
‘นายกสมาคมทนายความ’ ฟันธงคดีหุ้นสื่อ ‘พิธา’ มีผลเฉพาะตัว กรณีวินิจฉัยเป็นลบไม่กระทบต้องเลือกตั้งใหม่
2 มิ.ย. 2566 – นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ให้ควาาเห็นข้อกฎหมายความว่า ตามที่ได้เกิดประเด็นถกเถียงกรณีหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกยื่นคำร้องกล่าวหาว่า เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) เพราะถือหุ้นของ ITV ซึ่งประกอบกิจการสื่อ อันอาจนำไปสู่การถอดถอนและมีผลกระทบทางกฎหมายหลายประเด็น นั้น สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยมีความเห็น ดังนี้
(1) ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การถือหุ้นไอทีวีเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (3) จะมีผลทางกฎหมายต่อการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นการเฉพาะตัวเท่านั้น ได้แก่ ถูกถอดถอนจากการเป็น ส.ส. ของการเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งจะต้องถูกเรียกเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินอื่นๆ ที่ได้ไปจากการดำรงตำแหน่งคืน แต่จะไม่กระทบต่อกิจการที่ได้กระทำไปก่อนพ้นตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง
(2) นอกจากนี้ผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลมีลักษณะต้องห้าม มิให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเช่น ส.ส. ของปี 2566 และขาดคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) อันจะทำให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลไม่สามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส. และนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้
(3) ส่วนการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวที่อาจมีผลต่อการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น เห็นว่าการที่บุคคลใดขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งจะไม่มีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกและกิจการที่บุคคลนั้นได้กระทำไปโดยสุจริตในขณะดำรงตำแหน่ง เช่น กรณี ส.ส. หรือรัฐมนตรี เป็นต้น ตามนัยของรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง
ดังนั้น กิจการที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้กระทำไปในฐานะเป็นหัวหน้าพรรค เช่น การลงชื่อส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคก้าวไกล จึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ถูกกระทบ เพราะการขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามของหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด จึงไม่ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหม่ตามที่หลายฝ่ายมีความวิตกจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดรามา'คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด' เดิมพันกกต.-รัฐบาลสีน้ำเงิน
หลังสิ้นเสียงประกาศปิดหีบเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569
ผู้ตรวจสั่งกกต.แจง‘บาร์โค้ด’
กระสุนตก "กกต." ภาคประชาชนบุกทวงความรับผิดชอบเลือกตั้ง ฟาดผลาญงบฯ 8 พันล้าน
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ กกต. ชี้แจงปมพิมพ์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ก่อนส่งศาลรธน. หรือไม่
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานกกต. ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ
'แก้วสรร' แนะ 'ติ่งส้ม' หยุดก่อกวน แล้วเอาเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไปร้องศาลรธน. เดี๋ยวนี้!
นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "หยุดก่อกวน...เอาเรื่องบาร์โค๊ดขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเดี๋ยวนี้!!!" มีเนื้อหาดังนี้
We Watch จี้ กกต.รับผิดชอบจัดเลือกตั้งผิดพลาด ชำแหละหลายจุดส่อไม่โปร่งใส ลั่นหากทำไม่ได้ลาออกไป
We Watch เรียกร้อง กกต. รับผิดชอบความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69 พร้อมขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทุกข้อกล่าวหาทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส ชี้ หากเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาไม่ได้ควรลาออก
อย่าประมาทอารมณ์ ปชช.! 'จตุพร' เตือนปมร้อน 'บาร์โค้ดกกต.' ภท.จับมือพท. ตั้งรบ. เสี่ยงวิกฤตการเมือง
จับตา! วิกฤตการเมือง ถ้าอารมณ์ไม่พอใจ กกต.มาบรรจบกับวิกฤตสิ้นศรัทธา คาดการเคลื่อนไหวจะปะทุกระพือโหมชั่วพริบตา ซัด ภท.-พท. ยังไม่รู้สึกรู้สา เอาแต่ก้มหน้าตั้ง รบ.กะล่อน ผลิตคำลวงหลอกเหยียบหน้า ปชช.ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

