สภาทนายความระส่ำ 'ทนายวันชัย' ย้อนถามกก.มรรยาทฯชุดใหม่มีกม.ใดให้ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตัดสินกันเองว่าใครทำผิด

'ทนายวันชัย บุนนาค' ข้องใจกรรมการมรรยาทฯ ฟ้องศาลปกครองแต่ศาลไม่รับ แล้วกก.มรรยาทฯชุดใหม่ลงมติว่าประธานกก.มรรยาทคนเก่าทำการไปนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย้อนถามมีกม.ใดให้ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กม.สามารถตัดสินกันเองว่าใครทำผิด

20 เม.ย.2565 - นายวันชัย บุนนาค ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงปัญหาความขัดแย้งในสภาทนายความ มีเนื้อหาดังนี้

37 ปีของการประกอบอาชีพทนายความไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้เรื่องการใช้กฎหมายในการบริหารองค์กรวิชาขีพ

เหตุเรื่องการประกาศเลือกตั้งนายกสภาทนายความและกรรมการสภาทนายความที่ขัดแย้งกันที่อีกฝ่ายหนึ่งได้ทำตามข้อกฎหมายและข้อบังคับ ตามพรบ.ทนายความ ม.18 &ข้อบังคับ

แต่อีกฝ่ายหนึ่งอ้างทำนองว่ายังไม่ครบวาระ และต้องภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมรรยาทตาม พรบ.ทนายความ ม.19

ตั้งแต่การประกาศเลือกตั้งและแต่งตั้ง ผอ.และกรรมการเลือกตั้ง
*ส่วนเบื้องหลังเบื้องลึกไม่ต้องพูดถึงคนทำย่อมทราบดีกว่าคนดู*

ความขัดแย้งนำมาซึ่งความเสื่อมถอย

เรื่องจริงที่เกิดขึ้น ณ สภาทนายความ ไม่ต้องพูดว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร เพราะมีทั้งคนถูกใจและคนไม่ถูกใจ
กรรมการมรรยาทฯนำกรณีตีความกฎหมาย พรบ.ทนายความฯและข้อบังคับต่างกัน ต่างไปจากประธานกรรมการมรรยาท จึงได้นำเอาสิ่งที่ประธานกรรมการมรรยาทฯทำไปนั้น ไปฟ้องศาลปกครองฯให้มีคำสั่งเพิกถอน ปรากฎว่า ศาลปกครองมีความเห็นว่า ประธานกรรมการการยาทฯไปตามกฎหมายนั้นไม่กระทบการควบคุมการเลือกตั้งของคณะกรรมการมรรยาท ฯไม่เสียหายต่อผู้ฟ้องในฐานะทนายความ ศาลจึงไม่รับฟ้อง คดียังไม่ถึงที่สุด ถ้าผู้ฟ้องอุทธรณ์คำสั่งศาล

**การไปใช้สิทธิทางศาลนั้นชอบแล้ว เพราะไม่มีมาตราไหนของ พรบ.ทนายความให้อำนาจ คณะกรรมการมรรยาทฯตัดสินกันเองว่าประธานกรรมการมรรยาททำผิดกฎหมาย พรบ.ทนายความ&ข้อบังคับ
การที่คณะกรรมการมรรยาทไม่รอผลคดีที่ศาลปกครองให้ถึงที่สุด

แล้วคณะกรรมการมรรยาทฯชุดใหม่ได้ประชุมเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 และลงมติว่าประธานกรรมการมรรยาทคนเก่าทำการไปนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ถามว่า แล้วไปฟ้องศาลปกครองไว้ทำไม/ผลเป็นอย่างไร ทำไม่ไม่รอผลคดีถึงที่สุดล่ะ
ถามว่า แล้วมาประชุม&ลงมติตัดสินกันเองว่า ประธานกรรมการมรรยาทฯคนเก่ากระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย **มาตราไหนให้อำนาจทำได้ล่ะ **
**ถามจริงๆมีกฎหมายใดในโลก มีกฎหมายใดในไทย ให้ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสามารถตัดสินกันเองว่าใครผู้ใดทำหน้าที่นั้นๆทำผิด**

นักกฎหมาย ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายด้วยการตีความ/ทำการแบบนี้ ชอบธรรมหรือไม่
คงมีทั้งเห็นว่าชอบธรรม และเห็นว่าไม่ชอบธรรม
ผมเห็นว่า ไม่ชอบธรรม/ผมเห็นว่าทำไม่ชอบ
เพราะ ไม่มีกฎหมายฉบับใดๆในโลกและในไทย ที่ให้อำนาจทำกันเอง/ตัดสินกันเอง ว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ถ้าผู้บริหารสภาทนายความเห็นว่าทำได้
ประเด็นสำคัญมีเท่านี้ ส่วนที่ไม่เปิดเผยไม่พูดถึงนะ
และทำไปจนเป็นเหตุให้การจัดการเลือกตั้ง 24 เม.ย.2565 นี้ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดใหม่
ปฏิบัติหน้าที่อย่างนี้เสื่อมถอยไหมล่ะ
เมื่อผู้บริหารไม่หาหนทางยุติปัญหานี้
ในที่สุดสมาชิกก็ไม่ได้มีอำนาจใดๆโดยตรง คงมีสมาชิก/หรือผู้มีหน้าที่บางท่านนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมได้พิจารณากันต่อไป

ผมเชื่อว่า ทนายความอาวุโสซึ่งเคยทำหน้าที่สำคัญในสภาทนายความท่านจะไม่นิ่งดูดายและท่านคงดำเนินการเพื่อให้ความขัดแย้งดังกล่าวได้เข้าสู่เรื่องว่าด้วย มาตรา 20 แห่ง พรบ.ทนายความ 2528
ส่วนผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่ที่การพิจารณาของท่านผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

ทนายวันชัย บุนนาค
20 เม.ย.2565

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวยื่นร้องสภาทนายความ ถอนใบอนุญาตทนายความแอบถ่ายในห้องน้ำปั๊ม

ที่สภาทนายความฯ เมื่อเวลา 10.00 น. นายรัชพล ศิริสาคร  ทนายความนำตัวแทนผู้เสียหายสาวเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสภาทน

'ทนายแก้ว' ไขก๊อก กรรมการสภาทนายความ ระบุเพื่อรับผิดชอบต่อปมฉาว

"ทนายแก้ว" ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ ต่อนายกสภาทนายความ และ ผอ.สำนักฝึกอบรม เพื่อเป็นการแสดงสปิริตและไม่อยากให้สภาทนายได้รับความเสียหาย

ศาลปกครอง พร้อมรับฟ้องคดีเครนถล่มทับรถไฟ-พระราม 2 ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินเยียวยาจากรัฐได้ภายใน 1 ปี

นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองอุดรธานี เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21

‘ทนายเชาว์’ จี้สภาทนายความ เปิดชื่อ 2 ทนายอินฟูลฯ หลังถูกลบชื่อ-พักใบอนุญาต

นายเชาว์ มีขวด ทนายความและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าลงดาบทนายอินฟลูไม่พอต้องเปิดชื่อด้วย

สะเทือน! สภาทนายฯ ดับแสง 2 ทนายดัง ‘ลบชื่อ-พักใบอนุญาต’ ปฏิบัติการกวาดบ้านครั้งใหญ่

คำสั่งลบชื่อและพักใบอนุญาตสองทนายดังจุดแรงสั่นสะเทือนในวิชาชีพ เพราะหนึ่งในคดีถูกยื่นค้างมาตั้งแต่ปี 64 ก่อนระเบิดเป็นปฏิบัติการกวาดบ้านครั้งใหญ่ที่ทำให้สังคมหันมาจับตาบทบาทของสภาทนายความอีกครั้ง