
'ชินวรณ์' ยันความจำเป็นรัฐสภาต้องมีสโมสรเพื่อต้อนรับพี่น้องประชาชนที่มาเยี่ยม เหมือนที่กองทัพบกก็มี ชี้เก็บค่าสมาชิกไม่เกี่ยวงบประมาณแผ่นดิน
26 พ.ค.2565 - นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงประเด็นสโมสรรัฐสภาว่า วันนี้จะมีการประชุม กมธ.กิจการสภาฯ โดยได้ตรวจสอบเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.มีการนัดสื่อมวลชนไปดูห้องประชุมว่ามีความพร้อมจะเปิดหรือไม่ และในส่วนที่มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนมองว่ามีทั้ง 2 มิติ มิติแรกคือสื่อมวลชนจะได้ตรวจสอบกิจการสภาทุกมิติ เพราะรัฐสภาเป็นของประชาชน แต่โดยหลักการระบบรัฐสภา ในแง่ของกิจการสภา เหมือนเป็นหน่วยงานทั่วไป จะมีองค์กรที่เรียกว่าสโมสรรัฐสภา กองทัพบกก็มีสโมสรกองทัพบก เป็นต้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีสถานที่ ที่เรียกว่าสโมสรรัฐสภา ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ โดยเรื่องสโมสรรัฐสภามีอยู่จริงตามปกติ และต้องดำเนินการ โดยมีคณะกรรมการในการขับเคลื่อนให้สโมสรรัฐสภาเป็นเรื่องที่ตอบรับกับความต้องการของสมาชิก
“ผมเป็นสมาชิกรัฐสภามากว่า 30 ปี แต่ไม่เคยได้ใช้สโมสรรัฐสภาในส่วนอื่นเลย แต่ได้ประโยชน์ในการใช้สโมสรรัฐสภาในการต้อนรับพี่น้องประชาชน เวลามาเยี่ยมจำนวนมาก ก็ไม่มีที่ต้อนรับหรือรับประทานอาหาร สโมสรรัฐสภาจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะดำเนินการในส่วนนี้ได้ เพราะฉะนั้นในมิติที่ 2 วันนี้ผมจะเสนอให้ กมธ.กิจการสภาฯ ได้ดำเนินการในการไปดูระเบียบและข้อบังคับของสโมสรรัฐสภา และดูพื้นที่ในการดำเนินการกิจการของสโมสรรัฐสภา ซึ่งต้องมาจากเงินบำรุงของสมาชิกที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงเพื่อประโยชน์ของสมาชิกต่อไป”นายชินวรณ์กล่าว
เมื่อถามว่าสมาชิกรัฐสภาเมื่อเข้าไปใช้งานต้องเสียเงินหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า สมาชิกสามัญ ส.ส. ส.ว. และสมาชิกสมทบในอดีตสามารถใช้กิจการสโมสรรัฐสภาได้เหมือนองค์กรทั่วไป ซึ่งตามข้อระเบียบของบังคับเดิมมีค่าใช้จ่าย 500 บาทต่อปี
เมื่อถามว่า งบประมาณของวัสดุ อุปกรณ์ฟิตเนสเป็นงบประมาณจากส่วนไหน นายชินวรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นเรื่องงบประมาณของสโมสรรัฐสภาได้มาจากสมาชิกและหากมีการบริการที่นอกเหนือจากนั้นสมาชิกต้องจ่ายเอง ไม่เกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ไม่ถึงกับมีสนามกอล์ฟภายนอก แต่น่าจะมีภายในอาคารรัฐสภา เป็นการอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในการพบปะนอกเวลา
นายชินวรณ์ กล่าวถึงประเด็นประชาชนไม่พอใจ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นส่วนหน้าที่ของแต่ละองค์กรไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ และประชาชนในช่วงนี้น่าเห็นใจอย่างยิ่ง อยากให้ส.ส.ร่วมการประชุมในเรื่องของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและช่วยกันตรวจสอบ ให้มีความสุจริตโปร่งใส ทั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม กมธ.กิจการสภาฯ เพื่อหยิบยกมาพิจารณา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บขส.เข้มสั่งตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
บขส.ขานรับนโยบาย ‘สิริพงศ์’สั่งตรวจเข้มสารเสพติดพนักงานขับรถโดยสารบริษัท และรถร่วมฯ ณ หมอชิต 2 สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ยกระดับความปลอดภัยขนส่งสาธารณะ
'รองโฆษกปชป.' ซัดระบบความปลอดภัยมีแต่รูรั่วพรุน มัวแต่รอเมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร
รองโฆษกประชาธิปัตย์ ชี้เหตุการณ์ระทึก รถไฟสินค้าชนรถเมล์ เป็นเพราะระบบความปลอดภัย รูรั่วพรุนเหมือน ชีสสวิส รอแต่รอเมกะโปรเจกต์ จนไม่ได้ทำอะไร
ปชป. เปิดตัว 'อนุชา บูรพชัยศรี' ชิง ผู้ว่าฯ กทม. 'อภิสิทธิ์' การันตีมีประสบการณ์แก้ปัญหาคนกรุงได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กทม. นายกรณ์ จาตกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฯ นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคฯ ทั้งนี้ยังมีอดีตผู้บริหารกทม.ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯกทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.
สะพัด! 'อนุชา บูรพชัยศรี'ตามรอยพ่อตาลงชิงผู้ว่าฯ กทม.สังกัดประชาธิปัตย์
พรรคสีฟ้านัดสื่อเปิดตัว ผู้สมัครผู้ว่าฯ เสาร์นี้บ่ายสอง 'เสี่ยเจมส์ อนุชา' ลูกเขยอดีตผู้ว่าฯ กฤษฏา ขอตามรอยพ่อตา
ปชป. จี้พาณิชย์เร่งควบคุม 'ค่าจีพี' แพลตฟอร์มออนไลน์รีดกำไรผู้ค้าอ่วม
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประะานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อน โดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หารือถึงทิศทางและมาตรการของรัฐในกรเข้าไปกำหนดค่า จีพี หรือค่าทำเนียม ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ
'อภิสิทธิ์' จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บกำไรลาภลอยโรงกลั่น แทนกู้เงิน 4 แสนล้าน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ายังมีแนวทางอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่าและไม่กระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ

