'ดร.เสรี' ฟาด 'เด็กสมศักดิ์' อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แก้ตัวกรณี 'อภัยโทษ'

ไม่ไหวค่ะ ไปอาบน้ำดู series จีนดีกว่า กลัวความดันขึ้นค่ะ ประเทศไทยยังมีข้าราชการแบบนี้อีกกี่คนนะ น่าติดตามนะคะว่าเดือนตุลาปี 2565 เขาจะได้ตำแหน่งอะไร

21 ธ.ค.2564- ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า รำคาญ ไม่เชื่อ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ฟัง 5 นาทีแรกก็รู้แล้วว่าทิศทางของเนื้อหาก็คือการออกมาแก้ตัวว่าทำงานตามหลักเกณฑ์กติกา (ที่พวกตัวเองกำหนดขึ้น และพิจารณาแบบการตรวจข้อสอบอัตนัย)

จะชี้แจงยังไง มันก็คือการ “แถ” ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ มันไม่เป็นไปตามหลักการ objectivity (ตรงไปตรงมา) แต่มันเป็นไปตามหลักการ subjectivity (เป็นไปตามอคติของคนพิจารณา)

ทำไมไม่กำหนดประเภทของความผิดล่ะ ว่าประเภทไหนจะได้ ประเภทไหนจะไม่ได้ ถ้ากำหนดไว้ชัดเจนว่าประเภทไหนจะไม่ได้ โดยพิจารณาว่าการกระทำสร้างความเสียหายให้ประเทศแค่ไหน

คิดว่าคงทนฟังได้ไม่จบหรอก เพราะแค่ break แรกก็ไม่อาจจะรับฟังได้เลย มันไม่ใช่คำชี้แจงเลย มันเป็นเรื่องการออกมาแก้ตัวชัดๆ คงคิดว่าพูดเก่ง พูดดีสินะ เลยได้รับเลือกให้ออกมาพูด

ไม่ไหวค่ะ ไปอาบน้ำดู series จีนดีกว่า กลัวความดันขึ้นค่ะ ประเทศไทยยังมีข้าราชการแบบนี้อีกกี่คนนะ น่าติดตามนะคะว่าเดือนตุลาปี 2565 เขาจะได้ตำแหน่งอะไร

ทั้งนี้ดร.เสรียังเขียนได้คอมเม้นต์ว่า รายการที่ Top ตอน 22.20

ทั้งนี้รายการ TOP NEWS TALK คืนวันที่ 20 ธันวาคม เป็นการสัมภาษณ์ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีลดโทษนักการเมืองคอร์รัปชั่นที่ตกเป็นข่าวอือฉาวในขณะนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม

เลวยันเงา

เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า