'ดร.เสรี' ทุบโต๊ะ! นักการเมืองชั่วแค่ไหน ไม่น่ากลัวเท่าประชาชนโง่หลงเชื่อข้อมูลของนักการเมืองชั่ว

5 ก.ย.2566- ดร.เสรี วงษ์มณฑา พิธีกรรายการทีวี นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า กฎหมายขวางสิ่งที่อยากทำ ก็แก้กฎหมาย คนขวางสิ่งที่อยากทำ ก็ย้าย ก็ปลดคน วิธีคิดแบบนี้ มันเป็นประชาธิปไตยไหม ใช้กับการบริหารบริษัทส่วนตัวคงพอจะทำได้ แต่จะใช้กับประเทศชาติ ไม่น่าจะเหมาะสมนะ การแก้กฎหมาย การย้ายคน การปลดคนที่ไม่ได้ทำผิดอะไร นอกจากไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ วิธีคิดแบบนี้ น่าเป็นห่วงนะ

บางพรรคไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ชอบให้ข้อมูลผิดๆแก่สังคม แต่ก็มีประชาชนกลุ่มหนึ่งพร้อมจะเชื่อ บางพรรคมีข้อมูลที่ถูกต้อง แต่จงใจบิดเบือนเพื่อให้ร้ายคนอื่น ด้วยความมั่นใจว่าสาวกจะเชื่อ

ถ้าประชาชนยังเชื่อ ข่าวลวง ข่าวหลอก ข่าวลือ ข่าวผิด ข่าวบิดเบือน บ้านเมืองไปไม่รอดแน่ คนให้ข่าวปลอม ข่าวผิด ข่าวบิดเบือนขยันสื่อสาร แต่คนมีข่าวจริงกลับไม่ค่อยจะสื่อสาร ในยุคสงครามข่าวสารที่เราอยู่กันเวลานี้ คิดดูว่าใครจะชนะ ฝ่ายหนึ่งเต็มที่ อีกฝ่ายหนึ่งเหยาะแหยะ

นักการเมืองชั่วแค่ไหน ก็ไม่น่ากลัวเท่าประชาชนโง่หลงเชื่อข้อมูลของนักการเมืองชั่วนะคะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย

ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์

แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก

ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล