27 ต.ค.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "จะยกเลิกหรือจะแก้ไขมาตรา 112 มันก็คือเจตนาเดียวกันคือ "ล้มล้าง" สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ปฏิรูปอย่างที่พวกเขากล้างอ้าง
สิ่งที่พวกเขาทำ ทั้งการพูดจาปราศรัย การจัดชุมนุม การล้อเลียนหมิ่นพระเกียรติ การกล่าวหาพระมหากษัตริย์ด้วยความเท็จ การด่าด้วนถ้อยคำหยาบคาย คือการเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน
จะแก้กฎหมายให้สำนักพระราชวังฟ้องได้หากมีคนหมิ่นพระมหากษัตริย์ หมายความว่า "ขอหมิ่นก่อน โดยอ้างเสรีภาพ" แล้วไปสู้กันในศาล
นี่คือการดึงฟ้าต่ำ ด้วยการทำให้พระมหากษัตริย์ลงมาเป็นคู่กรณี
การที่คนทำผิด ม. 112 ไม่ใช่คนคิดต่าง แต่เป็นคนคิดชั่ว การที่คนที่ทำผิดกฎหมายถูกดำเนินคดี ไม่ใช่การนิติสงครามกับคนคิดต่าง แต่เป็นการจัดการกับคนคิดชั่ว ทำชั่ว
อย่าดูถูกประชาชนว่าโง่ รู้ไม่เท่าทันว่าพวกคุณต้องการอะไร"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
เอาแล้ว! ‘สนธิญา’ ยื่นถอนประกัน ‘ไอซ์ รักชนก’ อ้างผิดซ้ำ ม.112 จ่อร้อง ป.ป.ช. ต่อ
“สนธิญา สวัสดี” ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอให้ส่งเรื่องถึงศาลอุทธรณ์พิจารณาถอนการปล่อยตัวชั่วคราว “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” หลังอ้างว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดซ้ำตามปร
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ
‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้
’พี่ศรี‘ ยื่นศาลวินิจฉัยปม ‘พีระพันธุ์’ ตั้งผู้ต้องโทษคดี 112 ร่วมคณะทำงานรัฐ
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการที่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)

