
“ศาสตรา โตอ่อน” ที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี ชี้ไทยกำลังเดินตามรอยประเทศกรีซ เหตุคอร์รัปชันกันสนุกสนาน รักสบายจนเคยตัว
10 พ.ย.2564 - นายศาสตรา โตอ่อน อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ประเทศไทยกำลังเป็นกรีซที่ 2” ระบุว่า กรีซเป็นประเทศที่ถือว่า เป็นคนป่วยของยุโรปเพราะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับฉุดรั้งการพัฒนาต่างๆ มากมาย เงินงบประมาณของภาครัฐ หมดสิ้นไปกับการทุจริตคอร์รัปชันและวัฒนธรรมของคนกรีซนั้นก็ยอมรับมันอย่างหน้าชื่นตาบาน แต่ทุกวันนี้ท่านทราบไหมครับว่าเศรษฐกิจของกรีซนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเพราะการคอร์รัปชันเงินงบประมาณต่างๆไม่ได้ถูกนำไปพัฒนาในสิ่งที่ควรพัฒนา
ระบบสาธารณสุขล้มเหลวระบบเศรษฐกิจล้มเหลว GDP ของกรีซตกต่ำ อัตราการฆ่าตัวตายพุ่งสูงลิ่ว สาเหตุหลักๆก็เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่นของทั้งภาครัฐบาล และราชการ ทำให้กรีซไม่สามารถ ที่จะยืนหยัดอยู่ได้ จนต้องขอรับความช่วยเหลือจาก IMF และแม้ว่าจะมีการจ้างที่ปรึกษามาให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาประเทศ ก็ยังมีการยัดเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้โปรเจกต์
หันมาดูที่ไทย 30 ปีที่ผ่านมาหลังจากยุคป๋าเปรมเศรษฐกิจไทยจะโตกว่านี้มากถ้าไม่มีนักการเมืองน้ำเน่า นักการเมืองชั่วคือตัวปัญหาฉุดรั้งการพัฒนา ทั้งทุจริตคอร์รัปชันทั้งทำให้ไทยเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟด้วยนโยบายปริวรรตเงินตรา ทั้งประชานิยม ทั้งรัฐสวัสดิการเพ้อฝัน
ประเทศไทยเรียกว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาถูกรุมโทรมโดยนักการเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี
จะเห็นได้เลยว่าอาการมันเริ่มออก ผู้คนเริ่มร้องเรียกแต่ความช่วยเหลือเพราะกระแสเงินไม่โฟล์ ความสุขในชีวิตมันก็ลดลงครับ ผมไม่ได้อยู่ในโลกแห่งนักบวชผมอยู่ในโลกความเป็นจริงๆเอาเข้าจริงในพระสบายกว่าโยมเยอะ
อัตราการฆ่าตัวตายเพราะความเครียดก็เยอะ เราไม่เคยศึกษาหรอกว่า ถ้าการเมืองมันดีมันหมายถึงการใช้งบประมาณไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มันหมายถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบไม่งี่เง่า แต่รัดกุม การเติบโตและเสถียรภาพต้องคู่กัน
30 ปีที่ผ่านมาประเทศของเราสูญเสียโอกาสมากมายเพราะนักการเมืองจนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราย่ำแย่คนที่มีปัญญามากก็เอาตัวรอดได้เป็นเศรษฐี ด้วยความสามารถเฉพาะตัว แต่ชนชั้นกลางชนชั้นล่างกับจนลงเรื่อยๆ ความยากจนเป็นแรงบีบเค้นนะครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีปัญญาเอาตัวรอดได้หมดอัตราการฆ่าตัวตายในประเทศเราเพิ่มขึ้น
ประเทศไทยมีความคล้ายคลึงกับกรีซครับ ผู้คนรักสบายยอมรับการทุจริตเป็นเรื่องปกติสิ่งเหล่านั้นทำให้เกิดหนี้มากมายทั้งหนี้สาธารณะที่ไม่จำเป็นและหนี้ครัวเรือนพุ่งกระฉูด การเป็นหนี้สาธารณะนั้นเป็นได้ครับแต่หนี้นั้นย่อมต้องนำไปสู่การลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจ แต่ในไทยและกรีซเราปล่อยนักการเมืองผลาญงบประมาณส่งผลกระทบทำให้เกิดรัฐล้มเหลวจากภายใน
ในกรีซระบบสาธารณสุขล่มจมคนติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นมากมาย อัตราการฆ่าตัวตายพุ่งสูงลิ่ว ประเทศไทยกำลังเดินตามกรีซเข้าไปทุกทีว่าแต่เรารู้ตัวหรือเปล่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป. ซัด 'ไอโอ' ถล่มเพจ 'นายหัวชวน' หลังพูดคอร์รัปชันจี้ใจดำ
ปชป. ทนไม่ไหว 'ไอโอ' บุกถล่มเพจ 'อดีตนายกฯชวน' หลังพูดเรื่องคอร์รัปชันระหว่างหาเสียงช่วย 'อนุชา' ชิงผู้ว่าฯกทม.
ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้
ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน
ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว
ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?
กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว

