
1 พ.ย.2566 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ศาลปกครองสูงสุดได้นัดคู่กรณีมาพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 31 ต.ค.66 ที่ผ่านมา หลังจากที่สมาคมฯและชาวบ้านแม่รำพึงรวม 41 คนได้ยื่นอุทธรณ์หลังศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้อง คดีที่กรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ป่าพรุแม่รำพึง 18 แปลงให้เอกชน โดยที่หน่วยงานรัฐอื่นๆที่เกี่ยวข้องไม่ออกมาปกป้อง คุ้มครองดูแลที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อันถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ สมาคมฯและชาวแม่รำพึงจึงต้องลุกกันขึ้นมาปกป้องป่าพรุแม่นำพึงแทน
คดีนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและชาวบ้านแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้นำความมาฟ้องต่อศาลปกครองกลางตั้งแต่ปี 2551 หลังจากที่มีกลุ่มนายทุนโรงงานเหล็กพยายามจะเข้ามากว๊านซื้อที่ดินในป่าพรุแม่รำพึง เพื่อนำไปก่อสร้างและขยายโรงงานเหล็ก จนกระทั่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2555 โดยพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า ที่ดินพิพาททั้ง 18 แปลงมิได้อยู่ในแนวเขตนอกป่าสงวนแห่งชาติและป่าชายเลน และมีชาวบ้านยึดถือครอบครองทำประโยชน์แล้ว ซึ่งขัดแย้งต่อข้อเท็จจริงที่พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าพรุ มีต้นแสมและต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นเต็มพื้นที่ จะเป็นพื้นที่ที่มีการทำประโยชน์ไปได้อย่างไร สมาคมฯและชาวบ้านผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นอุทธรณ์สู้คดีไปยังศาลปกครองสูงสุด
กระทั่งศาลปกครองสูงสุดได้นั่งพิจารณาคดี โดยตุลาการผู้แถลงคดีซึ่งเป็นอีกองค์คณะหนึ่งในระบบไต่สวน ได้แถลงความเห็นส่วนตัวต่อองค์คณะสรุปได้ว่า เมื่อพิจารณษระวางจากภาพถ่ายทางอากาศ(แผนที่ทหาร)ในปี 2519 ปี 2538 และปี 2545 ไม่พบว่ามีการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท บางแปลงอาจมีร่องรอยการทำประโยชน์อยู่บ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น การออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.๓ ก. ของกรมที่ดินจึงไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นควรพิพากษาสั่งให้เพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินป่าพรุดังกล่าว อาทิ น.ส.3 ก. เลขที่ 1173, 1174, 1175, 1734, 1739, 1738, 1981, 1179, 1829 และ น.ส.3 เลขที่ 1 เสีย โดยให้มีผลย้อนหลังไปนับแต่วันที่ออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว
"คำแถลงของตุลาการผู้แถลงคดีในศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ถือว่าเป็นแสงสว่างที่เป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวแม่รำพึง ที่จะร่วมมือกันในการปกปักรักษาทรัพยากรป่าพรุให้กับลูกหลานในอนาคตเพื่อใช้ประโยชน์เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นสถานที่พัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาต่อยอดโดยใช้ฐานทรัพยากรจากป่าพรุดังกล่าวได้ และทุกคนต่างมีความหวังว่าในวันที่ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาในเร็ว ๆ นี้ จะร่วมกันเดินทางมารับฟังและเตรียมการทำบุญสืบชะตาผืนป่าพรุดังกล่าวต่อไป" นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักร้องจัดให้ ยื่น ป.ป.ช.สอบจริยธรรม 'สส.พรรคส้ม' บิดเบือน เปิดความลับ 'บังเกอร์ทหาร'
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี สส.พรรคส้ม รองคณะกรรมาธิการทหาร ออกมาแถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบังเกอร์ทหารในพื้นที่จันทบุรี-ตราดราคา 50,000 บาทต่อหน่วย
'ศรีสุวรรณ' ร้องนายกฯ เร่งควบคุมศูนย์ DATA CENTER หวั่นแย่งใช้น้ำและไฟฟ้าจากประชาชน
'ศรีสุวรรณ' บุกทำเนียบฯ จี้ นายกฯสั่ง 'BOI-ทส.' เร่งควบคุมศูนย์ DATA CENTER มิให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ป้องกันการแย่งใช้น้ำและไฟฟ้าจากประชาชน ขู่หากยังเพิกเฉยร้องศาลปกครอง
'ศรีสุวรรณ' บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร 'สว.สีส้ม' จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่าย 'ฮั้ว' ด้วยหรือไม่
"ศรีสุวรรณ" บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร "สว.สีส้ม" จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่ายฮั้วด้วยหรือไม่ ย้อนถามทำไมพฤติกรรมที่ดูคล้ายกัน พอเป็นคนที่ตัวเองเชียร์ถึงเรียกว่า "ทำงานร่วมกัน" หรือ "จัดตั้ง" แต่พอเป็นฝ่ายตรงข้ามกลับรีบใช้คำว่า "ฮั้ว" ยันต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย
ร้องทุกเม็ด 'ศรีสุวรรณ' จี้ผอ.เขต เอาผิดผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.และ สก.ไม่เก็บป้ายหาเสียง
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปร้องเรียนเอาผิดผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครร (สก.) ที่ไม่ยอมเก็บป้ายหาเสียงของตน
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรัฐฉ้อโกงประชาชน ผ่านบิลค่าไฟส่องสว่าง/ค่าไฟแผง
นายศรีสุวรรณณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กบง. คณะกรรมการร กกพ. การไฟฟ้า กฟภ. กฟน. กรมทางหลวง ฯลฯ
'พี่ศรี' ร้องสอบการเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์!
ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกรมทางหลวงเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์ สาย 7 ศรีราชา ชอบหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายฮั้วประมูลหรือไม่

