ป.ป.ช. เปิดชื่อคณะกรรมการศึกษาฯ 'แจกเงินดิจิทัล' ป้องกันทุจริต

26 ต.ค.2566 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรอ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ตามที่คณะกรรมการเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตเสนอ

นายนิวัติไชย กล่าวว่า ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่เสนอขึ้นไป ประกอบด้วย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นรองประธาน ขณะที่กรรมการ ได้แก่ นายมนตรี โสคติยานุรักษ์, นางสิริลักษณา คอมันตร์, นางอัจนา ไวความดี, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้แทน, อัยการสูงสุด หรือผู้แทน, เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือผู้แทน, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือผู้แทน, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้แทน, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน, เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย หรือผู้แทน, ประธานสภาอุตสาหกรรม หรือผู้แทน, ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นายภูมิศิริ ดำรงวุฒิ, นางสาวภาณี เอี้ยวสกุล, นายสุทธินันท์ สาริมาน, เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., ผู้อำนวยการสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม โดยมีผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต เป็นกรรมการและเลขานุการ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่และอำนาจในการรวบรวมและดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็อต เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต เสนอความเห็น เพื่อให้มีการเสนอมาตรการ ความเห็น หรือข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หน่วยงานภายนอกและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการตามที่คณะกรรมการคณะนี้กำหนดและเห็นสมควร รวมถึงดำเนินการรับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอมาตรการ ความเห็น หรือข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตต่อนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

เพื่อไทย ตัดข้อกังวลปม 'สสร.' จ่อชงสภาฯให้ทันพิจารณา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากชะลอเพื่อปรับแก้เนื้อหาหลัง สส.พรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ดำเนิน

เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69

'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด

ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว

ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ  สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว  จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว