เหน็บหนูคิดได้แค่นี้ ฉุนสภาครอบกมธ.

"หนู” ลอยแพ “ไอเดียร์” ถอดสลักระเบิดหุ้นเว็บพนันพ้นรัฐบาล ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินเป็นหน้าที่ส่วนตัวก้าวก่ายไม่ได้ บอกสื่อถามทำไมโยงเงินบริจาคพรรค “ศิริโชค” ฝังทั้งเป็น สส.สาวชัยภูมิ ล็อกเก้าอี้นั่งทำงานกระทรวงปราบบ่อนออนไลน์ โยนอีกลูกใหญ่พันผลประโยชน์ทับซ้อน “มาร์ค” แบ็กอัป “วอลเปเปอร์”  บอกคอยติดตามตลอด เหน็บ “อนุทิน” คิดได้เท่านี้ เหล่านักร้องแห่จองกฐิน “ศรีสุวรรณ-คปท.” บี้  ป.ป.ช.สอบ “ไชยชนก-สส.ชัยภูมิ” เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ กังขา “ดีเอสไอ” เป่าเกลี้ยง ขณะที่ “ไอซ์” องค์ลงโดน ปธ.สภาฯ เรียก  "ปธ.กมธ. 35 คณะ" หารือขอบเขตอํานาจ เขย่าสำนึก "ศุภชัย” วาระซ่อนเร้นปิดบัง ปชช.

เมื่อเวลา​ 10.00 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย  กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์​ สส.​ชัย​ภู​มิ พรรคภูมิใจไทย​ พร้อม​นายไทหยาง ซาง  ​ สามี เข้าให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ​ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.​ ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.สุชาดาแล้วหรือยังว่า ยังเลย​ ตนติดตามข่าวสารก็ดูและฟังอยู่​ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่ละคน มีภาระและหน้าที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและชี้แจง ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปก้าวก่ายหรือทำอะไรได้ทั้งสิ้น  อย่างตนเองหรือรัฐมนตรี และ สส.คนอื่นๆ ก็ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า มีความพยายามโยงเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรค เรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนมีเหรัญญิกพรรค

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันไม่มีอะไรผิดปกติใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยืนยัน เมื่อถามอีกว่ากังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า​ “ไม่รู้จะถามทำไม”

ขณะที่ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งระบุว่า “รู้อยู่แล้วว่าสามีลงทุนในบ่อน แล้วทำไมถึงเลือกไปทำงานในกระทรวงปราบบ่อน”  จากที่เคยบอกว่าไม่รู้ว่าสามีทำอาชีพอะไร วันนี้ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “ไอเดียร์” สส.พรรคภูมิใจไทย ยอมรับแล้วว่าสามี นายไทหยาง จาง เคยถือหุ้นในธุรกิจบ่อน Shuffle.com ถึง 1.47% ก่อนจะอ้างว่าขายหุ้นทั้งหมดไปตั้งแต่เดือน ม.ค.2569  ดูเหมือนคำชี้แจงนี้จะพยายามคลายข้อสงสัยเรื่องหุ้นบ่อนที่ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินเมื่อเดือน มี.ค.2569

นายศิริโชคระบุว่า แต่ระหว่างพยายามแก้ปมหนึ่ง กลับเปิดปมที่ใหญ่กว่าเดิม เพราะ น.ส.สุชาดายังบอกด้วยว่าเคยแจ้งหุ้นของสามีต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งถ้าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง  ย่อมหมายความว่า เธอรู้เรื่องการลงทุนของสามีมาตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ใช่เพิ่งมารู้เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูล และตำแหน่งที่เธอเลือกเข้าไปดำรงก็คือ เลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กระทรวงที่มีหน้าที่ปราบปรามเว็บพนันออนไลน์

“นี่ต่างหากคือประเด็นสำคัญ โดยหาก น.ส.สุชาดารู้อยู่แล้วว่าสามีมีผลประโยชน์ในธุรกิจบ่อนการพนันออนไลน์ เหตุใดจึงเลือกเข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกระทรวงที่มีหน้าที่ปราบปรามธุรกิจประเภทเดียวกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคำถามว่าหุ้นถูกขายเมื่อไร หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินครบถ้วนหรือไม่ แต่เป็นคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และความเหมาะสมในการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น ผมพบข้อมูลธุรกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างศูนย์ซื้อขายคริปโต Bitkub กับบ่อน Shuffle.com รวมเกือบหมื่นรายการ มูลค่ารวมประมาณ 118 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องต่อไป”  นายศิริโชคระบุ

ผลประโยชน์ทับซ้อน

นายศิริโชคระบุว่า จากเดิมที่สังคมถามว่า “ทำไมไม่แจ้งหุ้นบ่อน” วันนี้คำถามกลับกลายเป็น “รู้อยู่แล้วว่าสามีลงทุนในบ่อน แล้วทำไมถึงเลือกไปทำงานในกระทรวงปราบบ่อน?” บางครั้งการพยายามแก้ข้อสงสัยเรื่องทรัพย์สิน อาจกลายเป็นการเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ร้ายแรงกว่าเดิมเสียเอง

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ    สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์   กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกัน นายศิริโชค ที่สนใจเรื่องนี้ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา นายศิริโชคก็เดินทางไปให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อนที่จะมีกำหนดเรียกด้วย  และวันที่ 22 ต.ค. เท่าที่ทราบนายศิริโชคจะเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการด้วย แม้นายศิริโชคไม่ได้อภิปราย เพราะไม่ได้เป็น สส. แต่ข้อมูลต่างๆ เราก็ติดตามอยู่แล้วในฐานะพรรค

เมื่อถามว่า นายอนุทินมองว่าเรื่องที่นายศิริโชคออกมาแฉ น.ส.สุชาดา เพราะแพ้การเลือกตั้ง  มองเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ท่านก็คิดได้เท่านี้”

ที่สำนักงานใหญ่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี  นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน  มายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน มีความเห็นและวินิจฉัย กรณี สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าสามีเคยถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์ Shuffle 1.47% แต่ขายออกไปแล้วก่อนเป็น สส. ซึ่งช่วงระยะเวลานั้นเธอดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ในสมัยที่นายไชยชนก ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการฯ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 หรือไม่ และการที่กระทรวงดีอีไม่ปิดกั้น 5 เว็บการพนันชื่อดัง เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่

"ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติม เพื่อขอให้ไต่สวน มีความเห็น และวินิจฉัยนายไชยชนก ชิดชอบ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ และปลัดกระทรวงดีอี ว่าเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ และฝ่าฝืนมาตรฐานททางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่" นายศรีสุวรรณกล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกร้องให้เร่งปราบปรามธุรกิจสีเทา แก๊งสแกมเมอร์ และเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้องกับการปล่อยปละละเลยให้กลุ่มทุนผิดกฎหมายเข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย โดยมี พ.ต.ท.สุจริต ช่อทับทิม รองผู้กำกับการฝ่ายเฝ้าฟัง วิเคราะห์ ติดตามและรายงาน กองสารนิเทศ ซึ่งเป็นผู้ช่วยเวรอำนวยการ ตร. เป็นผู้รับหนังสือ

นายพิชิตระบุด้วยว่า ต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีกับนักการเมืองที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา แก๊งสแกมเมอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นที่มี น.ส.สุชาดาถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันนั้น ตนเองกังขาว่าดีเอสไออาจจะเข้ามาฟอกขาวในคดีนี้ ขณะเดียวกัน น.ส.สุชาดาควรที่จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำให้เสื่อมเสียจริยธรรมนักการเมือง

ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวจำนวนมากกำลังรอเข้าประชุมวิป 3 ฝ่ายเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ปรากฏว่า นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ได้เดินผ่านมาพอดี เมื่อเจอกับกองทัพนักข่าว จึงได้มีการโทรศัพท์และเดินฝ่าวงล้อมนักข่าวออกไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์กับพวกเพิ่มเติมอีก 44 ล้านบาท ในคดีพนันออนไลน์ก่อนหน้านี้ จากที่ยึดทรัพย์ไปแล้ว 3 ครั้ง โดยนายชนนพัฒฐ์เพียงแต่ยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวไม่ได้ตอบคำถามอะไร

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเพิ่มเติมว่า การที่ถูกอายัดทรัพย์เพิ่มนี้ทำให้เสียกำลังใจหรือไม่ นายชนนพัฒฐ์กล่าวว่า เดี๋ยวอย่างไรขอให้ข้อมูลในภายหลังดีกว่าค่อยมาตอบ เพราะจะขึ้นมาประชุมอยู่ ตนเองขอไปเซ็นชื่อก่อน

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้กำลังใจยังดีอยู่หรือไม่ในการทำหน้าที่ สส. นายชนนพัฒฐ์กล่าวว่า "ใจอยากตอบ แต่ตอนนี้กลัวหมดแล้ว เดี๋ยวค่อยตอบ"

ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดี Forex ว่า ขณะนี้อยู่ในมือของอัยการ และตนก็ได้ไปพบกับอัยการตามขั้นตอน แต่จากการติดตามสื่อในช่วงนี้ โดยเฉพาะข่าวของ น.ส.สุชาดา ซึ่งได้มีการมาพาดพิงมายังตนว่า “ภาวุธทำสแกมเมอร์ ภาวุธทำพนันหรือเปล่า” ซึ่งตนขอยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนทำธุรกิจ Forex คนทำพนัน ธุรกิจสีดำ โดยได้ส่งข้อมูลทุกอย่างส่งให้ดีเอสไอ และดีเอสไอก็ส่งให้อัยการแล้ว และตนเองยังได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม โดยขอเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม  วันนี้จึงอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน     

เมื่อถามว่า มีการเปรียบเทียบกับคดีของ น.ส.สุชาดา มองเป็นหมากทางการเมืองหรือไม่  นายภาวุธกล่าวว่า ก็คิดได้ เพราะวันนี้ สส.โดนคดีคล้ายๆ กัน แต่ที่แตกต่างกันคือคดีของตน  หากดูภาพรวมคดีมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 50 คน ตนเป็นหนึ่งในนั้น และไม่ใช่ตัวหลัก ไม่ใช่คนทำ Forex ด้วยซ้ำ แต่ถูกดึงมา กลายเป็นเหมือนหัวหน้า หัวโจกของคดีนี้เลย ทั้งที่เป็นตัวเล็กๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย มีเส้นเงินวิ่งผ่าน แต่กับอีกคดีหนึ่งก็อาจมีความแตกต่างกัน และจะเห็นได้ชัดว่า คำพูดของรัฐมนตรี มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ก็ตามนั้น ตนไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวก็เป็นข่าวอีก

ไอซ์ฟาดวาระซ่อนเร้น

วันเดียวกัน เวลา 14.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประธานคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะ หารือแนวทางการทำงานร่วมกัน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นเปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้ เพื่อให้การทำงานเกิดความราบรื่น เนื่องจากมีการร้องขอจากทั้งส่วนราชการหรือกรรมาธิการด้วยกัน หลังเห็นว่าภารกิจทับซ้อนกัน โดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะยึดตามข้อบังคับการประชุม ซึ่งตนได้ให้แนวทางการทำงานว่าในภารกิจแต่ละกรรมาธิการ พยายามหลีกเลี่ยงการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เพราะฝ่ายราชการ ถูกเชิญโดยสภาวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร แทบจะไม่ได้ทำงาน เพื่อให้งานฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ทำงานด้วยกันได้ จึงถือโอกาสนี้ทำความเข้าใจ  จากนี้ฝ่ายกฎหมายก็จะทำหนังสือตามข้อหารือและแจ้งเวียนไปยังคณะกรรมาธิการคณะต่างๆ  เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ

"ส่วนบรรยากาศในการประชุมวันนี้ ก็มีเห็นแย้งกันบ้าง แต่ก็คุยกันด้วยเหตุด้วยผล เป็นเรื่องธรรมดา การตีความทางกฎหมาย สามารถตีความได้หลายแง่มุม อย่างไรก็ตามต้องให้หน่วยงานกลาง ซึ่งถือเป็นหน่วยงานส่วนราชการ ที่เป็นฝ่ายตีความกฎหมาย ซึ่งทุกหน่วยงานก็มีช่องทางอยู่แล้ว เช่นหากทำผิดก็มีการไปยื่นต่อไป หากขัดแย้งกันในข้อกฎหมาย ก็มีการตีความกันได้ พร้อมเน้นย้ำว่าได้มีการกำชับ โดยขอให้การทำงานไม่เกิดความซ้ำซ้อนกันและอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเอง" ประธานสภาฯ ระบุ

ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประธานสภาผู้แทนราษฎร  เรียกประชุมประธานกรรมาธิการ 35 คณะ หารือขอบเขตอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ

 ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมีหนังสือของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร้องเรียนนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบรรจุวาระเรียก น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ โดยไม่ขอมติจากที่ประชุม

น.ส.รักชนกระบุว่า กรณีประธานสภาฯ เรียกมาพูดคุย ซึ่งตนเองจะใช้คำว่า การจำกัดอำนาจในการทำงานของสภาของกรรมาธิการหรือไม่  อย่างไร ตนเองไม่ทราบว่าเป็นจุดประสงค์แบบนั้นหรือไม่ แต่วาระวันนี้ที่บรรจุขึ้นมาคือ นายศุภชัยไม่พอใจที่สภาจะใช้อำนาจในการตรวจสอบ สส.ฟากฝั่งรัฐบาล เพื่อที่จะขอให้ประธานสภาฯ  จำกัดอำนาจในการทำงาน อำนาจในการตรวจสอบของกรรมาธิการ

"ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้คำว่าอะไร ท่านจะกินรวบมันทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้เลยหรือ ท่านจะเอาทั้งสภาสูง สว.ก็เป็นที่รู้กันว่าท่านสามารถที่จะทำอะไรได้ สภาล่าง ท่านก็มีเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว ท่านมีอำนาจในฝ่ายบริหาร และใครๆ ก็รู้ว่าท่านสามารถที่จะมีอำนาจในการโน้มน้าวใจองค์กรอิสระได้ ตอนนี้ฝ่ายค้านเหลือแค่กลไกเดียว คือกรรมาธิการ ท่านก็ยังจะเอาอีกหรือ ยังจะใช้อำนาจในการที่ท่านมีเสียงข้างมากมาจำกัดในการทำงานของกรรมาธิการอีกหรือ" น.ส.รักชนกกล่าว

ส่วนที่นายศุภชัยระบุไม่เห็นด้วยในการบรรจุวาระซ่อนเร้นนั้น น.ส.รักชนกกล่าวว่า ต้องมีความละอายแก่ใจบ้าง วาระซ่อนเร้นที่ท่านพูดมาทั้งหมด เป็นวาระที่คือการตรวจสอบรัฐบาลทั้งสิ้น ถ้าจะบอกว่าการตรวจสอบรัฐบาลเป็นวาระซ่อนเร้น หรือการเอาความจริงมาตีแผ่ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลใช้อำนาจ ใช้งบประมาณอย่างไร เป็นวาระซ่อนเร้น ท่านควรพิจารณาตัวเองให้หนัก ว่าเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งการเป็นผู้แทนราษฎรของท่าน ยังมีเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ มีเหมือนตอนที่ขอคะแนนพ่อแม่พี่น้องประชาชนเข้ามายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่จบ!วิป3ฝ่ายล่ม รัฐบาลยํ้า3วันนายกฯคิวเอี้ยดฝ่ายค้านต่อรองซักฟอกพ.ย.

“อนุทิน” ควง “ภริยา” สักการะศาลหลักเมือง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนศึกซักฟอก ไม่จบ! “วิป 3  ฝ่าย” ถกวันอภิปราย ม.151 นัดถกใหม่ 22 ต.ค. หลัง

หุ้นเว็บพนันออนไลน์ 'ไอเดียร์-สามี' DSI ชิงตัดไฟก่อน? สะเทือนระบอบน้ำเงิน

เรียกได้ว่าเข้าสภาฯ มาได้ไม่ทันไร เก้าอี้ผู้แทนราษฎรเมืองพญาแล ชัยภูมิ เขต 4 สมัยแรกของ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.สาวดาวเด่นแถวหน้าค่ายภูมิใจไทย ก็ร้อนฉ่าจนแทบนั่งไม่ติดพื้น จากเดิมที่เคยเปิดตัวสวยหรู