'ดร.กิตติธัช' ชี้คนร้ายแฮกเว็บศาลไม่ได้เจาะข้อมูลสำคัญ สุดท้ายโดนจับไม่มีใครเหลียวแล

13 พ.ย.2564 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith กล่าวถึงกรณีตำรวจจับกุมหนุ่มแฮกเว็บศาลรัฐธรรมนูญว่า สิ่งหนึ่งที่คนพวกนี้เข้าใจผิดก็คือ เว็บไซท์ของส่วนราชการไม่ได้มีไว้เพื่อเก็บข้อมูลความลับ หรือ ระบบอะไรที่มันซับซ้อนเลย

แท้ที่จริงมันมีสถานะไม่ต่างอะไรจากป้ายประกาศที่แปะข้างฝา ตามหน่วยงานราชการ คือมีไว้ประชาสัมพันธ์ หรือ แจ้งข่าวสาร หรือแสดงเอกสาร/ประกาศทั่วไปเท่านั้น เว็บไซท์หน่วยงานราชการ มันไม่ใช่ฐานข้อมูลแบบธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่จะมีข้อมูลความส่วนบุคคลหรือข้อมูลชั้นความลับ ที่ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา

ดังนั้นการแฮกเว็บไซท์พวกนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายอะไรต่อส่วนราชการหรือองค์กรใดๆ กลับกัน เมื่อทำเสร็จ ยังไงเสียมันก็มีร่องรอยให้ตำรวจไซเบอร์ตามกลับไปจับตัวคนที่ทำแน่นอนครับ

สุดท้ายพวกนักการเมือง นักเคลื่อนไหว นักวิชาการ ที่เขาปั่นความคิด ความเกลียดชังจนคุณก่ออาชญกรรมแบบนี้ขึ้นมา เขาก็ไม่เคยมารับผิดชอบชีวิตของคุณ

สุดท้ายคุณก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เขาจะเอาข่าวคุณไปปั่นกระแส และใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อก็เท่านั้นเองครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.

ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่ 

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม