นักไวรัสวิทยาชี้ 'ฝีดาษลิง' เทียบ 'อีสุกอีใส' ไม่ได้

'ดร.อนันต์' ชี้ฝีดาษลิงถือเป็นความท้าท้ายใหม่ของนักไวรัส เพราะยังไม่มีอะไรชัดเจน ระบุชัดเอาไปเทียบ 'อีสุกอีใส' ไม่ได้ เพราะคนละตระกูล

19 พ.ค.2565 - ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ประเด็นเรื่องของ Monkeypox หรือ ฝีดาษลิง ที่พบเจอเคสเพิ่มขึ้นในยุโรปอาจจะเป็นความท้าทายใหม่ของนักไวรัส เพราะปกติไวรัสที่มีความรุนแรงระดับนี้ ผู้ป่วยจะต้องมีอาการชัด โดยเฉพาะทางกายภาพบริเวณผิวหนัง ถ้าการติดเชื้อแพร่ผ่านทางเพศสัมพันธ์ หรือ การสัมผัสใกล้ชิดตามข้อสังเกตจริงๆ แสดงว่าผู้ป่วยในระยะแพร่เชื้อได้จะยังไม่มีอาการอะไรชัดเจน หรือยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วย...

ตอนนี้เริ่มมีคนเอาฝีดาษลิง ไปเปรียบกับไวรัสอีสุกอีใส ซึ่งแพร่กระจายได้ไวมากในอากาศ อีสุกอีใส เรียกว่า Chickenpox ก็จริง แต่ไม่ใช่ Poxvirus เหมือน ฝีดาษลิง... ไวรัสอีสุกอีใสตัวที่แพร่ไวในอากาศได้เป็นตระกูล herpes virus ซึ่งไม่ใช่ Poxvirus เอามาอนุมานเทียบกันไม่ได้ครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาจารย์หมอจุฬาฯ เตือน ‘ฝีดาษลิง’ ยังไม่น่าไว้ใจ มีเพศสัมพันธ์อาจต้องสังเกตคู่นอน

อาจารย์หมอจุฬาฯ ระบุ ฝีดาษลิงสถานการณ์ล่าสุดยังไม่น่าไว้ใจ แม้ข้อมูลทางการแพทย์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าอาจติดจากทางอากาศได้น้อย

หนาวแน่! นักไวรัสวิทยาบอกวัคซีนฝีดาษคนที่โม้ว่าป้องฝีดาษลิงได้ข้อมูลแสนเก่า

มีหนาวกันทั้งบาง! นักไวรัสวิทยาเผยที่อ้างว่าวัคซีนป้องฝีดาษคนใช้ป้องฝีดาษลิงได้ 85% นั้นเก่าคร่ำครึ นานกว่า 40 ปีแล้ว อาจต้องตรวจสอบใหม่ ซ้ำร้ายไวรัสยังพัฒนาไปไกล

'หมอยง' ห่วง 'ฝีดาษลิง' ป่วยพุ่ง คุมระบาดยากกว่าทุกครั้ง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฝีดาษวานร จำนวนผู้ป่วยทั่วโลกยังเพิ่มมากขึ้น