พล.ต.ท.เรวัช เผยเตรียมนำกลุ่มชาวปืนเข้ากรุงเทพฯ ขอพบนายกฯ และ ครม. เผยสำรวจพื้นที่ตั้งเต็นท์ไว้แล้ว พร้อมปักหลักเป็นเดือน ขณะที่ ‘ม็อบกำนันมะโน’ รวมพล กันแล้วที่นครศรีธรรมราช เตรียมเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล
5 พฤศจิกายน 2569 - พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงแผนการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวปืนว่า เตรียมนำกลุ่มเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อขอพบนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่าได้สำรวจพื้นที่สำหรับตั้งเต็นท์พักค้างคืนไว้แล้ว และพร้อมปักหลักเป็นเวลานานถึงหนึ่งเดือน
พล.ต.ท.เรวัช กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนายมะโน เครือแก้ว หรือกำนันมะโน กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเตรียมนำขบวนรถจากภาคใต้เข้ากรุงเทพฯ ว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ให้กำนันมะโนเป็นผู้นำไปก่อน แต่หากเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวปืน ตนจะเป็นผู้นำด้วยตัวเอง
“เที่ยวนี้กำนันนำ แต่ถ้าเที่ยวชาวปืนเนี่ยผมจะนำ” พล.ต.ท.เรวัช กล่าว พร้อมยืนยันว่าจะเดินทางไปขอความกรุณาจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีด้วยตนเอง
อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยอีกว่า ได้เดินทางไปสำรวจทำเลสำหรับตั้งเต็นท์บริเวณริมวัดและริมคลองในกรุงเทพฯ ไว้แล้ว โดยเตรียมนำเต็นท์และอุปกรณ์หุงหาอาหารติดตัวไปด้วย เพื่อให้สามารถพักค้างคืนได้เป็นเวลานาน
“อยู่แม่งเป็นเดือนแหละนะครับ อยู่เป็นเดือนแหละ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ใคร คิดว่ามาเที่ยวกรุงเทพโว้ย กินบรรยากาศ” พล.ต.ท.เรวัช กล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวของกำนันมะโน ล่าสุดมีการนัดหมายประชาชนรวมตัวกันในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 บริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกำหนดเปิดเวทีปราศรัยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเดินทางในเวลา 09.19 น. ก่อนเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 12.09 น. เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน กำนันมะโนได้ประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมในการนำประชาชนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าระดมรถยนต์เข้าร่วมขบวนจำนวน 1,000 คัน ซึ่งขณะนั้นมีผู้ตอบรับเข้าร่วมแล้วกว่า 500 คัน และคาดว่าจะมีประชาชนทยอยเข้าร่วมสมทบระหว่างเส้นทาง
กำหนดการเดินทางของขบวนจะเริ่มจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนมุ่งหน้าขึ้นสู่กรุงเทพฯ โดยมีการปรับจุดเปิดเวทีปราศรัยระหว่างทาง และกำหนดเดินทางถึงบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ในคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล
สำหรับข้อเรียกร้องของกำนันมะโน ครอบคลุมปัญหาค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน ปัญหาปากท้องของประชาชน การแพร่ระบาดของยาเสพติด ตลอดจนประเด็นการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
กำนันมะโนระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เห็นว่าสามารถปรับลดลงได้ พร้อมยืนยันว่าการเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเคลื่อนไหวของ พล.ต.ท.เรวัช และกลุ่มชาวปืน ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดวันเดินทาง จำนวนผู้เข้าร่วม หรือรายละเอียดข้อเรียกร้องที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลอย่างชัดเจน และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ากลุ่มชาวปืนจะเดินทางร่วมขบวนกับกำนันมะโนในวันที่ 5 พฤศจิกายน หรือจะจัดการเคลื่อนไหวแยกต่างหาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แนะรัฐบาลปล่อยม็อบ ‘กำนันมะโน’ บุกทำเนียบฯ ประชาชนตัดสินเองได้!
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “กำนันมะโน กับความรับผิดชอบต่อประชาชน” แสดงความคิดเ
ยก 'ปารีสโมเดล' ดึงสติคนไทย อย่าให้ใครยุยงเผาบ้านตัวเอง
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปารีสโมเดล
ผบช.น.แจงม็อบต้านเวิลด์แบงก์ปะทะตำรวจ เหตุสื่อสารคลาดเคลื่อน
ผบช.น.ลงพื้นที่ม็อบต้านเวิลด์แบงก์-ไอเอ็มเอฟ แจงเหตุปะทะช่วงเช้าเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ศาลเลื่อนฟังคำสั่ง '39 กปปส.' ขอนิรโทษกรรมคดีชัตดาวน์กรุงเทพฯ
ศาลนัดฟังคำสั่งที่คู่ความในคดีขอให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 คดีดำอ.247/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4
ราชกิจจาฯ ประกาศคุมพื้นที่ชุมนุมรอบศูนย์สิริกิติ์-22 โรงแรม รับประชุม IMF-ธนาคารโลก
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โรงแรมที่พักผู้แทนต่างประเทศ 22 แห่ง และอาคาร
'วันวิชิต' ฟันฉับ รัฐบาลอนุทินมั่นคง ฝ่ายจารีตส่งสัญญาณหนุนผ่านท่าทีกองทัพ เสียงสภาแน่นปึ้ก-ม็อบจุดไม่ติด เชื่อคดีบาร์โค้ดไม่กระทบ
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังมีเสถียรภาพสูง ทั้งจากเสียงพรรคร่วมรัฐบาล 292 เสียง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพรรคร่วม ตลอดจนการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ

