1 ธ.ค.2565 - ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีดำอ.2384/64 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก แกนนำกลุ่มราษฎร นายธนชัย หรือหอย เอื้อฤาชา และนายฉัตรมงคล วัลลีย์ ร่วมกันเป็นจำเลย1-3 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ฯ
กรณีเมื่อวันที่ 28 ก.ย.63 จำเลยกับพวก ประมาณ 30 คนซึ่งเป็นแกนนำ และแนวร่วมทางการเมืองได้จัดชุมนุมทำกิจกรรม"ตามหานาย"บริเวณทางเข้าประตูกองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์(รอ.) ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต เพื่อเรียกร้องทวงถามความคืบหน้ากับผู้บังคับบัญชา ที่บังคับให้ผู้ชุมนุมลบภาพถ่ายหน้าหน่วย และร่วมกันปีนรั้วใช้สติ๊กเกอร์แปะติดที่ป้ายกองพัน ป้ายวงจรปิด บิดทิศทางกล้องวงจรปิด สาดสี ปากระป๋องสี เข้าไปภายในกองพัน ใช้ไข่ปาป้ายชื่อกองพัน จนเปรอะเปื้อน สร้างความเสียหาย เป็นเงิน 45,000 บาท ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องจริง
พิพากษาว่านายภาณุพงศ์ จำเลย ที่ 1 มีความผิด ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาท ฐานร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท / ฐานกระทำการใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อนทรัพย์หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ปรับ 1,000 บาท และฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 4 เดือนและปรับ 5,000 บาท รวม จำคุก 12 เดือน ปรับ 20,200 บาท
นายธนชัย จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท ฐานร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 4 เดือน ปรับ 5,000 บาท รวม จำคุก 12 เดือน ปรับ 19,000 บาท
และนายฉัตรมงคล จำเลยที่ 3 มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท ฐานร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท
รวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 14,000 บาท
ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษจำเลยทั้งสาม หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 9 เดือน ปรับ 15,150 บาท จำเลยที่ 2 คงจำคุก 9 เดือน ปรับ 15,250 จำเลยที่3 คงจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,500 บาท
ทั้งนี้พวกจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี คุมประพฤติจำเลยคนละ 1 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจำนวน 4 ครั้งและบริการสังคม 24 ชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท 'เบนสมิธ' เอี่ยวสแกมเมอร์ เชื่อประชาชนรู้อยู่ฟ้องเพื่ออะไร
รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาทเบนสมิธ เอี่ยวสแกมเมอร์ เชื่อประชาชนรู้อยู่ฟ้องเพื่ออะไร ‘ทนายวิฑูรย์’ตำหนิ จำเลยดึงเอาครอบครัวมาเป็นพยานด้วย ย้ำทำสงครามไม่ควรดึงลูกเมีย
ประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ฆ่าสารวัตรปู ก่อนลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
คดีที่สอง 'แอม ไซยาไนด์' ศาลพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต วางยาฆ่า 'สารวัตปู' ชี้เจตนาฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน ครอบครัวเหยื่อขอบคุณศาล แม้อยากให้ลงโทษประหารเหมือนคดีแรก
เปิดคำพิพากษา 'ศาลฎีกา' จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืน
เปิดคำพิพากษา "ศาลฎีกา" พิพากษากลับ จำคุก 4 ปี "บอย ธีระวัฒน์" ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน คดีมอมยาข่มขืนสาว จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน สั่งให้ชดใช้ค่าสินไหม 2 แสนบาท
ทนายแฉซ้ำ! พรรคส้มรู้แก่ใจผู้สมัครต้องคดีข่มขืน แต่ยังให้ลงเลือกตั้ง ไม่ฟังเสียงทักท้วง
นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความ และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม
ศาลฎีกา พิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดีข่มขืน
นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) เปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเราที่มี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน
คุก 5 ปี '2 อดีตสส.-แกนนำแดง' คดีก่อการร้าย ยกฟ้องหมิ่นสถาบัน
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 5 ปี 2 อดีตแกนนำ นปช. 'พายัพ-เพชรวรรต' สนับสนุนก่อการร้าย แต่ยกฟ้องข้อหาหมิ่นสถาบันฯ

