
7 พ.ย.2566- ที่บ้านเลขที่ 156 ม.1 ต.ช้างซ้าย อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราชและนักการเมืองชื่อดัง ได้เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนถึงทิศทางทางการเมืองของตนหลังได้รับพักโทษจากกรมราชทัณฑ์โดยต้องติดกำไลEMที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8เดือนว่า ในส่วนของตนต้องไปติดกำไลEMภายใน 3 วันที่กรุงเทพมหานครเพราะแจ้งที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยทิศทางการเมืองของตน โดยจะสนับสนุนการทำการเมืองแบบสุจริต ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ซึ่งจะเปิดกว้างไม่สังกัดพรรคไหน เพราะได้ออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และขายกาแฟยี่ห้อเทพไท ซึ่งกำลังออกสู่ตลาดอยู่ในขณะนี้ และเขียนหนังสือทำพ็อคเก็ตบุ๊คเขียนเรื่องราวภายในคุก 480 วันหรือ 16 เดือน ตามที่อดีตนายกชวน หลักภัยให้คำแนะนำ
"ช่วงที่ผมอยู่ในเรือนจำได้นั่งแต่เพลงที่เกี่ยวกับชีวิตเรือนจำ 15 เพลง ซึ่งจะได้ผลิตออกสู่ตลาดต่อไป อยู่ระหว่างการประสานกับค่ายเพลงต่อไป และอาจจะไปวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองทางทีวีช่องใดช่องหนึ่งเพราะผมมีประสบการณ์เคยทำรายการทีวีสายล่อฟ้ามาก่อน นี่คืออนาคตของผมที่จะทำหลังจากออกจากคุก"
นายเทพไทยังกล่าวถึงทิศทางการเมือง ว่า ตนเองและนายกมาโนช ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไป 10 ปีก็ไม่สามารถที่จะดำเนินงานทางการเมืองอย่างเป็นทางการได้ แต่ว่าก็คงจะเป็นที่ปรึกษาให้คำปรึกษาช่วยเหลือทีมงานและบุคคลในครอบครัวซึ่งบ้านผมมีทั้งหมด 8 คนพี่น้อง เราถูกตัดสิทธิไป 2 คนเหลือ 6 คน แต่ว่ายังที่พอจะเรื่องการเมืองเพื่อสานต่อภาระกิจได้สืบทอดเจตนารมย์ของครอบครัวได้ก็มีจำนวน 4 คน คนแรก ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงส์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ซึ่งนายกเชาวน์วัศรอการตัดสินใจของพรรคปชป.ว่ามีการเลือกหัวหน้าพรรค ถ้าหากว่าเป็นคุณอภิสิทธิ์ นากเชาวน์วัศก็อยากจะกลับประชาธิปัตย์
2.คือคุณพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรค รทสช.ซึ่งเป็น ผช.สส.ของคุณธนกร วังบุญคงชนะ อีกด้วย คนที่ 3คือน้องสาวคนเล็ก น้องมุก จริยา เสนพงศ์ ซึ่งขณะนี้ทำงานการเมืองภาคประชาชนเป็นเอ็นจีโอกลุ่มกรีนพีช ซึ่งพรรคก้าวไกลสนใจที่อยากจะเชิญน้องมุกไปเป็นสมาชิกพรรคลงสมัครในนามพรรค แต่ติดเงื่อนไขเป็นผู้นำเอ็นจีโออยู่ก็ไม่สะดวกที่จะไปพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นนศ.รุ่นเดียวกับ อ.ปิยะบุตร พรรคก้าวไกล และนายครรชิต เสนพงส์ ก็พร้อมที่จะเข้าไปอยู่ในพรรคก้าวไกลซึ่งตอนนี้ก็เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลแล้วตอนนี้ ครอบครัวผมที่จะทำการเมืองก็มีอยู่4คนนี้เท่านั้น แต่ว่าจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล
"ส่วนผมยังคงสนับสนุนการเมืองแบบสุจริตไม่สร้างอิทธิพลไม่ซื้อเสียงไม่ฮั้วประมูลไม่รับเหมา ไม่หากินกับงบประมาณแผ่นดินพรรคไหนใครก็ได้ผมก็พร้อมที่จะสนับสนุนถ้าหากว่าทำการเมืองโดยไม่ซื้อเสียงโดยไม่ใช้เงิน เพราะผมรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่ามีการซื้อเสียงกันมากที่สุดและมีการซื้อเสียงใช้เงินกันทุกพรรคยกเว้นพรรคก้าวไกล ซึ่งพรรคก้าวไกลอาจจะมีบ้างแต่ว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่มีพ่อแม่เขามีฐานะซึ่งอาจจะช่วยเหลือลูกในการจัดตั้งหัวคะแนนก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ว่าคะแนนพรรคคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เขาไม่ได้ซื้อเลยซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ"
เรื่องการซื้อเสียงซึ่งเราจะไปคาดหวังจาก กกต.ไม่ได้เลย ผมนี่ผิดหวังกับ กกต.มากเพราะว่า กกต.ประกาศผลเลือกตั้งปี 66 ที่มีการซื้อเสียงกันทั่งประเทศ แต่ว่าปล่อยผีหมดทั้งประเทศแล้วให้คนชั่วเข้าไปอยู่ในภาพอย่างน้อย1ปี ซึ่เราไม่อยากให้คนชั่วซื้อเสียงเข้าไปนั่งในภาพแม้แต่วินาทีเดียว แต่วันนี้คุณปล่อยให้เขาไปโหวตเป็นกรรมาธิการและเป็นตำแหน่งต่างๆในสภาหมดทุกเขตอันนี้ผมรับไม่ได้ กับ กกต.เพราะหน้าที่ของกกต.ต้องกลั่นกรองว่าใครทำผิดกม.ก็ต้องตัดสิทธิไป ให้ใบเหลืองใบแดงใบส้มก็ว่าไปตามกติกาแต่คุณมากลัวกระแสสังคมแล้วปล่อยผีหมดเป็นการสร้างความเสียหายไม่ควรจะมีกกต.ดีกว่าควรจะยกเลิกดีกว่าให้ไปสู่การเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิมน่าจะคุ้มกว่างบประมาณที่ให้กับ กกต. เพราะฉะนั้นทิศทางการเมืองของตนก็ยังยืนยันสนับสนุนการเมืองสุจริตต่อไปและทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ เปิดกว้างเพราะผมไม่ได้สังกัดพรรคแล้วเพราะผมออกจากพรรคปชป.โดยปริยายหลังจากถูกศาลตัดสิทธิ10ปี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า
'เทพไท' ยุ 'ยิ่งชีพ' อย่าอ้อนวอน ต้องท้าทายภูมิใจไทยฟ้องให้ไว!
‘เทพไท เสนพงศ์’ มองการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้อง ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ อาจไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. จากสำนวน DSI ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล พร้อมแนะ ‘ยิ่งชีพ’ ไม่ต้องอ้อนวอน แต่ควรท้าทายให้เร่งฟ้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน.
'หมอยง' ชี้ 'ไม่โกง' ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก
'เทพไท' เตือนระวังระบบอากง จุดติด?
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า ระวัง ระบบอากง จุดติด?
คนกรุงไม่เลือกผู้สมัครสังกัดพรรค ส่ออันตรายประชาธิปไตย
ชำแหละนิด้าโพล คนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ จากกระแส 'ชัชชาติฟีเวอร์' สะท้อนพรรคการเมืองอ่อนแอ สัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

