สส.เชียงใหม่ ก้าวไกล แจงปมร้อน! อดีตผู้ช่วยหาเสียงปูดปลอมลายเซ็น-ยื่นเอกสารเท็จให้ กกต.

9 พ.ย.2566 - จากกรณีนายแทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ ​พรรค​ประชา​ธิ​ปัตย์ ​ออกมาเปิดเผยได้รับข้อมูล​ สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล ปลอมลายเซ็นผู้​อื่น และแจ้งยอดเงินไม่ตรงกับที่จ่าย มีบางรายไม่ได้รับเงินสักบาท แต่ถูก​สวมสิทธิ​เซ็นชื่อรับเงิน ซ้ำร้ายนำส่งเอกสารปลอมยอดเงินเท็จและการหลอกนำบัตรประชาชน​ของผู้เสียหายไปประกอบเอกสารเท็จยื่นบัญชี​รายรับ-รายจ่ายการลงสมัคร สส.ให้ กกต. โดยไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง​

โดยผู้เสียหายเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ถูกปลอมลายเซ็น และนำสำเนาบัตรประชาชนไปแอบอ้างในการรับเงินค่าจ้างผู้ช่วยหาเสียง โดยได้มีการรับเงินเป็นจำนวน 13,490 บาท แต่กลับไม่ได้​รับเงินเลยสักบาท และผู้เสียหายอีก 2 ราย ได้รับเงินมาเพียง 9,000 บาท ถูกทำเอกสารปลอมว่ารับเงินจำนวน 18,020 บาท โดยมีการนำบัตรประชาชนของผู้เสียหาย​ทั้ง 3 ราย ไปปลอมลายเซ็นแอบอ้างทำเอกสารเท็จยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่

จึงได้รวบรวม​หลักฐาน​แจ้งความ​ดำเนินคดี​กับ สส.คนดังกล่าว ​และต้องการให้ข้อมูล​กับนายแทนคุณ​ นอกจากนี้ ​ผู้เสียหาย​ได้​นำเอกสารการแจ้งความ​ไปยื่นกับ กกต.แล้ว จึงขอเรียกร้อง​สำนึกจาก สส.ก้าวไกล​ที่ถูก​กล่าวหา​ว่าทำผิดกฎหมาย​เลือกตั้ง​และกฎหมาย​คุ้มครอง​ข้อมูล​ส่วนบุคคล​ ออกมาสารภาพ​และลาออก

ล่าสุด นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงว่า ตามที่มีอดีตผู้ช่วยหาเสียงบางรายกล่าวหาผมว่า ผมปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำเอกสารดังกล่าวไปเบิกเงินพรรคนั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น

ประการที่ 1 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งแทบทั้งหมดเป็นเงินสดของผมเอง ส่วนพรรคได้มีการสนับสนุนเป็นป้ายหาเสียงรวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการหาเสียงต่างๆ เป็นหลัก และมีการสนับสนุนเป็นเงินบริจาคที่ได้รับจากประชาชนที่พรรคจัดสรรให้เท่านั้น ดังนั้น ผมจึงไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆ ให้ปลอมแปลงเอกสารไปเบิกเงินจากพรรคตามที่ถูกกล่าวหาแต่ประการใด ในทางกลับกันผมจะปลอมเอกสารขึ้นเพื่อเบิกเงินตัวเองไปทำไม ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงเป็นความเท็จทั้งสิ้น ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กกต. จังหวัด ซึ่งผมพร้อมและยินดีเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบตามกฎหมายทุกประการ

ประการที่ 2 การร้องเรียนที่เกิดขึ้นนี้ ผมสันนิษฐานว่าอาจเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของอดีตผู้ช่วยหาเสียงบางคนซึ่งผมไม่ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วย สส. และอดีตผู้ช่วย สส. บางคนที่ถูกผมปลดออกจากตำแหน่งผู้ชำนาญการ สส.

ทั้งหมดนี้ผมขอยืนยันว่า ผมไม่มีเหตุผลหรือแรงจูงใจใดๆ ให้ต้องปลอมแปลงเอกสารเพื่อเบิกเงินจากพรรคเลย เพราะค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งล้วนเป็นความรับผิดชอบของผมเกือบทั้งสิ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ

"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์

'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'

"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย

'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน

รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า

โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง