'สมชัย' คาดหลัง 'ทักษิณ' กลับไทยเกิดสึนามิใหญ่แน่

'สมชัย' ประเมินฉากทัศน์ในสายตา 'ทักษิณ' ที่จะกลับไทยในวันที่ 10 ส.ค. คาดมีรัฐบาลข้ามขั้ว ซึ่งจะทำให้เกิดสึนามิตามหลังมา

27 ก.ค.2566 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คุณทักษิณ เคยบอกว่าจะกลับไทยหลังสถานการณ์การเมืองนิ่ง

อะไรคือสถานการณ์การเมืองที่นิ่ง เมื่อทักษิณ ประกาศจะกลับไทย 10 สิงหาคม 2566 ขนาดคนในไทยยังรู้สึกว่า สถานการณ์การเมืองในไทยโคตรวุ่น ทั้งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่วินิจฉัย รัฐสภายังเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ก้าวไกลกับเพื่อไทยจะแต่งหรือจะหย่า

คุณทักษิณเอาอะไรมาประเมินว่า 10 สิงหาคม 2566 สถานการณ์จะนิ่ง

ลองดูซีนารีโอ แบบนิ่ง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกลับมา จะเป็นแบบนี้

พฤหัส 3 สิงหาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยให้เหตุผลว่าผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามมาตรา 213

พุธที่ 9 สิงหาคม 2566 ประชุมรัฐสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ได้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยมี พรรคพลังประชารัฐ และ รวมไทยสร้างชาติ ร่วมในรัฐบาล ได้เสียงสนับสนุนจาก สว. ท่วมท้น ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลถอนตัวเอง เนื่องจากประโยค “มีเราไม่มีลุง”

สถานการณ์แบบนี้นิ่งพอให้กลับบ้านได้ แต่เชื่อว่าหลังจากมีรัฐบาลข้ามขั้ว สิ่งที่เคยนิ่ง ๆ ทั้งหลาย จะคล้ายการนิ่งของทะเลก่อนเกิดสึนามิใหญ่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมชัย' เผยกูรูฟันธง ภายใน 3 เดือดหากไม่เริ่มแก้ไขรธน.จะเริ่มต้นนับหนึ่งไล่รัฐบาล

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า มีคนถามผมว่า ถ้าเราใช้เงิน 3,000 ล้านเพื่อทำประชามติและมีผลประชามติแล้วว่า

'เนติวิทย์' ยักไหล่! ลั่นไม่ผิดคาด คำตัดสินศาล รธน. ปลุกร่วมต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยคดีหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้

'เนติวิทย์' ขาแหย่คุก! คดีไม่ร่วมเกณฑ์ทหาร ศาลลงมติเอกฉันท์ พรบ.รับราชการทหาร ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31