'กสม.' ส่งหนังสือด่วนถึงนายกฯ เบรกส่ง 5 อุยกูร์กลับจีน เตือนผิดกฎหมายอุ้มหาย

กสม.ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้านส่งชาวอุยกูร์ 5 คนกลับจีน หลัง 2 คนพ้นโทษถูกควบคุมตัวรอส่งกลับ ย้ำห้ามอ้างความมั่นคงหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นข้อยกเว้น เตือนเสี่ยงละเมิดกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหาย กระทบความน่าเชื่อถือไทยในเวทีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น 

5 พฤศจิกายน 2569 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สม 0700/43 ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้รัฐบาลคุ้มครองชาวอุยกูร์จำนวน 5 คน ที่อยู่ระหว่างรอการส่งตัวออกนอกราชอาณาจักร โดยยืนยันว่าไม่ควรส่งตัวบุคคลเหล่านี้กลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

นายวสันต์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นภายหลัง กสม.ได้รับข้อมูลจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศว่า ชาวอุยกูร์ 2 คน ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ และถูกส่งตัวไปควบคุมไว้ที่สถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เพื่อรอการส่งกลับ โดยทั้งสองคนยืนยันว่าไม่ประสงค์เดินทางกลับประเทศจีน ขณะที่ชาวอุยกูร์อีก 3 คน ยังคงรับโทษอยู่ในเรือนจำ

สำหรับหนังสือที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี กสม.ได้อ้างถึงมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม โดยเห็นว่ารัฐบาลต้องไม่ส่งตัวชาวอุยกูร์ทั้ง 5 คน กลับไปยังประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นการส่งกลับโดยตรงหรือผ่านประเทศที่สาม หากปลายทางสุดท้ายคือประเทศจีน

กสม.ให้เหตุผลว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าชาวอุยกูร์กลุ่มดังกล่าวอาจเผชิญอันตรายจากการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือการถูกบังคับให้สูญหาย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

นอกจากนี้ กสม.ยังย้ำว่า หลักการห้ามส่งบุคคลกลับไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือการบังคับให้สูญหาย ไม่เปิดช่องให้รัฐบาลอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นข้อยกเว้นในการดำเนินการได้

นายวสันต์ ระบุว่า การส่งกลับชาวอุยกูร์ไม่ใช่เพียงปัญหาการบริหารจัดการคนเข้าเมือง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิต ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากเกิดความเสียหายขึ้นแล้วอาจไม่สามารถเยียวยาให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้

ขณะเดียวกัน การตัดสินใจของรัฐบาลไทยในเรื่องนี้ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสถานะของประเทศไทยในฐานะสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้ กสม.จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเร่งดำเนินการประสานส่งตัวชาวอุยกูร์ทั้ง 5 คน ไปยังประเทศที่สามซึ่งแสดงเจตจำนงพร้อมรับตัว เพื่อให้สามารถตั้งถิ่นฐานหรือได้รับการคุ้มครองในรูปแบบอื่น โดยเห็นว่าเป็นทางออกที่สอดคล้องกับกฎหมายและหลักมนุษยธรรม

ทั้งนี้ กสม.เน้นย้ำว่า การตัดสินใจเดินทางหรือการให้ความยินยอมของชาวอุยกูร์แต่ละคนต้องเกิดจากความสมัครใจอย่างแท้จริง โดยปราศจากการบังคับ ข่มขู่ หรือการจูงใจโดยมิชอบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยต้องปฏิบัติตาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาหลีเหนือไล่สหภาพยุโรปไปกวาดบ้านตัวเอง อย่ามายุ่งเรื่องสิทธิมนุษยชน

สื่อของรัฐเกาหลีเหนือรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เกาหลีเหนือได้โจมตีสหภาพยุโรปอย่างรุนแรงเกี่ยวกับร่างมติของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยบอกให้สหภาพยุโรป "ไปยุ่งเรื่องของตัวเอง"

กสม. กระทุ้ง สธ. 'ศูนย์บำบัดยาเสพติดกระบี่' ละเมิดสิทธิ ล่ามโซ่-เฆี่ยนตี

'กสม.' ชี้ศูนย์บำบัดยาเสพติดกระบี่ละเมิดสิทธิ ล่ามโซ่-เฆี่ยนตีผู้เข้าบำบัด เปิดศูนย์ไร้ทะเบียน จี้รัฐบาลยกระดับมาตรฐานคุมสถานฟื้นฟูเอกชน ป้องกันเหตุซ้ำรอย

กสม.ชงนายกฯฏิรูปการบริหารจัดการน้ำเชิงโครงสร้าง รับมือวิกฤตอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

กสม.เผยข้อเสนอแนะปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำเชิงโครงสร้าง เพื่อรับมือวิกฤตอุทกภัยของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ระบุปัญหาใหญ่คือช่องว่างทางกฎหมาย และการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานต่าง ๆ

ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็น ประณามการเนรเทศผู้อพยพของสหรัฐฯ ไปยังประเทศที่สาม

ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติวิจารณ์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเนรเทศผู้อพยพไปยังประเทศที่สาม การกระทำดังกล่าวทำให้เกิด “ก

'แก้วตา' ซบพรรคแดง สมัครสมาชิก 'เพื่อไทย' เลือกพื้นที่ทางการเมืองอีกครั้ง

'แก้วตา' สวมชุดสีแดง สมัครเป็นสมาชิก 'พรรคเพื่อไทย' อย่างเป็นทางการ เผยเลือกพื้นที่ทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อเดินหน้าผลักดันคุณค่า สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ความเสมอภาค และความเท่าเทียมของประชาชนทุกคน ให้เกิดขึ้นจริง