"ก้าวหน้า-ก้าวไกล" ร่วม "ยืนหยุดขัง" เรียกร้องสิทธิประกันตัว ด้าน "พิธา" ย้ำข้อเสนอก้าวไกลแก้ไข ม.112 ชี้ ถ้าไม่ปฏิรูประบบยุติธรรม สังคมไทยอาจถึงทางตัน ขณะที่ "ธนาธร" ขอสภาทำหน้าที่นำการพูดคุยปัญหา 112 อย่างมีวุฒิภาวะ เป็นทางออกให้สังคมไทย
23 ม.ค.2566 - ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แกนนำพรรคก้าวไกล และ คณะก้าวหน้า ประกอบด้วย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรม “ยืนหยุดขัง” ร่วมกับภาคประชาชนหลายเครือข่ายที่มาร่วมกันรณรงค์เรียกร้องการปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด หลังจาก น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงศ์ หรือแบม นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องหาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ประกาศถอนประกันตนเอง อดอาหารและน้ำประท้วงกระบวนการยุติธรรม จากกรณีที่ปัจจุบันมีนักโทษการเมืองหลายคนถูกปฏิเสธสิทธิการประกันตัวอย่างไม่เป็นธรรม
โดยนายพิธา กล่าวว่า วันนี้(23 ม.ค.)ตนมาร่วมกิจกรรมยืนหยุดขังด้วยความห่วงใย ต่อทั้งตะวัน-แบม และนักโทษทางการเมืองทุกคน ทั้งในฐานะนายประกันของตะวัน และในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และเพื่อมาแสดงความเคารพด้วยจิตคารวะต่อนักเคลื่อนไหวที่ถูกจองจำทุกคน และเพื่อยืนหยัดกับทุกคนว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง สิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งตะวัน-แบม และนักโทษการเมืองทุกคนวันนี้ คือข้อเท็จจริงที่ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยมีปัญหาบิดเบี้ยวมาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีปัญหาทั้งเรื่องการบังคับใช้ อัตราโทษที่ไม่ได้สัดส่วน และการถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องทำให้กระบวนการที่บิดเบี้ยวมาตั้งแต่ทางนี้ ดีขึ้น
“ทางออกที่ดีที่สุด ควรต้องใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมาหาทางออกร่วมกัน ต่อประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นคุณระหว่างประชาชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และแม้ว่าพรรคก้าวไกลจะได้นำเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พร้อมกับกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพอื่นๆ ไปตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา แต่สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันก็ปฏิเสธไม่ตอบรับ แต่อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้เกิดการแก้ไขกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ให้ได้” นายพิธา กล่าว
หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เป็นเรื่องเร่งด่วนในขณะนี้ คือการเรียกร้องต้องให้สิทธิการประกันตัวแก่นักโทษการเมืองทุกคน ยุติการใช้กฎหมายปิดปากผู้เห็นต่างในทันที และในอนาคตอันใกล้นี้ จะต้องมีการพิจารณาข้อเสนอนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมด โดยการเดินตามขั้นตอนเหล่านี้เท่านั้น จึงจะนำไปสู่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสังคมไทย ส่วนปัญหาเรื่องมาตรา 112 นั้น พรรคก้าวไกลยืนยันที่จะผลักดันให้เกิดการแก้ไข ในฐานะข้อเสนอขั้นต่ำที่เราเห็นว่ายังสามารถเป็นหนทางให้ผู้เห็นต่างในสังคมไทยมาพูดคุยกันได้ และแม้ข้อเสนอดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ทันได้ถูกนำมาพิจารณาในสภาชุดปัจจุบัน แต่พรรคก้าวไกลยืนยันที่จะเสนอและผลักดันร่างดังกล่าวต่อในสภาชุดต่อไปที่จะมีขึ้นหลังการเลือกตั้ง
นายพิธา ยังกล่าวด้วยว่า หากสภาผู้แทนราษฎรไม่ตอบรับข้อเสนอเรื่องการแก้ไขนี้ในอนาคต ตลอดจนการพูดคุยเพื่อหาทางออกกันอย่างมีวุฒิภาวะ ก็เป็นที่น่ากังวลเหลือเกินว่าทางเลือกของสังคมไทยจะถูกบีบให้เหลือน้อยลง
“สภาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันได้อย่างมีวุฒิภาวะ โดยไม่มีใครต้องเสียสละเลือดเนื้อเพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน ใช้โอกาสนี้พูดถึงการปฏิรูประบบยุติธรรมทั้งหมด เพราะถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้สังคมไทยก็อาจจะไปถึงทางตัน ถ้าสภาไม่ทำหน้าที่ ผมก็กังวลเหลือเกินว่าจะเหลือทางเลือกอื่นให้กับสังคมไทยอีกหรือไม่” นายพิธา กล่าว
ด้านนายธนาธร กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ก็เพื่อแสดงจุดยืนว่าการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมและเป็นอิสระ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน ไม่ควรมีใครต้องมาเสียเลือดเนื้อและร่างกายตัวเองเพื่อให้ตัวเองและผู้อื่นได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน วันนี้เรามีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและผู้เรียกร้องความเป็นธรรมหลายคนถูกกังขังมานานเกินไปแล้ว บางคนถูกขังมาแล้วกว่า 300 วันโดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว ดังนั้น การมาเรียกร้องวันนี้ จึงไม่ใช่การเรียกร้องเพื่อใครหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนี่ง แต่เพื่ออนาคตของประเทศไทย และลูกหลานของเราที่จะได้มีชีวิตอยู่ในสังคมที่ทุกคนเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายอย่างแท้จริง
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ขอเรียกร้องไปถึงกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ และศาล ควรต้องตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพขึ้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าคนบางกลุ่มกำลังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพราะเป็นเช่นนี้เอง ผู้คนในสังคมจำนวนมากจึงแสดงออกถึงความไม่เลื่อมใสในกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“สภาคือทางออกที่ดีที่สุด ไปถกเถียงกันอย่างมีอารยะเถอะ แม้จะมีหลายคนกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดคุยเรื่องนี้ แต่นั่นเป็นหน้าที่ของสภาในการหาทางออกร่วมกัน สภาต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง พูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ นี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ไม่เกิดความรุนแรงและวุ่นวาย ผมเชื่อว่าการแสวงหาทางออกและรับฟังเสียงทุกเสียงร่วมกัน เปิดใจรับฟังกัน ย่อมนำไปสู่ทางออกได้” นายธนาธร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุก 2 ปี! 'ตะวัน ทะลุวัง' คดีไลฟ์สดขบวนเสด็จฯ
ศาลอาญาจำคุก 'ตะวัน ทะลุวัง' 2 ปี ไม่รอลงอาญา ผิดมาตรา 112 ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จฯ พร้อมปรับ 600 บาทฐานฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ
'เจี๊ยบ อมรัตน์' เปิดภาพกองหลังพรรคส้ม ลั่นความหวังที่มีร่วมกันยังยืนหยัดมั่นคง รอวันของเรา
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพคู่กับแกนนำคนสำคัญของพรรคส้มทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นัดทานข้าวกันบ้างไรบ้างในโอกาสคุณทิมกลับมา
'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
มาแล้วศาสดาส้ม! 'ปิยบุตร' ปลุกเร้าพรรคกองหน้า เล่นบทรุกกินแดน ไม่ใช่แค่รักษาฐานที่มั่น
ปิยบุตร จี้พรรคกองหน้าต้องปลุกเร้าทางความคิดต่อไปให้คนเห็นว่า มีโอกาส มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม

