
8 พ.ค. 2565 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จะอยู่ครบเทอม ยกเว้นจะติดกับดัก วาระครบ 8 ปีเท่านั้น
ช่วงนี้จะเห็นการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งพรรคใหญ่ พรรคเล็ก พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่างก็ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนอย่างหลากหลาย ก็เป็นเรื่องที่ดี จะทำให้บรรยากาศทางการเมืองคึกคัก ประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้น เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทางการเมือง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
สำหรับความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เชื่อว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ รัฐบาลจะผ่านกับดักทางการเมือง ทั้ง 4 ประเด็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณี (1)การอภิปรายไม่ไว้วางใจ (2)พรป.พรรคการเมือง และ พรป.การเลือกตั้งส.ส. (3)พรบ.งบประมาณร่ายจ่าย ปี2566 (4)การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบวาระ 8 ปีในเดือนสิงหาคม 2565 นี้
ส่วนตัวเห็นว่าประเด็นที่น่าเป็นห่วง และจะเป็นปัญหามากที่สุด ของพลเอกประยุทธ์ ก็น่าจะเป็นเรื่องการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งครบวาระ 8 ปีในเดือนสิงหาคมนี้หรือไม่ เพราะถ้าดูเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เห็นได้ชัดว่าต้องการที่จะให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง ในวาระ 8 ปีเท่านั้น
แต่สำหรับกฎหมายของประเทศไทย มักจะมีการตีความไปต่างๆนานา แล้วแต่ใครจะตีความให้เป็นประโยชน์แก่คนกลุ่มใด จะมีการตีความแบบเลี่ยงบาลี หรือตีความแบบศรีธนญชัย ก็สามารถทำได้ จะมีการยกข้อกฎหมายมาอธิบายว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 วาระของนายกรัฐมนตรี ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะหลักของการตีความกฎหมาย ไม่สามารถตีความย้อนหลังให้เป็นโทษได้ หรือในขณะเดียวกันยิ่งไปกว่านั้น ก็ให้เริ่มนับวาระนายกรัฐมนตรีในวันที่เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 นั้น ก็คือวันที่ 9 มิถุนายน 2562 แต่ถ้าจะยึดหลักเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่สภานิติบัญญัติ (สนช.) ลงมติเลือกพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือ วันที่ 24 สิงหาคม 2557 เท่านั้น
ดังนั้นในฐานะที่เป็นนักการเมือง และนักกฎหมายคนหนึ่ง ขอแนะนำให้ทุกฝ่ายกลับไปดูความเห็นหรือคำอธิบายในการร่างรัฐธรรมนูนฉบับนี้ว่า คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีเจตนารมณ์ในการยกร่างเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถไปดูบันทึกรายงานการประชุมย้อนหลังได้ และจะเป็นข้อยุติ ไม่ต้องถกเถียงกันว่า วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จะครบวาระ 8 ปีในวันไหน โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุชา' ลุยหาเสียง 'ลาดกระบัง-คลองสามวา' จี้เช็กโครงสร้างตึกเก่าทั่วกรุง
'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ลุยหาเสียงหนัก บุก 'ลาดกระบัง-คลองสามวา' ชูนโยบายรถฟีดเดอร์ ขยายศูนย์ฝึกอาชีพ จี้ตรวจโครงสร้างอาคารเก่าชั้นในกรุง
ทีมโฆษก ปชป. อ้อนคนสำเพ็ง-ทรงวาด เลือก 'พินิจ' รักษาแชมป์ สก. สมัย 6
'พงศกร' นำทีมโฆษก ปชป. ลงพื้นที่ย่านสำเพ็ง-ทรงวาด ขอเสียงประชาชนหนุน 'พินิจ' รักษาแชมป์ สก. สัมพันธวงศ์ พร้อมเลือก 'อนุชา' เข้าศาลาเสาชิงช้า
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์
'ชัยชนะ' จี้ 'ศุภจี' จัดการนอมินีทุนเทาสวมสิทธิ ท้าตรวจย่านดังหลายแห่งเจอแน่
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทุนเทา และการปราบนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ ว่า ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกมายอมรับว่า 53 รายที่ตรวจพบบนถนนรัชดาภิเษก มีนอมินีที่ถือหุ้นต่างชาติ
'ชัยชนะ' โผล่ตั้งฉายาโยกย้ายมหาดไทยเหมือนโยกย้ายละครลิง!
'ชัยชนะ' ตั้งฉายา 'โยกย้ายละครลิง' หลัง ย้ายผู้ว่า-รอง ภูเก็ต จี้ นายกฯเอาจริงปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ลั่น สส.ปชน.บอกชัดแล้วยังไม่จัดการ ถามต้องให้เขาตายก่อนหรือ ลั่นทุกชีวิตไม่ควรมีใครถูกข่มขู่
ปชป. แฉพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซอยย่อยให้ต่ำกว่า 5 แสน สูงถึง 38,945 โครงการ
นายสกลธี ภัททิยกุล พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีข้อสงสัยการจัดซื้อจัดจ้างโครงการของกรุงเทพมหานคร

