'ดร.ปริญญา' ยกรธน.หลัก'the rule of law'ตอกย้ำการได้รับการประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ยิ่งเป็นคดีการเมืองจึงยิ่งต้องคำนึงถึงสิทธิผู้ต้องหาหรือจำเลย มิให้มีการใช้กฎหมายอาญาในการจัดการฝ่ายตรงข้ามหรือผู้เห็นต่าง
27พ.ค.2565- ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาดังนี้
ตามรัฐธรรมนูญ #มาตรา29วรรคสาม #การคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลย กระทำได้เพียงเพื่อ #ป้องกันมิให้มีการหลบหนี
#หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (presumption of innocence) เป็นหลักการสำคัญของ #การปกครองโดยกฎหมาย (the rule of law) ที่จะมีแต่ #ศาลเท่านั้นที่เป็นผู้พิพากษา
การตั้งข้อหาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการฟ้องโดยอัยการ เป็นแต่เพียง #การกล่าวหา ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยกระทำในส่ิงที่มีกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดเท่านั้น ดังนั้น #การได้รับการประกันตัว หรือการสู้คดีนอกคุก จึงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา หรือจำเลยทุกคน
รัฐธรรมนูญซึ่งเป็น พ.ศ.2560 ได้บัญญัติสิทธินี้ไว้ในมาตรา 29 วรรคสอง คือ “ในคดีอาญา #ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้”
และเมื่อยังเป็นผู้บริสุทธิ์ มาตรา 29 วรรคสาม จึงได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจําเลยให้กระทําได้เพียงเท่าที่จําเป็น #เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี”
ว่าง่ายๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29 วรรคสาม เหตุผลเดียวในการไม่ให้ประกันตัวคือผู้ต้องหา หรือจำเลยจะหลบหนีเท่านั้นครับ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 107 วรรคหนึ่ง ก็ได้บัญญัติสอดคล้องกันไว้ว่า “#ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตปล่อยชั่วคราว” โดยมาตรา 108 วรรคสาม ให้ศาลมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ และให้มีการใช้อุปกรณ์ในการติดตามตัวได้
นี่คือสิทธิที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองพลเมืองทุกคน เมื่อถูกกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และป้องกันไม่ให้มีการใช้กฎหมายอาญาจัดการกับผู้คนที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าตามพระราชบัญญัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาตรา 6 บัญญัติให้ “#สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี” นายกรัฐมนตรีจึงมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้จับกุม และตั้งข้อหา
ดังนั้น ยิ่งเป็นคดีการเมือง หรือคดีที่เป็นเรื่องความเห็นต่างหรือขัดแย้งทางการเมือง จึงยิ่งต้องคำนึงถึงสิทธิผู้ต้องหาหรือจำเลย มิให้มีการใช้กฎหมายอาญาในการจัดการฝ่ายตรงข้ามหรือผู้เห็นต่าง และยิ่งต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29 วรรคสาม นั่นคือ ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลย ทั้งนี้ไม่ว่าจะโดนกล่าวหาในข้อหาใด ถ้าไม่มีพฤติการณ์ว่าจะหลบหนี เขาหรือเธอพึงได้รับอนุญาตให้ประกันตัวครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'3 นิ้ว' บุก ยธ. บี้คุ้มครอง 'อานนท์' เลิกแยกแดนผู้ต้องขังคดี 112
'อดีตแกนนำม็อบ 3 นิ้ว' บุกยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม วอนคุ้มครองความปลอดภัย 'อานนท์ นำภา' และผู้ต้องขังคดีการเมือง หลังส่งจดหมายร้องหวั่นถูกแยกแดนเสี่ยงอันตราย
ไม่พลาด! จักรภพฟอกนายใหญ่บอก 'อิเหนา' มองคดีการเมืองต่างกับไทย
นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.)
'สุริยะใส' ขอบคุณสภาฯ ผ่าน พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข ชี้ก้าวแรกสู่ความปรองดอง
'สุริยะใส' ขอบคุณ สส.เสียงข้างมากที่ร่วมผลักดันร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุขผ่านสภาฯ ชี้กฎหมายอาจไม่สร้างความปรองดองได้ทันที แต่เป็นก้
ไฟเขียวนิรโทษกรรม สภาฯ ลงมติเห็นชอบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข 306 ต่อ 141
สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไข ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 เ
สว. ลุ้นสภาฯ ไฟเขียว 'กม.นิรโทษกรรม' จบสมัยประชุมนี้
สว. ลุ้นสภาฯ ไฟเขียว 'พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' สัปดาห์หน้า ก่อนปิดสมัยประชุม ชูล้างทุกสิ่งเพื่อกลับไปเริ่มต้นใหม่ หลังประเทศติดหล่มมา 20 ปี
สว.ผ่านร่างนิรโทษกรรม 103 เสียง ยันชัดไม่ล้างผิด ม.112 ไม่สอดไส้คดีฮั้ว สว.
วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนน 103 เสียงต่อ 3 เสียง พร้อมแก้ไขเนื้อหาหลายประเด็น โดยยืนยันไม่ครอบคลุมความผิดตามมาตรา 112 ขณะที่ “พิสิษ

