'ฮีโร่นอกคุก' เลือดสาด! อดีตบิ๊กศรภ. ชำแหละยับแก๊ง 3 คน-นักล่าเงินบริจาค 'หลอกเด็ก'

18 ธ.ค.2564 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้

ฮีโร่นอกคุก

การสื่อสารของ นายปิยบุตร ถึงทุกฝ่ายโดยอ้างว่า “เพื่อการประนีประนอม และหาทางออก” โดยมีข้อความถึงเยาวชน สรุปได้ว่า "ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในแต่ละห้วงเวลา ถ้าเดินแบบเดิมไม่ต่างกับการเดินชนกำแพง ไม่สำเร็จแน่ ต้องพิจารณาดูว่าทำอย่างไร ให้ฝ่ายอนุรักษ์ยอมที่จะฟัง ถกเถียงกันด้วยเหตุผล" พร้อมกับเรียกร้องให้ฝ่ายอนุรักษ์เปิดใจให้กว้างและเข้าใจเยาวชนให้มากขึ้น

ข้อเรียกร้องของปิยบุตรนั้น อ่านดูแล้วเห็นได้ว่า ไม่ได้มาจากความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง มีลักษณะคล้ายกับการซื้อเวลา เพื่อไปจัดตั้งแนวทางที่จะหลอกเด็กใหม่ และยังเป็นการข่มขู่อีกว่า “จะเกิดการปะทะกันระหว่างรุ่น” คล้ายกับปิยบุตรเหมาเอาว่า เยาวชน 15 ล้านกว่าคน คิดเหมือนกับปิยะบุตร ทั้งหมด โดยระบุว่า

“ปรากฏชัดแล้วว่า คนรุ่นหนึ่งมองสถาบันกษัตริย์ ไม่เหมือนกับคนอีกรุ่นหนึ่ง”

มาลองคิดดูว่า ทำไม ปิยบุตรจึงมีท่าทีแบบนี้

1.เยาวชนส่วนน้อย ที่ออกมาเคลื่อนไหว ตามคำยุยงของปิยบุตร ในระยะแรกนั้น ได้เลิกราไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว เพราะเริ่มรู้ข้อเท็จจริงกันมากขึ้น ว่าอะไรเป็นอะไร เริ่มรู้จักชาติไทยดีกว่าชาติฝรั่งเศสของปิยบุตร

เด็กวัยนี้ที่ชอบแนวทาง ช่อ ทอน บูด นั้น ได้แบ่งตัวเองออกเป็นชั้นๆ เรียกพวกที่ออกมาก่อเหตุพ่นสี ตีกับตำรวจว่าเป็น “ตลาดล่าง” จึงถอยออกมา เป็นผลกระทบต่อ แก๊ง 3 คนเป็นอย่างมาก เพราะเด็กตลาดบนแม้จะมีน้อย กว่าเด็กตลาดล่าง แต่ก็เป็นเด็กที่เรียนดี น่าเชื่อถือมีแสงเป็นดาวฤกษ์อยู่ในตัวเอง

เมื่อเด็กตลาดบนเริ่มถอย โครงสร้างค้ำจุน ช่อ ทอน บูด ก็เริ่มหมดไป

2.เยาวชนอีกส่วนหนึ่งในกลุ่มตลาดล่างก็เริ่มคิดได้ว่า ถูกหลอกมาแท้ๆ สู้ไปโดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไร เพื่อชาติ หรือประชาชนเลย แต่ทำไปเพื่อรับใช้และ เสริมสร้าง “ความเป็นฮีโร่ ที่ไม่ยอมติดคุก” ของแก๊ง 3 คน เท่านั้น

3.ผู้หาประโยชน์จากเด็ก ไม่ได้มีแค่แก๊ง 3 คนเท่านั้น ยังมีพวกล่าเงินบริจาค ล่าเงินทุนจากนักการเมือง มากินเหล้าเมาไวน์ หาความสนุกจากเด็กที่เข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งเยาวชนส่วนหนึ่งก็เริ่มจะรู้ตัวแล้ว หลอกกันได้ยากขึ้น

คนใกล้ตายมักจะเริ่มรับรู้ความเป็นจริงในบั้นปลายของชีวิต ว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไรดี อะไรไม่ดี เป็นกฏแห่งกรรม แต่ถ้ารู้แล้วยังทำต่อไป ก็อาจจะตกนรกทั้งเป็น มีเงินแต่ไร้สุข มีแต่ทุกข์อยู่นอกประเทศ

มีคนยกยอมากมาย แต่ลับหลัง ก็แค่มาหลอกเอาเงินเท่านั้น

พวกนี้คือ “พวกฮีโร่นอกคุก" ครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบก้าวไกล' เผยผลตรวจเลือดแย่ลง อยู่รพ.อีกหลายวัน พลาดโหวตช่วยธนาธร

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul เปิดเผยอาการป่วยโรคโควิดล่าสุดว่า วันนี้ผลตรวจเลือดออกมามีค่าแย่ลงหมอให้อยู่รพ.

'ประสิทธิ์ชัย' โต้ 'กนก' โกหกคำโต! ยันร่างพ.ร.บ.กัญชา ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่เอื้อกลุ่มทุน ปกป้องเยาวชน

จากกรณีที่ศาสตราจารย์ กนก วงศ์ตระหง่าน กมธ.พ.ร.บ.กัญชา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิจารณ์ว่า พ.ร.บ.กัญชา เอื้อนายทุน และไม่รอบคอบในการป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน

เหลือให้พรรคอื่นบ้าง เลขาฯก้าวไกล โวลั่นทุ่งพรรคจะได้ ส.ส. แบบก้าวกระโดด

นายชัยธวัช ตุลาทน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สำหรับ สูตรหาร 100 ที่เกิดขึ้นนั้นพรรคก้าวไกลไม่มีความกังวลใดๆ เนื่องจากพรรคก้าวไกลมีความชัดเจนว่าไม่ว่าระบบการเลือกตั้งจะเป็นแบบใด หรือจะเปลี่ยนไป

เป็นเรื่อง! 'ส.ส.เพื่อไทย' โยนกลับ 'น้ำประปาสีสนิม' อยู่ในความดูแลของคณะก้าวหน้า

กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เข้ารัฐสภาเพื่ออภิปรายนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ “ปลดล็อกท้องถิ่น” โดยในช่วงหนึ่ง นายธนาธร ได้มีการชูขวดน้ำประปาสีขุ่นข้นคล้ายสีสนิม จาก อบต.พนมไพร อ.ค้อใหญ่ จ.ร้อยเอ็ด

เพจดัง เผยเรื่องที่ธนาธรพูดไม่หมด หลังถือน้ำสีสนิมเข้าสภาฯ ชงปลดล็อกท้องถิ่น

เพจเฟซบุ๊ก Street Hero V3 โพสต์ข้อความว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าสภา อ้างว่าถ้าปลดล็อกท้องถิ่นจะทำให้ทุกตำบลเจริญขึ้น พร้อมนำน้ำสีสนิมว่าเหมือนน้ำประปาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นการพูดไม่หมด ผมขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้

เปิดปฐมบทแห่งจุดจบ 'ทอน-บูด-ช่อ' หลังโดนข้อหา ม.116 หมากพิฆาตของพุทธะอิสระ

ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ปฐมบทแห่งจุดจบของแก๊งสามคน (Gang of Three)