ส่องผลโพล อาชีพไหน เลือกใครนั่งเก้าอี้ผู้ว่า กทม.

24 เม.ย.2565ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง อาชีพไหนใครเลือกใครเป็น ผู้ว่า กทม. กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครโดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 21 – 24 เมษายน พ.ศ.2565

เมื่อวิเคราะห์ กลุ่มคน กทม.ที่ต้องการ เรื่อง ความสะดวกสบายและปลอดภัยในการเดินทางระดับมากถึงมากที่สุด ว่าตั้งใจจะเลือกใคร พบว่า อันดับแรก เลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 19.7 อันดับที่สอง เลือกนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 11.3 อันดับสามเลือก นาย สกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 8.7 อันดับสี่เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 8.6 อันดับห้า เลือก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 5.1 และอื่น ๆ ได้แก่ นางสาว รสนา โตสิตระกูล และ น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นต้น ร้อยละ 4.5 ในขณะที่ จำนวนมากหรือร้อยละ 42.1 ในกลุ่มนี้ ยังไม่ตัดสินใจ (พลังเงียบ)

เมื่อวิเคราะห์ กลุ่มคน กทม.ที่ต้องการ เรื่อง การแก้ปัญหาทางเท้า ระดับมากถึงมากที่สุด ว่าตั้งใจจะเลือกใคร พบว่า อันดับแรก เลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 18.7 อันดับที่สอง เลือกนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 11.2 อันดับสามเลือก นาย สกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 9.3 อันดับสี่เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 8.3 อันดับห้า เลือก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 5.4 และอื่น ๆ ได้แก่ นางสาว รสนา โตสิตระกูล และ น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นต้น ร้อยละ 4.4 ในขณะที่ จำนวนมากหรือร้อยละ 42.7 ในกลุ่มนี้ ยังไม่ตัดสินใจ

เมื่อวิเคราะห์ กลุ่มคน กทม.ที่ต้องการ เรื่อง คุณภาพการศึกษาของ กทม. ระดับมากถึงมากที่สุด ว่าตั้งใจจะเลือกใคร พบว่า อันดับแรก เลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 20.1 อันดับที่สอง เลือกนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 11.3 อันดับสามเลือก นาย สกลธี ภัททิยกุล ร้อยละ 9.7 อันดับสี่เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ร้อยละ 8.4 อันดับห้า เลือก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 5.4 และอื่น ๆ ได้แก่ นางสาว รสนา โตสิตระกูล และ น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นต้น ร้อยละ 4.4 ในขณะที่ จำนวนมากหรือร้อยละ 40.7 ในกลุ่มนี้ ยังไม่ตัดสินใจ

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกออกตาม กลุ่มอาชีพ พบว่ากลุ่มอาชีพข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน และค้าขายอิสระ เลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับที่หนึ่งคือ ร้อยละ 17.0 ร้อยละ 22.7 และร้อยละ 17.6 ในขณะที่ กลุ่มนิสิตนักศึกษาตั้งใจจะเลือก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มาเป็นอันดับที่หนึ่ง ได้ร้อยละ 20.5 แซงหน้านายชัชชาติ ที่ได้ร้อยละ 12.7 และในกลุ่มอาชีพรับจ้างทั่วไป พบอันดับแรกได้แก่ นายสกลธี ภัททิยกุล มาเป็นอันดับที่หนึ่ง ได้ร้อยละ 16.7 อันดับที่สองนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 14.2 และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นอันดับสามได้ร้อยละ 13.1

นอกจากนี้ ที่น่าสังเกตคือ อันดับที่สองในกลุ่มอาชีพข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล ได้ร้อยละ 11.4 เท่ากัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนยังไม่ตัดสินใจ (พลังเงียบ) คือตัวแปรสำคัญว่าจะเทคะแนนเสียงไปให้ใครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โพลมาแล้ว! ชม 'ชูวิทย์' กระชากหน้ากากทุุนจีนเถื่อน 87.7% กลัวประเทศไทยถูกยึดครอง

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง ทุนจีน กับ คนไทย กรณีศึกษาประชาชนทุก

'แรมโบ้' เห็นด้วยเสียงสะท้อนปชช. 'บิ๊กตู่' นายกฯอันดับ 1 แก้ปัญหาขัดแย้งในชาติ

"แรมโบ้" เห็นด้วยซูเปอร์โพลสำรวจ ปชช.ไว้วางใจให้ นายกฯประยุทธ์ อันดับ 1 แก้ปัญหาขัดแย้งของคนในชาติ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลทำงาน ขอกลุ่มเห็นต่างฟังเสียงประชาชน อีกแค่ 4 เดือน วอนหยุดเคลื่อนไหว

ซูเปอร์โพลชี้ผลงาน 'รัฐบาลบิ๊กตู่' เข้าตา ประชาชนพร้อมหนุน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง แกนนำรัฐบาล กับ ผลงานที่พอใจ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ

ด่วน 'ชัชชาติ' เสื่อมแล้ว! ผลโพล 97.2% ตำหนิปล่อยม็อบป่วนเอเปก 97.9% พอใจตำรวจ

ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง เบื้องหลังม็อบ ช่วงประชุม เอเปก กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research

'แรมโบ้'​ ชูผลโพลไทยได้ประโยชน์จากประชุมเอเปกจี้ฝ่ายค้าน-กลุ่มเห็นต่าง หุบปากเลิกพูดให้เสียหาย

'แรมโบ้'​ เห็นด้วย ผลสำรวจซูเปอร์โพล จัดประชุมเอเปก ทำให้เห็นว่าประชาชนยังมั่นใจในตัว 'นายกฯ'​ ในการทำงานเพื่อประเทศ ขอกลุ่มเห็นต่าง-สมาชิกฝ่ายค้านฟังเสียงคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ เลิกพูดให้ประเทศเกิดความเสียหายอีก