ดุสิตโพล ชี้ประชาชนตัดเกรดผลงาน 2 เดือนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ผ่านแบบคาบเส้น

“ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน”

5 พ.ย. 2566 – สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์)  สำรวจระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม –  3 พฤศจิกายน 2566 พบว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อรัฐบาล ณ วันนี้ คือ อยากให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ร้อยละ 80.43

ส่วนสิ่งที่คาดหวังจากฝ่ายค้าน คือ ควรให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ ร้อยละ 78.70 ผลงานของรัฐบาลที่ทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง คือ การลดราคาพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม น้ำมัน ร้อยละ 51.54

ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่ทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง คือ การตั้งใจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 85.05 ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนการทำงานรัฐบาลในช่วง 2 เดือนแรกนี้ 5.52 คะแนน และให้คะแนนฝ่ายค้าน 5.86 คะแนน 

ผลโพลในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าความหวังของประชาชนคือต้องการให้รัฐบาล “ทำตามนโยบาย” ที่ให้ไว้  ให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ด้านฝ่ายค้านเองก็มีผลงานที่เข้าตาในเรื่องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ ๆ ในสังคม นับว่าเป็นบทบาทที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ในภาพรวมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้คะแนนจากประชาชน “ผ่านแบบคาบเส้น” ในช่วงสองเดือนแรก หลังจากนี้ในระยะยาวจะสร้างผลงานได้ดีขึ้นหรือไม่ ก็ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายในการทำงานต่อไป

ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต  โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  กล่าววาาจากผลการสำรวจสิ่งที่ประชาชนมีความหวังจากการทำงานของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีนัยยะที่น่าสนใจ บางประการ นั่นคือประชาชนรู้สึกพึงพอใจการทำงานของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเป็นคะแนนที่สูงมากเมื่อเทียบกับความพอใจที่มีต่อผลงานของรัฐบาล แม้รัฐบาลได้มีการลดราคาพลังงานและค่าครองชีพลงแล้วก็ตาม แสดงให้เห็นว่าผลงานของรัฐบาลก็อาจจะยังไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนคาดหวังไว้ เช่น การลดราคารถไฟฟ้าก็ยังมีเพียงบางสายเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมตามนโยบายตอนหาเสียง บางเรื่องอย่าง digital Wallet ก็ยังขาดความชัดเจน แต่เมื่อมาพิจารณาจากคะแนนรวมการทำงานของทั้งสองฝ่ายระดับคะแนนกลับไม่แตกต่างกันมาก เป็นไปได้ว่าประชาชน  พึงพอใจในการตรวจสอบเชิงรุกของฝ่ายค้าน แต่ในการทำงานภาพรวมของทั้งสองฝ่ายยังไม่เด่นชัดมากนัก เนื่องจากระยะเวลาทำงานเพียง 2 เดือนอาจจะน้อยไปสำหรับการประเมินผลการทำงานของทั้งสองฝ่ายนั่นเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์

ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่

นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.'  เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน

ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์  ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน

ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที

ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ