'สนามบินดอนเมือง'แนะผู้โดยสารตรวจสิ่งของต้องห้ามก่อนโหลด

ทดม. ย้ำผู้โดยสารเช็กกระเป๋าก่อนเดินทาง หลังประกาศ กพท. เปิดทางตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนมีผลบังคับใช้ พบพาวเวอร์แบงก์ ไฟแช็ก บุหรี่ไฟฟ้า และวัตถุไวไฟเพียบ เตือนห้ามโหลดสิ่งของต้องห้าม พร้อมแนะใช้ TSA Lock ป้องกันความเสียหาย ภายใน7 วันพบสิ่งต้องห้าม 1,122 รายการ

23 ต.ค.2569 - เรืออากาศเอก ปกป้อง สุวรรณโมฬี ผู้เชี่ยวชาญ 10 และรักษาการ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขอความร่วมมือผู้โดยสารตรวจสอบสิ่งของภายในสัมภาระลงทะเบียนก่อนเดินทาง ภายหลังประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรื่อง การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการนำสิ่งของต้องห้ามขึ้นสู่อากาศยานและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำสิ่งของขึ้นอากาศยานและเงื่อนไขการขนส่งสัมภาระของสายการบินที่ใช้บริการก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ทั้งนี้ทดม. ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ โดยดำเนินงานตามประกาศ กพท. ทั้งนี้ การเปิดตรวจสัมภาระลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัมภาระอาจมีวัตถุต้องห้าม วัตถุอันตราย หรือสิ่งของที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการต่อหน้าผู้โดยสาร ซึ่งการตรวจค้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กพท. กำหนด

สำหรับผลการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของ ทดม. ระหว่างวันที่ 16–22 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสัมภาระลงทะเบียนจำนวน 927 ใบ พบสิ่งของต้องห้ามหรือสิ่งของที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจำนวน 1,122 รายการ โดยสิ่งของที่ตรวจพบมากที่สุด ได้แก่ พาวเวอร์แบงค์ ไฟแช็ก บุหรี่ไฟฟ้า และวัตถุไวไฟ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจ สอบสิ่งของภายในสัมภาระก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการเดินทางทางอากาศ

อย่างไรก็ตามในการเตรียมสัมภาระสำหรับโหลดใต้ท้องเครื่องบิน ผู้โดยสารควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งของต้องห้ามในการขนส่งในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน โดยเฉพาะ Power Bank แบตเตอรี่สำรองของอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ วัตถุระเบิด อาวุธ วัตถุไวไฟ และสารเคมีอันตราย ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามในการขนส่งในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน  นอกจากนี้ สิ่งของบางประเภทอาจมีเงื่อนไขและข้อจำกัดในการขนส่งที่แตกต่างกัน ผู้โดยสารจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของสายการบินที่ใช้บริการให้ชัดเจนก่อนจัดเตรียมสัมภาระ และ ทดม.ขอแนะนำให้ผู้โดยสารใช้อุปกรณ์ล็อกสัมภาระมาตรฐาน เช่น TSA Lock เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย

ทั้งนี้ในกรณีที่จำเป็นต้องเปิดตรวจสัมภาระตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยหากเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเปิดตรวจสัมภาระ จะมีการบันทึกภาพระหว่างดำเนินการและใส่เอกสารแจ้งการตรวจค้น (Notice of Baggage Inspection) ไว้ภายในสัมภาระ เพื่อให้เจ้าของสัมภาระรับทราบ และผู้โดยสารไม่ควรเก็บสิ่งของมีค่าไว้ภายในสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องบิน

เรืออากาศเอก ปกป้อง กล่าวว่า ทดม. มุ่งมั่นดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตามระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยานเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บินไทย’เร่งเคลียร์กระเป๋าค้าง 5,600 ใบ ตั้งเป้าจบใน 72 ชั่วโมง

‘ซีอีโอการบินไทย’ ร่ายยาว แจงปมกระเป๋าตกค้าง ขอโทษผู้โดยสาร รับน้ำท่วมกระทบแรงงานขาดหนัก ดีเลย์ 100% ลดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ 30%–40% ชั่วคราว ดึงกำลังทหารและผู้ประกอบการภายนอกช่วยเร่งระบายสัมภาระ คาดเคลียร์เสร็จภายใน 72 ชั่วโมง ย้ำไม่ได้เกิดจากปัญหาภายในองค์กร ไม่มีการเมืองแทรกแซง