หึ่ง! พนักงาน'ไทยพีบีเอส' ไม่พอใจบทบาท สมาพันธ์ฯมัวแต่ปกป้องฝ่ายบริหาร -ตัวบุคคล ไม่เป็นตัวแทนคนส่วนใหญ่ในองค์กรสื่อสาธารณะ ไม่ได้แสดงบทบาทอย่างสมศักดิ์ศรีเพื่อธำรงหลักธรรมาภิบาล เก่งแต่ออกแถลงการณ์ด้วยภาษาสวยๆ แต่ขยะในบ้านเห็นตำตากลับนิ่งเฉย แนะช่วยกันดูว่ากรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารจะฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปอย่างไรดีกว่า
23 ต.ค.2569- มีรายงานข่าวจากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส แจ้งว่า ขณะนี้พนักงานโดยทั่วไปเริ่มรู้สึกหวั่นไหวต่ออนาคตขององค์กร หากพระราชบัญญัติ ส.ส.ท. 2551 แก้ไขสำเร็จเปลี่ยนที่มาของรายการจากภาษีสรรพสามิตที่ได้ปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท มาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินเหมือนหน่วยงานอื่นๆจะกระทบถึงสถานะตัวเองหรือไม่ เช่น การต้องปรับลดจำนวนพนักงาน ปัจจุบันมีประมาณ 1,200 คน ขณะเดียวกันพนักงาน มีการจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความเห็นและวิเคราะห์วิจารณ์ แสดงความไม่พอใจประสิทธิภาพการฝ่ายบริหารที่มีนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เป็นผู้อำนวยการ และบทบาทของสมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส ที่มีนายอินทัช เพชรประสมกูล ผู้สื่อข่าวกีฬา สังกัดสำนักข่าวเป็นประธานสมาพันธ์ฯ
ข่าวแจ้งว่า ต่อสถานการณ์วิกฤตเรื่องการแก้ไขกฎหมายเปลี่ยนที่มารายได้องค์ที่ยังอยู่ในกระบวนการของนิติบัญญัติและการถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) แจ้งผลการตรวจสอบพบการจ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่งผลิตรายการข่าวเจาะย่อโลกโดยวิธีเฉพาะเจาะจงแบบผูกขาดต่อเนื่่องเกือบ 10 ปี และการไม่มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการการจ่ายค่าตอบแทนพิธี ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ ทำให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 85 ล้านบาทและ 230 ล้านบาท พนักงานในไทยพีบีเอสส่วนหนึ่งจากสำนักข่าว และสำนักโทรทัศน์แสดงความรู้สึกไม่พอใจบทบาทของสมาพันธ์พนักงานที่ทำตัวปกป้องฝ่ายบริหาร และยึดติดกับตัวบุคคลที่มีความใกล้ชิดโดยไม่สนใจความถูกต้อง และความเป็นธรรม เช่น การปกป้องนายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าว เริ่มมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่ตกเป็นข่าวเรื่องการใช้รถส่วนกลางทั้งๆที่ได้ค่ารถเหมาจ่ายไปแล้วเดือนละ 27,000 บาทแต่ยังเบิกรถส่วนกลางมาใช้ รวมทั้งระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าวด้ารบริหารอีกคนหนึ่งที่เบิกใช้รถส่วนกลางเช่นเดียวกัน ได้ค่ารถเหมาจ่ายเดือนละ 15,000 บาท สมาพันธ์พนักงานก็เป็นปากเป็นเสียงให้เช่นกัน แม้กระทั่งตลอด 3 - 4 เดือนที่ผ่านมา นายก่อเขต ตกเป็นข่าวกลับได้รับการจ้างแบบวิธีเฉพาะเจาะจงให้มาเป็นโค้ชและฝึกอบรมเพื่อยกระดับงานข่าว ค่าจ้างเดือนละ 100,000 บาททั้งๆที่ไม่จำเป็นและที่สำคัญเป็นการจ้างที่น่าจะขัดกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง แต่สมาพันธ์พนักงานก็นิ่งเงียบ
นอกจากนี้ ปัญหาในการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพของฝ่ายบริหารที่มีรองผู้อำนวยการ 3 คน ที่ไปคนละทางสองทาง ขาดการสื่อสารกับพนักงาน นำพาองค์กรแบบไร้เป้าหมาย แต่สมาพันธ์พนักงาน ก็ไม่ได้แสดงบทบาทอย่างสมฐานะและสมศักดิ์ศรีของการเป็นตัวแทนพนักงานเพื่อธำรงหลักธรรมาภิบาล ซึ่งพนักงานต่างผิดหวังอย่างมากทั้งฝ่ายบริหารและสมาพันธ์พนักงาน
พนักงานไทยพีบีเอสผู้หนึ่ง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา สมาพันธ์พนักงานออกแถลงแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขกฎหมาย ส.ส.ท.เปลี่ยนที่มารายได้ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ เพราะหากกฎหมายแก้ไขได้สำเร็จย่อมกระทบต่อพนักงาน แต่เนื้อหาในแถลงการณ์บางส่วนเขียนแบบสวยๆ เพื่อสร้างภาพให้ดูดี เสมือนเป็นพระเอกแต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม พร้อมยกตัวอย่างแถลงการณ์ข้อ 3 มาประกอบที่เขียนว่า “สนับสนุนการตรวจสอบจากหน่วยงานภายในและภายนอกตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส โดยขอเรียกร้องให้ผู้บริหาร ส.ส.ท. ตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการดำเนินการทางกฎหมาย ตลอดจนชี้แจงทุกข้อสงสัยต่อสาธารณะให้ชัดเจน” ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้สวนทางกับบทบาทของสมาพันธ์พนักงานตลอดมา เพราะไม่เคยเอาจริงเอาจังกับปัญหาภายในองค์กร ทั้งๆที่ควรจะรู้ดีกว่าคนภายนอก
“สมาพันธ์ฯเขียนในแถลงการณ์ว่า สนับสนุนการตรวจสอบจากหน่วยงานจากภายในและภายนอก ยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส อยากจะถามว่า สมาพันธ์ฯเขียนอย่างนี้ เข้าใจไหมว่าหมายถึงอะไร และต้องทำอย่างไร เมื่อ สตง. เข้ามาตรวจสอบแล้วพบข้อบกพร่อง ให้ชดใช้ค่าเสียหายแต่สมาพันธ์กลับปล่อยให้ฝ่ายบริหารออกมาแถลง พูดจา ออกข่าวคัดง้าง แข็งขืนกับสตง.กล่าวหา สตง.ว่า จ้องเล่นงานไทยพีบีเอส ทั้งๆ ที่ สตง.ก็ทําตามหน้าที่ตรวจสอบ แต่สมาพันธ์ ไม่ทักท้วงฝ่ายบริหารแล้วอย่างนี้เรียกจะเรียกว่าสนับสนุน การตรวจสอบจากหน่วยงายภายใน และภายนอกตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสได้อย่างไร สมาพันธ์ฯต้องไม่โกหกกับพนักงานและสังคม การที่องค์กรเกิดวิกฤต ปัญหาถูกหมักหมมมานาน ผู้อำนวยการคนก่อนอยู่มา 2 สมัย 8 ปีเต็ม และผู้อำนวยการคนปัจจุบันอยู่มาเกือบ 1 ปี 4 เดือน สมาพันธ์พนักงานฯไม่เห็นทำอะไรที่เป็นการปกป้องหลักธรรมาภิบาล บอกว่า ยึดหลักโปร่งใส ก็ไม่จริงอีกเช่นกัน สมาพันธ์ฯทำงานกันแค่คนไม่กี่คนที่เป็นกรรมการ ไม่ได้รับฟังความเห็นของพนักงานที่มีเป็นพันคน อย่ามัวแต่ออกแถลงการณ์อยู่เลย มาช่วยกันดูว่า กรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารจะฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปอย่างไรดีกว่า” พนักงานไทยพีบีเอสคนหนึ่งกล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิด 6 ประเด็นส่อพิรุธ 'ไทยพีบีเอส' เฉพาะเจาะจงล็อกสเปก 'พีเอ็นวาย' ผูกขาดผลิตรายการ
เปิด 6 ประเด็นส่อพิรุธ 'ไทยพีบีเอส'จัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจงเข้าข่าย ล็อกสเปก 'บริษัท พีเอ็นวาย โปรดักส์ชั่น' ผูกขาดผลิตรายการ 'ข่าวเจาะย่อโลก' จนถูกสตง. ตรวจสอบพบทำผิดกฎหมาย ถูกเรียกเงินชดใช้คืน 15 ล้านบาท
สะพัด! 'เทพชัย หย่อง' ไขก๊อกพ้น 'ไทยพีบีเอส' มีผล 1 พ.ย.นี้ ทิ้งรายได้ 2.7แสนบาท/เดือน
มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายเทพชัย หย่อง ได้แจ้งนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ขอพ้นจากตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้วยการบอกเลิกสัญญาจ้าง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
เดือด! Thai PBS นัดแถลงตอบโต้ทันที หลังสตง.แถลงผลการตรวจสอบการใช้เงินฯ
Thai PBS นัดแถลงข่าวตอบโต้ สตง. บ่าย 2 ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต หลังสตง.แถลงผลตรวจสอบการใช้จ่ายเงินไทยพีบีเอส 5 โมงเช้า ที่สำนัดงานสตง. กรณีตรวจสอบการจัดจ้างผลิตรายการและจ่ายค่าตอบแทนผิดระเบียบ พร้อมให้ชดใช้ 85.22 ล้านบาท
ไทยพีบีเอส ร่อนแถลงการณ์ ย้ำความเป็นอิสระสื่อ คือหลักประกันประชาชน
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ออกแถลงการณ์ เรื่อง หลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ภายใต้ข้อเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ขององค์การ
'ภูมิใจไทย' ดอดเงียบชงแก้ไข กม.ไทยพีบีเอสเปลี่ยนที่มางบจากภาษีบาปเป็นงบปกติ!
จับตาอนาคตไทยพีบีเอส หลังมือกฎหมาย-สส.ภูมิใจไทย ดอดเงียบ เสนอแก้ไขกฎหมายเปลี่ยนที่มางบจากภาษีบาป มาเป็นงบรายจ่ายปกติ ที่ต้องผ่านครม.-สภาฯ
'เปรมศักดิ์' ชำแหละไทยพีบีเอส 19 ปีใช้ภาษีไปกว่า 4 หมื่นล้านต้องพร้อมให้สังคมตรวจสอบ!
'หมอเปรม' ชำแหละไทยพีบีเอสกลางวุฒิสภา จี้งบปีละ 2 พันล้านคุ้มค่าหรือไม่ ตั้งคำถามปม 'รับค่ารถเหมาจ่าย แต่ใช้รถส่วนกลาง' พร้อมจับตาจัดซื้อวิธีเฉพาะเจาะจง ย้ำสื่อสาธารณะต้องโปร่งใส อย่าเป็นเสียเอง

