
‘อนุชา’ เผย สลากฯ แพง ต้องแก้ไขให้สำเร็จ ชี้ต้องเฉลี่ยความทุกข์ความสุข ย้ำไม่ทบทวนเรื่องเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัล
18 ก.ค.2565-นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงข้อร้องของผู้ชุมนุมชมรมเครือข่ายผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อย จ.เลย ว่า ต้องมีการพูดคุยในรายละเอียด โดยตนจะพยายามทำเรื่องการแก้ไขปัญหาสลากฯ เกินราคาเป็นหลัก ส่วนปัญหาผู้ค้าตนไม่เคยเข้าไปยุ่ง ว่าใครมีโควตาอะไรอย่างไร หรือทำอะไรตรงไหน ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ในฐานะที่อยู่ตรงนี้ ก็ต้องดูรายละเอียดของปัญหาว่ามีอะไรให้รัฐบาลช่วยเหลือ อย่างไร ที่มารายละเอียดปัญหาของผู้ค้าจริง ที่ทำมามีชื่อผู้ค้าจริงส่วนหนึ่ง จากทั่วประเทศ ทั้งนี้เท่าที่ผ่านมาประชาชนตอบรับสลากฯ 80 บาท เพราะสลากแพงมานานต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้สำเร็จ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า สลากดิจิทัลทำให้ผู้ค้าเดือดร้อน นายอนุชากล่าวว่า ก็ต้องว่ากันไปเนื่องจากว่าในระบบเก่ามีปัญหามานานทำให้ประชาชนต้องซื้อสลากแพงมาเป็นเวลานาน ฉะนั้นต้องเฉลี่ยความทุกข์ความสุข ช่วยกันบริหารจัดการว่าทำอย่างไร ส่วนการมาปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบคงต้องมีการเจรจา เราไม่ได้นิ่งดูดายและพยายามแก้ปัญหาทุกฝ่าย เมื่อประชาชนเดือดร้อนต้องหาวิธีแก้ไข
ถามว่า จะออกไปรับฟังความเดือดร้อนของผู้ค้าสลากฯ ด้วยตนเองหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ถ้าจำเป็นตนจะออกไปดูอยู่แล้วว่ามีอะไรที่จะช่วยเหลือก็จะทำให้เต็มกำลัง ซึ่งปัญหาต่างๆต้องว่ากันไป แต่คงไม่ถึงขนาดปลดบอร์ด ต้องมีการพูดคุยถึงเหตุผลจะทำอย่างไร เพื่อให้ทุกฝ่ายสมประโยชน์ประชาชนเข้าถึงสลาก 80 บาท และผู้ขายทางรัฐบาลและกองสลาก จะหาวิธีช่วยประชาชนได้อย่างไร
เมื่อถามว่า ข้อเรียกร้องของผู้ค้าสลากฯ จะนำไปสู่การทบทวน เรื่องการเพิ่มสลากดิจิทัลด้วยหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า คงไม่เกี่ยว เพราะสลากดิจิทัลทำให้คนส่วนรวมทั้งประเทศได้เข้าถึงสลาก 80 บาท อย่างยุติธรรมธรรมตามที่ควรจะได้รับ และรัฐต้องทำอย่างเต็มที่และจริงจัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
เสี่ยแฮงค์ อนุชา อดีตแชมป์ สส.ชัยนาท ใส่เสื้อชัยนาทฮอร์นบิล เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิเพื่ออนาคตประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏร เขต 1 จังหวัดชัยนาท เดินทางไปที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ศาลาปู่หิน ต โพนางดำตก เทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และประชามติ
อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้
โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ‘อนุชา’ หาเสียงช่วย ‘วุฒิพงษ์’ เขต 2 อยุธยาเบอร์ 6 ขอคะแนนให้วุฒิพงษ์ ไปยกมือให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯ ย้ำสานต่อนโยบาย 30 บาทแน่นอน
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 6 ณ ลานแสงฟ้า ต. ปากท่า อ. นครหลวง ซึ่งเป็นการปราศรัยรวมทุกเขต ทุกอำเภอ ของเขต 2 คือ อ.นครหลวง อ.ท่าเรือ อ.มหาราช อ.บางปะหัน และอ.บ้านแพรก
‘อนุชา’ ผู้สมัคร สส. เขต 1 ชัยนาท เพื่อไทย เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบกลุ่ม อสม. และเดินตลาดหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ประชาชนดีใจกลับมาอยู่เพื่อไทย พร้อมขอให้สานนโยบายที่ดีต่อ
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 ลงพื้นที่ พูดคุยกับพี่น้อง อสม. หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.สรรพยา และเดินตลาดหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาเดินตลาด
‘อนุชา’ ลุยอยุธยา สิงห์บุรี ช่วย อัณณพ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 วุฒิพงศ์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 2 และนัฐยุทธ ผู้สมัครสส.สิงห์บุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบนโยบายพรรค อยากส่งลูกหลานสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 ลงพื้นที่หวัดพระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยนายวุฒิพงศ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ วัดเขียนลาย ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก ละวัดจันทร์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้สมัคร และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

