ดร.เสรี เดือดฉะแก๊งจิตใจหยาบช้า แซะจิตอาสาพระราชทานลงพื้นที่ช่วยปชช.

เสรี วงษ์มณฑา28 มิ.ย.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "คนจิตใจหยาบช้า แซะจิตอาสาพระราชทานที่ลงพื้นที่ช่วยประชาชนที่ประสบเหตุอัคคีภัย ไม่รู้ว่าความหยาบข้านี้มาจากความชั่วหรือความโง่ หรือความริษยา หรือทุกอย่างรวมกัน

อยากจะอวยคนที่คุณชื่นชมก็ทำไป แล้วทำไมต้องด้อยค่าคนอื่นที่ทำดี หรือกลัวว่าการทำดีของพวกเขาจะล้ำหน้าคนที่พวกคุณตั้งหน้าตั้งตาอวยจนคนบางคนเขาเอียน

ถ้ามีสมอง ลองใช้สมองตรองดูว่าการแซะคนที่เขาทำดีด้วยใจ มีจิตสำนึกของการ "อาสา" เป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่ มันเป็นเรื่องที่น่าจะเข้าใจได้

คุณอย่าผูกขาดการทำดีไว้ให้คนๆเดียว เพราะคนอื่นเขาก็ทำดีเป็น และเป็นการทำดีด้วยความจริงใจ ไม่ได้ทำเพื่อการสร้างภาพแต่อย่างใด อย่าเที่ยวแขวะแซะคนอื่นที่ทำดีเลยนะคะ

อย่าให้คนเขามองว่าพวกคุณขี้อิจฉากลัวคนอื่นจะเกินหน้าวีรบุรุษในดวงใจของคุณเลยนะ จะอวยอะไรใครก็ขอให้มันตรงกับความจริงหน่อยนะคะ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี