
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไต่สวนพยานนัดสอง 22 พ.ค.นี้ คดี ‘ชัยวัฒน์’ กับพวก อุ้มฆ่า ‘บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ’
19 พ.ค. 2566 – มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 พ.ค. นี้ เวลา 9.00 น. ณ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กำหนดสืบพยานนัดที่สอง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.166/2565 ซึ่งเป็นคดีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน ตกเป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่น ๆ ในนัดนี้ศาลนัดไต่สวนพยานจำนวน 3 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 2 ปาก และนักศึกษาฝึกงานในขณะเกิดเหตุ 1 ปาก ซึ่งเป็นพยานที่อยู่ในช่วงเวลาของการจับกุมโดยกลุ่มเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จำเลยทั้งสี่ ในคดีนี้
คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2557 นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง “บางกลอย-ใจแผ่นดิน” ได้ถูกจับกุมและถูกเอาตัวไปโดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในขณะนั้น กับพวก หลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมของบิลลี่อีกเลย จนกระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการ ได้ร่วมกันติดตามสอบสวนคดีดังกล่าวจนได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมอันควรเชื่อได้ว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่จับกุมบิลลี่ไปนั้น ได้ร่วมกันกระทำผิดต่อบิลลี่
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2566 เครือข่ายภาคประชาสังคมพร้อมด้วยพี่น้องชาวบางกลอย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งให้อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อีก 3 นาย จำเลยในคดีนี้ ออกจากราชการชั่วคราวไว้ก่อน เนื่องจากขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะผู้บังคับบัญชา ยังคงไม่มีคำสั่งหรือดำเนินการเพื่อให้มีคำสั่งใด อาจถือว่าเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลทำให้เกิดความความเสื่อมเสียต่อทางราชการ ก่อผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ความไม่ปลอดภัยต่อครอบครัวผู้เสียหายและพยาน และส่งผลต่อการดำเนินคดี ในวันดังกล่าวตัวแทนปลัด ทส. ได้ออกมารับหนังสือ และออกหมายเลขรับหนังสือ ทส. ที่ 9349 ลงวันที่ 21 เม.ย. 2566 มอบให้แก่ผู้ร้องไว้เป็นหลักฐานในการติดตามความคืบหน้า โดยในส่วนนี้ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าในการตอบกลับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวและจับตาการดำเนินการของ ทส. ต่อไป
โดยสามารถติดตามนัดไต่สวนพยานโจทก์และจำเลยในคดีทั้งหมด 10 นัด แบ่งเป็นนัดไต่สวนพยานโจทก์ 23 ปาก ในวันที่ 24 เม.ย. 2566, 22 พ.ค. 2566, 17 และ 24-27 ก.ค. 2566 รวม 7 นัด และนัดไต่สวนพยานจำเลย 9 ปาก ในวันที่ 28 และ 30-31 ส.ค. 2566 รวม 3 นัด ทั้งนี้ หากต่อมาศาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องสืบพยานเพิ่มเติมจะก็จะเรียกให้มาเป็นพยานภายหลัง
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและผู้สนใจร่วมติดตามและเข้าร่วมสังเกตการณ์การสืบพยานนัดที่สองนี้ตามวันและเวลาข้างต้น เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของนายบิลลี่ และชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดินอย่างเต็มที่และเป็นธรรม นำเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดได้อย่างเป็นจริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น 106 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโส ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ 307 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ
ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี
นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ยก 3 เหตุผลสำคัญ 'ถ้าผมเป็น กกต. จะลงมติคดีฮั้วสว.อย่างไร'
วัส ติงสมิตร สะท้อนมุมมองคดีฮั้วสว. 229 ราย ตามผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 กำลังเป็นจุดวัดใจครั้งสำคัญของกกต.
'ยิ่งชีพ' ดีเดย์กกต.สั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่
'ยิ่งชีพ' ปราศรัยใหญ่ ยื่นคำขาด 'กกต.' สั่งฟ้อง 229 คดีฮั้ว สว. ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่ ลั่น ถ้าเป่าทิ้ง แม้คนเดียว ขู่แฉข้อมูลเพียบ

