามีเอี่ยวแต่ย้ายนั่งเลขาฯ ดีอีเอสปล่อยบ่อนเปิด ชี้ความผิดอาญาแผ่นดินสำเร็จแล้ว ปัดรับงานการเมือง ลั่นตรวจในนาม ปชช. ไม่ทรยศอุดมการณ์ 30 ปี

'อนุทิน' ซัดคนพูดงบน้ำท่วมหมด เป็นพวกไม่รู้ความ-ตั้งใจให้ร้าย

นายกฯ แจงปมเงินเยียวยาน้ำท่วมหมด ซัดคนไม่รู้ความ พูดให้ร้ายรัฐบาล ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี 69 ต้องคืนคลัง แต่เกิดน้ำท่วมจึงนำมาจ่ายอย่างรวดเร็ว-มีประสิทธิภาพ

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'อนุทิน-ธรรมนัส' ควบรวมพรรคไม่ได้ แต่จับมือหนุนรัฐบาลได้

ตามที่มีกระแสข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารอินเดียกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าจะควบรวมพรรคการเมืองได้