'นิด้าโพล' ชี้คนกรุง 63%ยังรับฟังวิทยุ!

'นิด้าโพล' เผยสำรวจคนกรุงฟังวิทยุ มีถึง 63%ยังรับฟังโดยใช้มือถือมากที่สุด เน้นในช่วงเย็น ยูทูปครองตลาดมากที่สุด

15 ก.ย.2565 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พฤติกรรมการฟังของผู้ฟังวิทยุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” เริ่มทำการสำรวจในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 จากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และพักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,314 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการฟังเพลง และพฤติกรรมการฟังรายการวิทยุในช่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) โดยการสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster sampling) โดยแบ่งพื้นที่การสำรวจออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ เขตพื้นที่ชั้นใน เขตพื้นที่ชั้นกลาง และเขตพื้นที่ชั้นนอก เพื่อให้ครอบคลุมทุกเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการลงพื้นที่ภาคสนาม (Field Survey) โดยกำหนดระดับค่าความเชื่อมั่น 97%

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับฟังรายการวิทยุ พบว่า ตัวอย่าง 63.01% รับฟังรายการวิทยุ และ 36.99% ที่ไม่รับฟัง โดยในจำนวนตัวอย่างที่รับฟัง 71.38% รับฟังผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) มากที่สุด รองลงมา 50.36% รับฟังผ่านเครื่องรับวิทยุ ซึ่ง 60.91% รับฟังผ่านวิทยุในรถยนต์มากที่สุด 7.97% รับฟังผ่านโน๊ตบุ๊ก (Notebook) 4.59% รับฟังผ่านแท็บเล็ต (Tablet) และ 2.78% รับฟังผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตามลำดับ

เมื่อถามถึงช่องทางการรับฟังรายการวิทยุ พบว่า ตัวอย่างรับฟังผ่านช่องทางเครื่องรับวิทยุ: ฟังที่บ้านหรือเครื่องรับวิทยุในรถ เป็นต้น (คลื่นวิทยุ AM, FM) มากที่สุด 36.84% รองลงมา ช่องทางโซเซียลมีเดีย 33.21% โดยรับฟังผ่านยูทูป (YouTube) 98.18% เฟซบุ๊ก (Facebook) 52% และติ๊กต็อก (Tiktok) 40.73% ตามลำดับ ช่องทางแอปพลิเคชัน 27.78% โดยรับฟังผ่านแอปพลิเคชันยูทูป มิวสิก (YouTube Music) 67.39% จูกซ์ (JOOX) 53.04% และคูลลิซึ่ม (COOLISM) 8.70% ตามลำดับ และช่องทางเว็บไซต์ 2.17% โดยรับฟังผ่านเว็บไซต์ยูทูป (YouTube.com) 66.67% เว็บไซต์จูกซ์ (joox.com) 55.56% และเว็บไซต์เอไทม์ (atime.live) 16.67% ตามลำดับ

สำหรับช่วงเวลาในการรับฟังรายการวิทยุ ตัวอย่างจะรับฟังในช่วงเย็น (16.00-18.59) มากที่สุด 48.31% รองลงมา ช่วงเช้า (05.00-08.59) 41.79% ช่วงก่อนนอน (19.00-22.30) 39.37% ช่วงสาย (09.00-11.30) 36.23% และช่วงบ่าย (13.01-15.59) 28.26% ตามลำดับ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงกิจกรรมที่ตัวอย่างทำเมื่อเปิดรับฟังรายการวิทยุ คือ ในขณะเดินทางหรือขับรถ มากที่สุด 30.43% รองลงมา ตอนทำกิจกรรมหรืองานอดิเรก เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร 22.22% ขณะทำงาน 19.20% ขณะเข้านอน 15.46% เปิดไว้ตลอดเวลา 10.76% และเมื่อว่างหรือขณะพักผ่อน 1.93% ตามลำดับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โพลชี้ประชาชนหวังเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาการเหลื่อมล้ำคุณภาพการศึกษา

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย Thailand Education Partnership (TEP)

ปชป. เปิดตัว 'ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.' โชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. สู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ-ดร.โจ'

'สกลธี' เผยเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. เชื่อสู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ - ดร.โจ' มั่นใจได้ สก. มากกว่าเดิม

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.