'กฤษฎีกา' ปัดข่าววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตาม พรบ.เงินตรา

29 ต.ค. 2566 – นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า ตามที่มีการเสนอข่าวในสื่อมวลชนว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ในประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอเรียนชี้แจงว่า คณะกรรมการกฤษฎีกามิได้มีการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ตามที่มีการนำเสนอข่าว เนื่องจากการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 นั้น มีการวินิจฉัยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2550

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย

ปัจจุบันภัยหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อมีการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว

วุฒิสภา โหวต 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขาฯกฤษฎีกา 'นันทนา' แซะ 138 สว. ติดคดีฮั้วไม่ควรลงมติ

สว.เสียงเอกฉันท์ โหวต “นพดล เภรีฤกษ์” นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง “นันทนา” อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่น ทำไมต้อง “ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 สว. ติดคดีฮั๊ว ไม่ควรลงมติ บอกถ้าสะเทือนใจ สว.หลายคน ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” ปราม ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย ต้องอภิปรายคุณสมบัติคนถูกเลือก เจ้าตัวเถียงอีก ไม่ได้อภิปรายดินฟ้าอากาศ พูดเสร็จออกจากห้องทันที

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดประชุมวิชาการประจำปี 2569 'Strengthening Thailand's Resilience: Law Reform in an Era of Global Paradigm Shifts' 'เตรียมความพร้อมประเทศไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์โลก'

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Strengthening Thailand's Resilience: Law Reform in an Era of Global Paradigm Shifts” หรือ“เตรียมความพร้อมประเทศไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์โลก” ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ ห้องลุมพินี 1-2 โรงแรม Grande Centre Point Lumphini Bangkok

'นพดล เภรีฤกษ์' คะแนนท่วมท้น 436 เสียงไฟเขียวนั่ง 'เลขากฤษฎีกา'

'สภา' ไฟเขียว 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขากฤษฎีกา ด้วยคะแนน 436 เสียง ขณะที่ 'ณัฐวุฒิ' สงสัยเลขากฤษฎีกา นั่งใน กก.หน่วยงานของรัฐได้หรือไม่ ด้าน 'ปกรณ์' แจงไปทำหน้าที่อิสระถ่วงดุลกรรมการ

กฎหมายเพื่อการพัฒนา : ไทยต้องมียุทธศาสตร์ทางกฎหมายเพื่อรับมือกับระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลง

ระเบียบโลก (World Order) ในปี 2569 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ประเทศไทยมีทางเลือกสองทาง ทางแรก เลือกที่จะตั้งรับเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น หรือ ทางที่สอง กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส