ดร.เสรี แนะเหลืองแดง ยอมกลืนเลือดเดินหน้าประเทศ อย่าเอาแต่ใจเหมือนด้อมส้ม

19 ส.ค.2566 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปากพาจน จริงๆ ตอนนี้ต้องกลืนน้ำลาย หาคำอธิบายประชาชน เมื่อต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำก็ต้องกลืนเลือด ไม่กลืน 2 กลืนนี้ก็ไปไม่รอด

"มีลุง ไม่มีเรา ไม่ร่วมกับ 2 ลุง" สุดท้ายต้องร่วม

"ถ้าร่วมกับพลังประชารัฐ ผมลาออก" ตอนนี้จะอธิบายยังไง

"จะแก้มาตรา 112" ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วจริงหรือเปล่า

"ประชุมวาระแรก เสนอตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ" มันทำให้หลายฝ่ายเขากลัวนะว่ามีวาระอะไรซ่อนเร้นหรือไม่

"กระทรวงดีๆ ผมไม่ให้แม่งมันหรอก" ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าอำนาจต่อรอง อยู่ที่พรรคไหนบ้าง จะรีบพูดเรื่องยึดกระทรวงได้ยังไง

"โหวตเลือกนายกฯก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องแบ่งกระทรวง" พูดแบบนี้ จะให้พรรคร่วมรัฐบาลเขาวางใจได้อย่างไร ยังไงก็ต้องตกลงกันก่อนไหม

เมื่อมาถึงจุดนี้ เลิกด่าทอส่อเสียดกัน มาหาคำอธิบายในการกลืนน้ำลายให้ประชาชนที่เป็น FC เข้าใจและยอมรับได้ดีกว่า

แม้มีหลายเรื่องไม่ถูกใจ แต่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ ก็ต้องยอมกลืนเลือดนะ จะให้ได้อย่างใจไปทุกเรื่องเป็นไปไม่ได้ อย่าเอาแต่ใจเหมือนด้อมส้มนะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี

ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ

ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา